บลูชิพยกแผง

* ดูเหมือนความตั้งใจจะดันหุ้นเพื่อปิดบัญชีเที่ยวนี้จะมีมากเกินกว่าปกติ ดัชนีถึงทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นมาอย่างง่ายดาย ไล่เรียงมาตั้งแต่การทำท่ายึกยักที่แนวต้าน 1,700 จุด ต่อจากนั้นขยับขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนทะลุระดับ 1,720 จุด พอหลังจากนั้นก็วิ่งขึ้นแบบไม่เหลียวหลัง จนฝ่าแนวต้าน 1,730 จุด และล่วงเลยมาถึงระดับ 1,740 จุดแบบ ส.บ.ม.ย.ห. พร้อมกับเตรียมตัวทำสถิติใหม่ด้วยนะคะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ดูเหมือนความตั้งใจจะดันหุ้นเพื่อปิดบัญชีเที่ยวนี้จะมีมากเกินกว่าปกติ ดัชนีถึงทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นมาอย่างง่ายดาย ไล่เรียงมาตั้งแต่การทำท่ายึกยักที่แนวต้าน 1,700 จุด ต่อจากนั้นขยับขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนทะลุระดับ 1,720 จุด พอหลังจากนั้นก็วิ่งขึ้นแบบไม่เหลียวหลัง จนฝ่าแนวต้าน 1,730 จุด และล่วงเลยมาถึงระดับ 1,740 จุดแบบ ส.บ.ม.ย.ห. พร้อมกับเตรียมตัวทำสถิติใหม่ด้วยนะคะ

* โดยดัชนีเคยปิดจุดสูงสุดไว้อยู่ที่บริเวณ 1,753.79 จุด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ย้อนกลับไปเมื่อ 24 ปีก่อน “โมนิก้า” มองเป็นมูฟเมนต์ที่บางคนต้องการให้เป็นเช่นนั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องเอาตัวไปขวางในเรื่องที่รู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นอย่างไร สู้ทำตัวไหลตามน้ำไปเรื่อยๆ น่าจะเป็นผลดีกับคนเล่นอย่างเราๆ ท่านๆ เดี๊ยนถึงมองว่า การเล่นเที่ยวนี้เป็นการเคาะหุ้นส่งท้ายไงล่ะค่ะ

* เนื่องจากการทะยานขึ้นมาปิดที่ 1,750.22 จุด บวกไป 8.14 จุด ด้วยมูลค่า 3.45 หมื่นล้านบาท ตามตำราเขาเม้าท์ถึงสถานการณ์แบบนี้ว่า ขึ้นไม่มีวอลุ่ม ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาในการดันหุ้นค่อนข้างชัดเจน “โมนิก้า” ถึงบอกให้นักเล่นวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการขึ้นเที่ยวนี้มันมาจากเม็ดเงินของกองทุนในประเทศ จึงต้องทำความเข้าใจเกมหุ้นเที่ยวนี้มากพอสมควรนะจ๊ะ

* เหมือนกับการทะยานขึ้นของหุ้น GULF ก่อนจะมาปิดที่ 58.50 บาท บวกไป 2.75 บาท หรือขึ้นไป 4.90% ด้วยมูลค่า 2.57 พันล้านบาท มันมาจากสตอรี่ growth เป็นประเด็นสำคัญ “โมนิก้า” ไม่มีความจำเป็นต้องเท้าความให้เสียเวลา เพราะของมันเห็นกันอย่างทนโท่ว่า ถ้าลงทุนยาวๆ คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับอย่างแน่นอน จึงอยากให้ผู้เล่นหันไปทบทวนข้อมูลเชิงบวกที่ผลต่อการเล่นหุ้นตัวนี้ด้วยค่ะ

* เช่นเดียวกับในรายของ AOT พอถึงเทศกาลท่องเที่ยวทีไร ราคาหุ้นพุ่งกระฉูดทุกทีนั้น “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่นักเล่นสถาบันรู้อยู่แล้วว่า มันเป็นเกมที่ต้องออกมาในรูปนี้ จึงไล่ราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ 66.50 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 2.70% ด้วยมูลค่า 1.98 พันล้านบาท ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องดูกันยาวๆ จึงไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องตะขิดตะขวงใจ เพราะหุ้นก็ย่ำแถว 60 บาทสักพัก ก่อนจะพุ่งพรวดนะจะบอกให้

* หากนึกไม่ออก “โมนิก้า” ขอให้ย้อนกลับมาดูหุ้น GPSC กว่าจะขึ้นมาปิดที่ 70 บาท บวกไป 3.50 บาท หรือขึ้นไป 5.25% ด้วยมูลค่า 876 ล้านบาท ก็ใช้เวลานานถึง 2 ปีเลยทีเดียว แถมเมื่อย้อนดูค่า P/E ที่เทรดกันในช่วงปลายปีจะเห็นว่า ปีแรกๆ ที่เข้าตลาดหุ้นเทรดบนค่า 16 เท่า ถัดมาอีกหนึ่งปีเทรดบนค่า 21 เท่า ล่าสุดพบว่า ค่าดังกล่าวขึ้นมาอยู่ที่ 31 เท่า แสดงว่า คนให้แวลูสูงขึ้นเรื่อยๆ เจ้าค่ะ

* ในเมื่อส่องกล้องมองหุ้นบลูชิพเป็นหลัก “โมนิก้า” ถึงอยากให้หันมามอง BCPG ไว้เป็นทางเลือกถัดมาของการเล่นเที่ยวนี้ เพราะสตอรี่ที่ทำให้หุ้นมาถึงทุกวันนี้เกิดจากผลงานอันยอดเยี่ยม บวกกับปีหน้ายังมีแนวโน้มทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง เดี๊ยนถึงมองราคาปิดที่ 24.50 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 2.90% ด้วยมูลค่า 770 ล้านบาท ยังมีแก๊ปให้เล่นอีกเพียบ..อิอิอิ

* หุ้นอีกหนึ่งตัวที่ตลาดหุ้นให้แวลูค่อนข้างสูง “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปที่ BGRIM ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมา new high ที่ระดับ 29.25 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.50% ด้วยมูลค่า 750 ล้านบาท ทั้งที่ตอนนี้เทรดกันบนค่า P/E 47 เท่า มันตีความได้ 2 อย่างด้วยกันคือ แวลูในอนาคตจะสูงกว่านี้ กับ ตอนนี้โอเวอร์แวลูเหลือเกิน เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับลองไปศึกษาข้อมูลกันเอาเองนะคะ

* กรณีนี้เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ICHI เริ่มกลับมาไล่ราคาหุ้นกันอีกรอบ จนราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 9.55 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 3.80% ด้วยมูลค่า 120 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ต้องใช้สติสตังค์ก่อนทำการเคาะขวาวันนี้ เพราะหุ้นขึ้นมาเทรดบนค่า P/E 71 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไตรมาส 4 งบต้องออกมาเลิศสะแมนแตนจริงๆ พวกนกรู้ถึงเข้ามาเล่นกันอีกรอบนะจ๊ะ

* เหมือนกับกรณีของ CPT ทะยานขึ้นมาปิดที่ 2.26 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 3.70% ด้วยมูลค่า 123 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นที่ต้องใช้เวลาพอสมควร บวกกับตอนนี้มีการจุดประเด็นเรื่องจ่ายปันผล 100% จึงเป็นช็อตที่ทำให้นักลงทุนเข้ามาไล่เก็บหุ้นอย่างช้าๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่หุ้นจะกลับขึ้นไปยืนเหนือ IPO อย่างแข็งแกร่ง..หากทำได้เหมือนกับที่เม้าท์นะตัวเอง

* ส่วนในรายของ FSMART น่าจะเป็นตัวอย่างของหุ้นที่ผูกติดกับขาใหญ่จนแยกไม่ออกระหว่าง “พื้นฐาน” กับ “เกมหุ้น” จึงทำให้หุ้นลงแบบไม่มีเหตุผลในบางครั้ง ต่อจากนั้นก็ดันกลับขึ้นมาแบบชิวๆ “โมนิก้า” ถึงมองเป็นหุ้นที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ จากหุ้นที่ถูกทิ้งลงไปยืนแถว 15 บาท ล่าสุดบวก 6 ติดจนขึ้นมายืนอยู่ที่ 20 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 8.10% ด้วยมูลค่า 602 ล้านบาท..มันคืออะไร ลองไปคิดกันดูนะจ๊ะ

Back to top button