จัด 4 ธีมเด่นรับเทศกาลตรุษจีน ชู 8 หุ้นเด็ดโกยรายได้ทะลัก แถมอัพไซด์สูง

จัด 4 ธีมเด่นรับเทศกาลตรุษจีน ชู 8 หุ้นเด็ดโกยรายได้ทะลัก แถมอัพไซด์สูง


เข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนวันที่ 15-21 ก.พ.61 ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียหลายแห่งปิดทำการซื้อขาย อาทิ ตลาดหุ้นจีนหยุด 15-21 ก.พ., ฮ่องกงและไต้หวันหยุดถึง 19 ก.พ., เกาหลีหยุดถึง 16 ก.พ., สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลลิปปินส์ และอินโดนีเซียหยุดเฉพาะ 16 ก.พ.ทั้งแม้ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีวันหยุดยาวและอาจทำให้ตลาดหุ้นไทยซบเซา แต่หากมองอีกด้านถือเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจในตลาดหุ้นไทย

ดังนั้น“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์”จึงทำการรวบรวมกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีเทศกาลตรุษจีนมานำเสนอ อาทิ กลุ่มส่งออกอาหาร,กลุ่มท่องเที่ยว,กลุ่มที่นักท่องเที่ยวจีนใช้บริการ,กลุ่มสายการบิน เพื่อเป็นเป็นทางเลือกในการเข้าลงทุนได้แก่ CPF,BR,ERW,MINT,CENTEL,SPA,AOT,AAV

สำหรับกลุ่มหุ้นส่งออกอาหารที่คาดว่าจะได้รับผลดีมีอาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR  โดย CPF ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่จำแนกธุรกิจหลักตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ ล่าสุดได้จัดชุดไหว้เสริมเฮงรับเทศกาลตรุษจีนปีจอ ที่ซีพีเฟรชมาร์ทนำเสนอลูกค้าในราคาลดพิเศษ มี 2 ชุด ได้แก่ ชุดไหว้ซาแซ ประกอบด้วย ไก่ต้ม-เป็ดพะโล้พร้อมเครื่องใน และสะโพกหมูต้มสุก (หมูบะแซ) ราคา 688 บาท และชุดไหว้โหงวแซ ประกอบด้วย ไก่ต้ม-เป็ดพะโล้พร้อมเครื่องใน สะโพกหมูต้มสุก ปลากระพงขาวนึ่ง และกุ้งต้มสุก ราคา 1,218 บาท และอีกหลากหลายเมนูไหว้ อาทิ ขาหมูพะโล้ ซาลาเปาซิ่วท้อไส้ถั่วทอง ขนมจีบ เกี๊ยวกุ้ง ไก่จ๊อ ฯลฯ

ทั้งนี้ สามารถสั่งจองชุดไหว้ได้ที่ร้านซีพีเฟรชมาร์ทกว่า 430 สาขาทั่วประเทศ หรือโทร 1788 และสั่งผ่าน www.cpfreshmartshop.com พิเศษสุดรับฟรีทันทีอั่งเปาส่วนลด เมื่อสั่งจองชุดซาแซรับคูปองส่วนลด 600 บาท หรือสั่งจองชุดโหงวแซรับส่วนลด 1,200 บาท สั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 กุมภาพันธ์ รับสินค้า ณ สาขาที่ระบุ ระหว่างวันที่ 9-16 กุมภาพันธ์ พิเศษบริการจัดส่งฟรีถึงบ้านในเขตกรุงเทพ เพียงซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ครบ 1,000 บาท./

ส่วนบริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR เป็นผู้นำในธุรกิจผลิตอาหารจากเนื้อเป็ดแบบครบวงจร โดยดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและผลิตอาหารจากเนื้อเป็ดที่มีคุณภาพในระดับพรีเมี่ยม

บล.ไอร่า ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(6ม.ค.) ว่า บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR คาดปี 60 เติบโตก้าวกระโดด จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผลจากการเลิกกิจการของคู่แข่ง ประกอบกับได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการระบาดของไข้หวัดนกที่ช่วยผลักดันราคาเป็ดให้สูงขึ้น รวมถึงธุรกิจใหม่อาหารแปรรูปที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัท

คาดปี 61 ยังได้รับปัจจัยบวกจากราคาเป็ดยังทรงตัวในระดับที่ดี และธุรกิจใหม่อาหารแปรรูปที่เปิดดำเนินการโรงงานใหม่ในช่วงปลายไตรมาส3/60 ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ BR พัฒนาจากธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมไปยังธุรกิจอาหาร และสามารถผลักดันผลประกอบการของ  BR  ให้เติบโตโดดเด่นต่อเนื่องในอนาคต ประเมินราคาเป้าหมายปี’61 ที่ 11.00 บาท

บล.เอเอสแอล ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  Chinese Theme Play ระหว่างตรุษจีนจีนเน้นกลุ่มส่งออกอาหาร CPF* (TP 31.0 บาท) BR* (TP 9.3 บาท)

 

สำหรับหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวโรงแรม อาทิ ERW,MINT,CENTEL โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 10.4-10.6 ล้านคน เติบโต 6.3-8.4% จากที่ขยายตัว 12.0% ในปี 2560 และคาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะมีมูลค่าประมาณ 573,100-584,600 ล้านบาท เติบโต 9.3-11.4% จากที่เติบโต 15.8% ในปี 2560 (การเติบโตที่ชะลอลงส่วนหนึ่งมาจากผลของการเปรียบเทียบฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา)

จากผลสำรวจของ China Tourism Academy และ Ctrip (เว็บไซต์ที่ให้บริการด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ของจีน) พบว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนที่มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวยังต่างประเทศมีประมาณ 6.15 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.0% จากช่วงเทศกาลตรุษจีนของปีก่อนและจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนมีการจองผ่าน Ctrip อันดับแรก คือ ไทย (เมืองท่องเที่ยวที่เป็นนักท่องเที่ยวจีนเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เป็นต้น)

รองลงมา คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์และเวียดนาม และจากผลสำรวจ พบว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยจะเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเองเป็นสัดส่วนประมาณ 52.0%

ทั้งนี้ จากผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประกอบกับการทำตลาดอย่างเข้มข้นของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งรวมถึงห้างสรรพสินค้าที่ต่างทำการตลาดสำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่ชำระผ่านระบบการชำระเงินของจีนอย่าง Alipay หรือ Wechat Pay โดยให้คูปองส่วนลดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวในไทยน่าจะมีโอกาสสูงถึง 1.12 ล้านคนเติบโต 41.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนการเติบโตที่เร่งขึ้นนอกจากจะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นแล้ว

ส่วนหนึ่งยังเป็นผลของการเหลื่อมเดือนของเทศกาลตรุษจีนที่ปีนี้ตกในเดือนกุมภาพันธ์ขณะที่ปีก่อนอยู่ในเดือนมกราคม ทั้งนี้ หากขจัดผลของการเหลื่อมเดือนของช่วงตรุษจีนดังกล่าว โดยพิจารณาจากนักท่องเที่ยวจีนโดยรวมในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2561คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 2.10 ล้านคน ขยายตัว 27.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

บล.เอเอสแอล ระบุในบทวิเคราะห์ว่า Chinese Theme Play กลุ่มท่องเที่ยวโรงแรม ERW (TP 10.0 บาท) MINT (TP 50.0 บาท) CENTEL (TP 54.0 บาท)

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(5ม.ค.) ว่า บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ภาคท่องเที่ยวไทยปี 61 ยังอยู่ในแนวโน้มสดใส และ ERW ก็เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เนื่องจากมีโรงแรมในประเทศเป็นหลักและเร่งขยาย Hop Inn

สำหรับรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPar) ตั้งแต่ 1 ต.ค.-21 ธ.ค.60 +6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไม่นับโรงแรม Hop Inn) อัตราการเข้าเช่า (OR) สูงเป็น 82% ส่วน Hop Inn ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 4% จากทั้งหมด มี OR 78% คาดว่าในปี 63 สัดส่วนรายได้จาก Hop Inn จะเพิ่มขึ้นเป็น 16% จากทั้งหมด คาดกำไรหลักปี 61 โต 18% แนะซื้อ TP 10.50 บาท

บล.โนมูระ พัฒนสิน  ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(14 ก.พ.) ว่า บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)) หรือ MINT (TP 50*)  คาดกำไรปกติไตรมาส 4/60 เติบโตเด่น อยู่ที่ 1,640 ลบ. +22% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, +44%เทียบไตรมาสก่อนหน้าจาก i) ธุรกิจโรงแรมในไทยจะเติบโตตามการท่องเที่ยว ประกอบกับคาดโรงแรมในต่างประเทศทั้งโปรตุเกสและบราซิลยังเติบโตดี และมัลดีฟส์อาจมี RevPar กลับมาเป็นบวกจากการเข้าสู่ high season

อีกทั้งคาด SSSG ของธุรกิจร้านอาหารจะกลับมาเป็นบวก จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้น และคาดค่าเฉลี่ยการเติบโตของกำไรปกติช่วง 2017 – 19F สูงถึง +16% CAGR ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ +14%

Valuation: ราคาหุ้นที่ปรับฐานมองยังเป็นจุดเข้าลงทุนได้ โดย Valuation ซื้อขายที่ PER18F ระดับ 31x เท่า และยังเหมาะสมจากการเป็นผู้นำในกลุ่มฯที่มีรายได้กระจายตัวที่สุด Upside 18% Catalyst: ถูกเพิ่มน้ำหนักในดัชนี MSCI มีผลราคาปิด 28 ก.พ.

บล.เคทีบี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาหุ้น CENTEL ปรับตัวขึ้นมาได้ดี โดยมองว่านักลงทุนเริ่มมาเก็งกำไรจากคาดการณ์จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงตรุษจีนนี้ อีกทั้งยังคาดว่าช่วงไตรมาส 4/60 CENTEL จะรายงานกำไรสุทธิออกมาดี โดยเราคาดไว้ที่ 483 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%YoY และ 31% QoQ  ราคาเหมาะสมโดย KTBST ที่ 57.00 บาท

 

ด้านกลุ่มที่นักท่องเที่ยวจีนใช้บริการ คือ  บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA โบรกฯมองกำไรปีนี้เติบโตกว่า 40% จากแผนขยายสาขา พร้อมรุกขายแฟรนไชส์ต่างประเทศ

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองเชิงบวกจากผลประกอบการของ SPA ที่จะเติบโตจาก 3 ส่วน ได้แก่ การขยายสาขาในประเทศอย่างน้อย 10 สาขา/ปี หรือคิดเป็นสัดส่วน 20% ต่อปี จากปัจจุบันที่มีสาขารวมทั้งหมด 40 สาขา ประกอบกับจะปรับเพิ่มราคาการใช้บริการบางส่วนด้วย

ส่วนที่ 2 คือการเปิดให้บริการในรูปแบบแฟรนไชส์ในจีน และกัมพูชา ก็จะมีส่วนแบ่งรายได้เข้ามาโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม และส่วนที่ 3 คือการปรับราคาขายสินค้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสปา ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรของ SPA ให้มากขึ้น

ขณะที่ยังเห็นว่าการขยายธุรกิจในลักษณะที่ใช้เงินลงทุนต่ำของ SPA จะช่วยเพิ่มให้สัดส่วนอัตราผลตอบแทนจากส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ของ SPA สูงขึ้น นอกจากนั้นการขยายสาขาไปยังต่างประเทศยังเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าสปาของ SPA ได้ ซึ่ง SPA ตั้งเป้าให้สินค้าสปาเป็นปัจจัยการเติบโตหลักในปีนี้ด้วยแนะซื้อราคาเป้าหมาย 25.00 บาท

 

ด้านกลุ่มสายการบินได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV  ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลดีจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน

สำหรับ AOT รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/61 (ต.ค.-ธ.ค.60) โต 22.33% มาที่ 6.22 พันลบ. จากปีก่อนมีกำไร 5.08 พันลบ. หลังจำนวนผู้โดยสารเพิ่มหนุนรายได้บริการพุ่งกระฉูด โดยผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/61 มีกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.92 พันล้านบาท เป็นผลมาจากจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.64 และจำนวนผู้โดยสารโดยรวมของทั้ง 6 ท่าอากาศยานเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.76 ทำให้รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 1.16 พันล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.38

บล.เอเอสแอล ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ระหว่างตรุษจีนจีนเน้นกลุ่มสายการบิน AOT (TP 68.0 บาท) AAV (TP 7.09 บาท)และ (1) กลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยตรงจาก High season ของการท่องเที่ยว เลือก MINT* (TP 50.0 บาท) ERW (TP 10.0 บาท) หลังสถิตินักท่องเที่ยวทั้งปี 60 เติบโต และ (2) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน เลือก AAV (TP 7.09 บาท) เดือน ธ.ค. 60 นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 52% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

Back to top button