พาราสาวะถีอรชุน

ในฐานะผู้คุมเกมวันนี้จึงสามารถที่จะกำหนดทิศทางความเป็นไปของประเทศตามแต่ใจจะต้องการ ในมิติทางการเมืองเรื่องปฏิรูปและร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะให้ผลออกมาในรูปใด เป็นที่ยอมรับของคนทั้งประเทศและต่างชาติด้วย ก็ต้องประณีต พิถีพิถันกันหน่อย อย่าให้ร่างกันเอาแต่ใจเพื่อตีกันแค่คนของระบอบทักษิณเท่านั้น


ในฐานะผู้คุมเกมวันนี้จึงสามารถที่จะกำหนดทิศทางความเป็นไปของประเทศตามแต่ใจจะต้องการ ในมิติทางการเมืองเรื่องปฏิรูปและร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะให้ผลออกมาในรูปใด เป็นที่ยอมรับของคนทั้งประเทศและต่างชาติด้วย ก็ต้องประณีต พิถีพิถันกันหน่อย อย่าให้ร่างกันเอาแต่ใจเพื่อตีกันแค่คนของระบอบทักษิณเท่านั้น

ในมิติทางด้านความมั่นคงไม่ต้องพูดถึงการจับกุมนักศึกษาที่จัดงานครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร แสดงออกให้เห็นถึงการใช้มาตรการที่เด็ดขาด ไม่เกรงกลัวว่าจะถูกประณามจากนานาชาติ เพราะนี่คือมาตรการที่ต้องเอาให้อยู่ สุดท้ายแล้วก็อย่างที่เห็น จับแล้วปล่อยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ ส่วนใครจะไปฟ้องร้องเอาผิดอย่างหนึ่งอย่างใด องค์รัฏฐาธิปัตย์ไม่เคยหวั่นไหว

ที่เป็นปัญหาหนักอกของบิ๊กตู่คงมีอยู่แค่เรื่องเดียวคือเศรษฐกิจเท่านั้น เพราะหากจะเดินตามสโลแกน “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ได้ ปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เมื่อวันนี้เงินในกระเป๋านอกจากจะไม่เพิ่มพูนแล้วยังหดหายไปแบบกู่ไม่กลับ นับวันมีแต่จะแห้งเหี่ยวตาย ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องเกษตรกร มนุษย์เงินเดือนเท่านั้น ภาคธุรกิจเอกชนหลายรายก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน

ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่าผลสำรวจของโพลสำนักใดก็ตามแต่ แม้จะให้คะแนนของคสช.สอบผ่าน แต่ทุกสำนักก็ไม่วายทิ้งติ่งท้วงติงเรื่องการแก้ปมด้านเศรษฐกิจ เพราะนี่คือหัวใจสำคัญของผู้บริหารประเทศมืออาชีพ ลำพังเพียงสงบความขัดแย้งและดูแลความมั่นคงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำให้คนทำมาค้าขายดี เกษตรกร คนหาเช้ากินค่ำ อยู่ดีกินดีด้วย

ผ่านพ้นความเป็นคสช.ไป 1 ปี ในหน้าที่ของรัฐบาลก็เกินครึ่งปี คนยังให้โอกาสแต่คงจะลากยาวไปมากกว่านี้ไม่ได้ หากยังไม่มีผลงาน เพราะท้ายที่สุดหากคนอดอยากปากแห้ง มองไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ในด้านเศรษฐกิจ จากที่เคยอดทนก็จะแปรสภาพเป็นทนไม่ไหว ได้แต่ภาวนาให้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกดีขึ้น ถ้าจะหวังพึ่งพิงฝีมือทีมเศรษฐกิจรัฐบาลแล้วดูท่าจะยาก

ขณะที่อดีตนายกฯ อย่าง ทักษิณ ชินวัตร หลังจากฟาดงวงฟาดงาพอเป็นพิธีกับวาระครบรอบ 1 ปีของการรัฐประหารแล้ว ก็เข้าสู่โหมดแห่งความเป็นจริง ประเทศไทยวันนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาของระบอบทักษิณ นั่นจึงเป็นสิ่งที่นายใหญ่ใช้คำว่า “รอ” ส่งสัญญาณไปยังเครือข่าย ถึงอย่างไรไม่ว่ากติกาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร คนแดนไกลยังเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับพรรคใต้สังกัด

นี่คือสภาพความเป็นจริง ที่คนอย่าง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องศึกษาและยอมรับ การกำหนดกติกาไม่ว่าจะใช้สูตรไหน ก็ไม่มีทางที่จะตีกันไม่ให้คนเลือกพรรคซึ่งเป็นตัวแทนของทักษิณได้ ขณะเดียวกันยิ่งใช้วิธีลากตั้งและกลไกอื่นเพื่อจะเข้ามาควบคุมรัฐบาลซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เลือก ปลายทางก็ย่อมหนีไม่พ้นความขัดแย้ง

เหมือนอย่างที่ภาคเอกชนได้ท้วงติงกันไว้ การเขียนร่างรัฐธรรมนูญเหมือนเป็นการแก้ปัญหาในอดีตและไม่ตอบโจทย์ของอนาคต แน่นอนว่า ท้ายที่สุดในภาคเอกชนเองน่าจะรู้ดีกว่าใครเพื่อน การมีองค์กรต่างๆ ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนด โดยอ้างเรื่องของคนดีหรือมีบรรดาข้าราชการจากกระทรวงต่างๆ เข้าไปมีบทบาทหน้าที่ ภาระที่จะต้องจ่ายเหมือนรัฐบาลฝ่ายการเมืองนั้นลดน้อยหรือหายไปจริงหรือไม่

เป็นความเป็นจริงอีกประการที่ต้องยอมรับกัน เม็ดเงินที่ว่ากันเป็นเปอร์เซ็นต์นั้น แท้ที่จริงแล้วที่เลวทรามต่ำช้าเรียกกันมีแต่นักการเมืองอย่างนั้นหรือ ย้ำกันตรงนี้ ประมนต์ สุธีวงศ์ ในฐานะที่ตรวจสอบติดตามเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ช่วยไขข้อกระจ่างให้สังคมหน่อยได้ไหม หลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคมเป็นต้นมา ประเทศไทยเราปลอดจากการหักหัวคิว ภาคเอกชนไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายอีกต่อไปแล้ว

ช่วยยืนยันให้เต็มปากเต็มคำหน่อย ประชาชนคนทั่วไปจะได้ดีใจว่า นับจากนี้ไปประเทศไทยจะเป็นต้นแบบของโลกในการที่ไม่มีทุจริตคอร์รัปชั่น อันเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงที่เกิดจากการรัฐประหาร เผื่อว่าสหประชาชาติจะได้ใช้เป็นต้นแบบศึกษาต่อไปในภายภาคหน้าว่า ทำได้อย่างไร หากต่อไปไม่มีเลือกตั้งต่างชาติก็คงไม่มีใครว่า เพราะรัฐประหารแล้วบ้านนี้เมืองนี้มันใสสะอาดจริงๆ

ฟังบวรศักดิ์หยอดคำหวานถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือสปช. แล้ว หลายคนรู้สึกรับประทานอะไรไม่ลงกลัวจะอาเจียนเพราะความเลี่ยนเสียก่อน โดยเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพราะสปช.ย่อมาจากคำว่าเสียงประชาชน หลายคนคงอดจะตั้งคำถามต่อไปไม่ได้ว่าตรงไหน (วะ) บอกแล้วว่าเนติบริกรมืออาชีพเรื่องวาทกรรมนั้นไม่เป็นสองรองใคร

ที่ พิชัย รัตตกุล บอกว่าให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น สุรินทร์ พิศสุวรรณ หรือ ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลยอยากเสนอเสียใหม่ถ้าอยากได้ประเภทพูดเก่งพูดดีและการันตีในเรื่องของการเป็นปฏิปักษ์กับระบอบทักษิณแน่นอน แนะนำให้เลือกเนติบริกรประจำคสช.หรือรัฐบาลนี้ ใครคนใดคนหนึ่งก็ได้ รับรองไม่ผิดหวัง สร้างผลงานดีมีคุณภาพอีกแล้วครับท่านอย่างแน่นอน

ส่วนมองต่อไปถึงอนาคตหากรัฐบาลไหนอยากได้โฆษกประเภทหวานเจี๊ยบสุดยอดของความเชลียร์ ขอให้เลือกใช้ วันชัย สอนศิริ ที่ล่าสุดออกมาเตือนคสช.ให้ระวังบทบาทของทักษิณ พร้อมชงให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน รับรองจะสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้อีก 2 ปีแบบไม่มีใครค้าน แหม! คนที่ชอบจับผิดเลยคิดกันไปไกลว่า สงสัยอดีตทนายฝีปากกล้า ถ้าจะยังไม่อยากทิ้งตำแหน่งลากตั้งที่ตัวเองได้รับเสียจริงๆ ถึงขยันพูดเรื่องรัฐบาลคสช.อยู่ต่อเป็นวรรคเป็นเวร

Back to top button