“เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” เฮ! “ไทยทีวี” ชนะคดี ศาลฯสั่ง กสทช.คืนเงิน 1.5 พันลบ.

"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" เฮ! "ไทยทีวี" ชนะคดี ศาลฯสั่ง กสทช.คืนเงิน 1.5 พันลบ.

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยระบุว่า กสทช.ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายหรือแผนแม่บทและคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในการเชิญชวนให้เข้าร่วมประมูลโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ซึ่งทางไทยทีวีได้ขอยกเลิกใบอนุญาตและเลิกประกอบกิจการไปแล้ว แต่กสทช.ได้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตและเรียกให้บริษัทชำระค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ บริษัทจึงฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ กสทช.คืนเงินค่าธรรมเนียมที่ชำระไปแล้ว ระงับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมงวดที่เหลือและเรียกค่าเสียหาย

ล่าสุดวันนี้ (13 มี.ค.61) ตุลาการศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาในคดีในดังกล่าว โดยศาลฯ พิจารณาเห็นว่าเป็นข้อพิพาทในสัญญาทางปกครอง เมื่อพิจารณาจากคำให้การและคำแถลงของทั้งสองฝ่าย เห็นว่า กสทช.ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาในการขยายโครงข่ายและการส่งเสริมกิจการทีวีดิจิทัลตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนผู้ประกอบการ ไทยทีวีจึงมีสิทธิบอกเลิกการให้บริการทีวีดิจิทัลได้

ส่วนการขอคืนหลักประกันทางการเงิน ศาลฯเห็นว่าหนังสือให้ยกเลิกการประกอบกิจการออกมาหลังกำหนดการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 2 จึงให้ กสทช.คืนหนังสือสัญญาการชำระเงินที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ออกไว้เป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวด 3 และงวดถัดมา จำนวนประมาณ 1,500 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ศาลฯเห็นว่าการที่ไทยทีวีประสบปัญหาขาดทุนจนต้องบอกเลิกการให้บริการ เป็นการขาดทุนจากการดำเนินธุรกิจของตัวเอง ศาลฯจึงเห็นว่า กสทช.ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่ไทยทีวีต้องการ

ทั้งนี้ ภายหลังการพิจารณา นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการสำนักกฏหมาย กสทช. เปิดเผยว่า จะอุทธรณ์คดีภายใน 30 วัน เนื่องจากเห็นว่าศาลฯยังไม่ได้นำข้อเท็จจริงบางส่วนมาพิจารณา อาทิ มีการกำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนผู้ประกอบการว่าการขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัลในปีแรกจะมีความครอบคลุมเพียงใด และตามที่ศาลฯได้พิจารณาว่ากรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัลมีการขยายโครงข่ายที่ล่าช้า แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงผู้ฟ้องไม่ได้ใช้บริการโครงข่ายในการออกอากาศของกรมประชาสัมพันธ์

อนึ่ง นางสาวพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือที่รู้จักกันในนาม “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ประธานกรรมการ บริษัทไทยทีวี จำกัด เคยเป็นผู้รับสิทธิการออกอากาศ โทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ทางช่องหมายเลข 17 (ไทยทีวี) และช่องหมายเลข 15 (โลกา)

คำค้น

เรื่องน่าสนใจ