รอบด้านตลาดหุ้น – บล.บัวหลวง

ภาพตลาดและแนวโน้ม

“Blue chips stock” on vacation…

เมื่อวานตลาดหมดแรงดันจากหุ้นใหญ่ที่พักตัวลง “ลาพักร้อน” ปล่อยให้ หุ้นกลาง-เล็ก ทำงาน เช่น HPT SKY GL WP XO TPAC GENCO EA TOA ฯลฯ ปรับขึ้นได้ดีกว่าตลาด
แนวโน้มวันนี้ คาดตลาดจะ เปิดลงก่อนดีดกลับ มาแกว่งในกรอบ 1,790-1,800 จุด จากคาดหุ้นโลกที่โดนฉุดลง จากแรงขายหุ้น “เทคโนโลยี” เป็นหลัก จะกระทบต่อหุ้นไทยจำกัด

แนวโน้มสัปดาห์นี้คาด ตลาดหุ้นไทยจะแกว่งในกรอบแคบต้นสัปดาห์ เน้นเล่น หุ้น กลาง-เล็ก ก่อน และหลังวันพุธไป ตลาดจะกลับมาเน้นเล่นหุ้นรายตัวที่ โยงกับ Late cycle economy (ทยอยรับเมื่ออ่อนตัว กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ สินค้าโภคภัณฑ์) จากคาด “เฟด” จะขึ้นดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่ง

What to watch

(+/-) ตลาดหุ้นโลกรอดูการประชุม “รมว.คลัง G20” บวก WTO วันนี้ ต่อท่าที และ มาตรการโต้ตอบ นโยบายกีดกันทางการค้าที่จะส่งผลต่อความผันผวนของตลาดเงินและเศรษฐกิจ / คาดว่าจะมีสัญญาณที่เป็นด้านบวกหลังการหารือ ด้านเยอรมนีจับมือจีนลดกำลังผลิตเหล็ก และจะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น คาดเป็นการส่งสาส์น ผ่านไปยัง ปธน.ทรัมป เพื่อลดดีกรีความ Aggressive ลง

(-) หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โดนขายล็อกกำไรฉุดดัชนี NASDAQ และตลาดหุ้น ญี่ปุน / คาดแรงขายหุ้นต่างประเทศที่เน้นเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี จะไม่ทำให้หุ้นไทยลงแรงตาม

(+) ตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม วันที่ 21 มีค.นี้ ชัวร์: แต่ที่น่าสนใจคือ ตลาด (Bloomberg Consensus) ยังคงไม่แน่ใจ ต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธค.นี้ และเรามองว่าโอกาสที่ US Bond yield จะขึ้นไปแรงกว่านี้ในระยะสั้นๆ น่าจะมีจำกัด (ถ้า US bond yield ลงในสัปดาห์นี้ คาดเงินต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้น EM รวมถึงไทย ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า)

หุ้นแนะนำวันนี้
SEAFCO ดูรายงานวันนี้
BEC Technical buy แนวรับ 12.5 ต้าน 13.7 Stop loss 12
EA Technical buy แนวรับ 47.75 ต้าน 50 Stop loss 45

รายงานวันนี้

SEAFCO: Waiting for big jump

เรามั่นใจในการเติบโตของบริษัท ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการยกเครื่องสาธารณูปโภคของประเทศ รวมถึงการก่อสร้างโครงการใน EEC ในปีนี้จะเป็นปีแห่งการรับรู้กำไรหลังจากที่บริษัทสะสม Backlog ไว้เต็มมือตั้งแต่ปีที่แล้ว ในขณะที่ราคาหุ้นพักตัวลงมาเพราะการประมูลที่เงียบไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่บริษัทมีศักยภาพในการรับงานเอกชนขนาดใหญ่อย่างโครงการ One Bangkok ซึ่งล่าสุดผ่าน EIA แล้ว คาด SEAFCO จะได้รับงานเร็วๆนี้ หนุนกำไรเติบโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป แนะนำ ซื้อ ราคาเปาหมาย 11.40 บาท

ANAN: What is the fair value without Ashton Asoke?

เราประเมินผลกระทบกรณีโครงการ Ashton Asoke เลื่อนไป 1 ปี โดยหากเราอิงกรณีที่เลวรายที่สุด ถอดโครงการดังกล่าวออกจากประมาณการจะกระทบต่อประมาณการกำไรของเราในปี 2018 ที่ 26% หรือคิดเป็น 2 บาท/หุ้น และ net gearing จะปรับตัวขึ้นจาก 0.7 เท่า เป็น 0.9 เท่า อย่างไรก็ตาม เรายังคาดกำไรเติบโต 15% แม้ไม่มีโครงการดังกล่าว เรามองว่าราคาหุ้นที่ลงมาสะท้อนประเด็นดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว และเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไร ราคาเปาหมาย 4.60 บาท

หุ้นมีข่าว/ประเด็น

(+) EA “สมโภชน์” ไล่เก็บหุ้น “อีเอ” หลังพบมือดีทุบหุ้นร่วง 8 วันติด ทั้งกองทุน-บุคคลธรรมดา 2 ราย รวมทั้ง มีแรงขายชอร์ตเซล ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ข้องใจกองทุนขายทิ้ง โชว์แผนทำนิคมฯ ตั้งโรงงานแบตเตอรี่ในเขตอีอีซี สยบ ข่าวลือหอบเงินหนีธุรกิจไปไม่รอด (ที่มา กรุงเทพธุรกิจ)

(-) SQ ชี้แจง อุปกรณ์ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ จากเหตุดินสไลด์ที่เหมืองแม่เมาะ (ที่ตั้งโครงการ 8) เร่งหารือกฟผ. แก้ปัญหา ปรับกระบวนการทำงานทันที มีเพียงอุปกรณ์เสริมบางส่วนได้แก่ โครงสร้างโต๊ะรองรับสายพานประมาณไม่เกิน 7% ของทั้งหมด ที่ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย (ที่มา ASPEN)

(*) กลุ่มรับเหมา: ประชุม ครม.วันนี้ ข่าว เสนอรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน . ด้าน รมว.คมนาคมให้ข่าวว่า ร่าง TOR จะเสร็จภายในเดือน มีค. นี้หรือ เมย.เป็นอย่างช้า (ที่มา อินโฟเควสท์)

(+) GL เผยบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะฟอง J Trust Asia Pte. Ltd. (JTA) ซึ่งบริษัทย่อยของ J Trust Co., Ltd หรือไม่ หลังจากวันนี้ศาลล้มละลายกลางยกคำร้องฟนฟูกิจการ GL ที่ทาง JTA ได้ยื่นฟองไปก่อนหน้านี้ (ที่มา อินโฟเควสท์)

(+) 14 แบงก์ นำร่อง หนังสือค้ำประกัน อิเล็กทรอนิกส์ ลดค่าใช้จ่าย ภายใต้โครงการ ไทยแลนด์ บลอคเชนคอมมิวนิตี้ อินิติอะทีฟ เริ่มใช้ ไตรมาส 3 ปีนี้ (ที่มา เดลินิวส์)

(+) TOA เผยประสบความสำเร็จในการเจรจา ขอยืนราคาวัตถุดิบ (ไทเทเนียมไดออไซด์) ล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี ตลอดปี 2561 (ที่มา แนวหน้า)

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด

(*) การประชุมรัฐมนตรีคลังของประเทศกลุ่ม G20 ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่กำลังจะเริ่มในวันจันทร์นี้ โดยตลาดค้าเงินตรากำลังจับตาดูว่า การเคลื่อนไหวทางการทูต จะเข้ามามีบทบาทช่วยคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ กับประเทศอื่นในประเด็นที่คุณทรัมปสั่งเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม หรือว่าปัญหานี้จะลุกลามขยายวงมากขึ้น
ตลาดค้าเงินตราไม่ชอบเห็นปัญหาสงครามการค้า

โดยในอดีตในสมัยที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือน พ.ค. 2016 มันเคยทำให้ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงมากกว่า 2% ภายในเวลา 1 เดือน และในเดือน มี.ค. 2002 เมื่ออดีตประธานาธิบดีจอร์ช บุช สั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากสหภาพยุโรป ดอลลาร์ก็ได้ดิ่งลงถึง 6% (ที่มา Money channel)

Trend Forecasting

SET Index 1,799.79 จุด -0.66% มูลค่าการซื้อขาย5.1หมื่นล้านบาท

Key Topic: Opportunity to buy back เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยเริ่มมีความเสี่ยงของการปรับตัวลงจำกัด หากลงมาบริเวณแนวรับ 1770-1780 จุด และมองเป็นโอกาสในการทยอยเข้าซื้อหุ้นที่เกิดสัญญาณบวกหรือแข็งแกร่งมากกว่าตลาด

มุมมองตลาด:สัปดาห์นี้เราจะทราบว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาดการณ์หรือไม่? เราเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ได้สะท้อนปัจจัยนี้ไปบางส่วนจากดัชนีที่ปรับตัวลงโดยเฉลี่ย 5-10% นับตั้งแต่เดือนม.ค.เป็นต้นมา เรามองว่าความเสี่ยงของตลาดที่จะปรับตัวลงไปมากกว่านี้จากปัจจัยการปรับอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวนั้นมีจำกัด มุมมองของเราจึงคาดว่าตลาดจะมีทิศทางที่ดีขึ้นหรือเริ่มฟนตัวขึ้นได้

ซึ่งการปรับตัวลดลงของตลาดจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อได้อีกครั้ง เราประเมินแนวรับบริเวณ 1770-1780 จุด จะเป็นช่วงที่ Indicator ลงมาถึงจุด oversold (RSI<30)

นอกจากนี้วอลุ่มการซื้อขายช่วงพักตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าความเสี่ยงของการปรับตัวลงไปด้วย สรุป: เราคาดว่านโยบายการเงินที่ชัดเจนของสหรัฐฯหลังการประชุมวันที่ 20-21 มี.ค.นี้ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ไม่น่าจะตอบรับในเชิงลบมากนักเนื่องจากการคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ลุ้นดัชนีฟนตัวจากแนวรับ 1770-1780 จุด

กลยุทธ์ทางเทคนิค: แนะเลือกหุ้น Laggard play หุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นไม่มากนักและเริ่มมีสัญญาณฟนตัวที่แนวรับ โดยใช้ parameter หลักได้แก่ 1.หุ้นที่เริ่มแสดงความแข็งแกร่งจากค่า RSI ฟนตัว 2. ปิดยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 3.ราคาปิดบวกสวนตลาด 4.ใช้จุด Stop loss หากหุ้นไม่เป็นไปตามคาด

Technical update from Bualuang Itracker: แนะนำซื้อหุ้นที่มีสัญญาณบวกสอดคล้องกับสัญญาณทางเทคนิคได้แก่ EA(แนวรับ 46/แนวต้าน 53) INTUCH(แนวรับ 58/แนวต้าน 63)JAS(แนวรับ 6.8/แนวต้าน 7.5)

หุ้นคงเหลือ:INTUCH(9เม.ษ.) KTC(26เม.ษ.) SAWAD(XD 3พ.ค.) KKP(XD 2พ.ค.) IVL(XD 15พ.ค.) AU,EA,JAS
แนวโน้มระยะสั้นมอง SET Index แนวรับ 1,780 แนวต้าน 1,810// SET100 รับ 2600 ต้าน 2630 BSET100 รับ 11.30 ต้าน 11.40// BMSCITH รับ 13.86 ต้าน 14

Track with Technical

EA
แนะนำ:ซื้อ
เป้าหมาย:53
Stop loss:<46
เหตุผล: หุ้นส่งสัญญาณฟนตัว ภายหลังจากการปรับตัวลงมากกว่า 40% ขณะที่โมเมนตัมระยะสั้นเกิดสัญญาณกลับตัวจากค่า Stochastic และแนวรับ 40-45 (Fibonacci ratio 61.8%)

INTUCH
แนะนำ:ซื้อ
เป้าหมาย:63
Stop loss:<58
เหตุผล: ราคาทะลุเส้นแนวโน้มส่งสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้นรอบใหม่ หนุนด้วยค่า RSI บ่งชี้ความแข็งแกร่งด้านราคา

JAS
แนะนำ:ซื้อ
เป้าหมาย:7.5
Stop loss:<6.8
เหตุผล: ราคาฟื้นตัวบนแนวรับสำคัญ Trend support ขณะที่โมเมนตัมระยะกลางส่งสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อค่า DI แสดงสัญญาณบวก