เล่นหุ้นรับข่าว!

ความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะประเด็นนโยบายการค้า และการลงทุนของสหรัฐฯ และจีนยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจกระตุ้นความผันผวนของภาวการณ์ลงทุนได้เป็นระยะ...ในช่วงนี้


เส้นทางนักลงทุน

ความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะประเด็นนโยบายการค้า และการลงทุนของสหรัฐฯ และจีนยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจกระตุ้นความผันผวนของภาวการณ์ลงทุนได้เป็นระยะ…ในช่วงนี้

ประกอบกับการดิ่งลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ภายหลังความกังวลเรื่องภูมิศาสตร์การเมืองในตะวันออกกลางดูเบาบางลง และตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น จะส่งผลเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ทำให้บทบาทในการเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่ผลักดันดัชนีหุ้นไทยถดถอยลงชั่วขณะ

นอกจากนี้กลุ่มธนาคารที่มีขนาดใหญ่รองลงมาก็มีประเด็นลบเพิ่มเติมจากการที่ธนาคารหลักๆ ประกาศไม่เก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมโอนเงินฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบในระยะสั้นต่อเนื่องอยู่บ้างจากการที่จะมีธนาคารอื่นๆ ประกาศนโยบายตามมา

นอกจากนี้ ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยการเมือง จากความกังวลที่อาจจะมีการเลื่อนโรดแมปเลือกตั้ง หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อาจยื่นร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตีความด้วย ซึ่งที่จริงนักลงทุนก็ไม่ได้กังวลมาก เพียงแต่ต้องการความชัดเจนเท่านั้น

ผลโดยรวมที่เกิดขึ้นยังคงกดดันดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ วานนี้เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยปิดที่ระดับ 1,766.92 จุด ลบไป 18.07 จุด มูลค่าซื้อขาย 8.42 หมื่นล้านบาท

เมื่อภาวะตลาดหุ้นยังถูกแรงกดดัน….เพราะปัจจัยแวดล้อมทั้งภายนอกประเทศ และภายในไม่เอื้อมากนัก ….ทำให้ทิศทางไปในทางลบ…ก็มักเกิดแรงเทขายทำกำไรในหุ้นออกมา…เพื่อลดความเสี่ยง ดังนั้นในช่วงนี้การลงทุนอาจยาก

กลยุทธ์การลงทุนเก็งกำไรในหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนถือว่าเป็นอีกทางเลือก… เพราะปัจจัยบวกจะช่วยให้หุ้นตัวนั้นเกิดความน่าสนใจเพิ่มขึ้น…อาจช่วยดึงดูดให้นักลงทุนเข้าไปลงทุน โดยจะทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นสวนทางภาวะที่ไม่เป็นใจ

กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน… (คัดเลือกมาจากบทวิเคราะห์)

สำหรับการแนะนำ เลือกลงทุนในหุ้น ได้แก่

  • KCE, HANA และ DELTA รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าสู่ 31.27 บาท/ดอลลาร์ และราคาทองแดงปรับตัวลง 5% MTD สู่ 6,550 ดอลลาร์/ตัน
  • GPI, KKP, TISCO และ TCAP เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากงานมอเตอร์โชว์
  • CENTEL, ERW คงได้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 19% ในเดือน ก.พ.
  • SAWAD, S11, TK และ ASK คาดได้อานิสงส์จาก กนง. ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5%
  • CK, SEAFCO, SYNTEC, WHA และ ROJNA ได้ประโยชน์โครงการลงทุนภาครัฐและ EEC
  • KKP, AIT, SC, AP และ LH หุ้นที่จ่ายปันผลสูงซึ่งเดือน เม.ย.-พ.ค. นี้ จะขึ้น XD โดยให้อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Div. Yield) เกิน 3%

หุ้นที่นำเสนอเป็นส่วนหนึ่งที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากปัจจัยบวกของข่าวต่างๆ ซึ่งไม่สามารถบอกข้อเท็จจริงได้ว่าจะช่วยผลักดันให้ราคาหุ้นปรับขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์…หุ้นอาจไม่รับข่าวทุกตัวเสมอไป

ดังนั้นทางนักลงทุนควรหาปัจจัยบวกอื่นๆ เข้ามาประกอบในการตัดสินใจในการลงทุนด้วย เพาะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในช่วงภาวะตลาดยังมีแรงกดดัน

Back to top button