ล็อคเป้าหุ้นกำไร Q1/61 ดี!

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงเดือน เม.ย.นี้ แม้ตลาดหุ้นไทยจะมีวันเปิดทำการน้อย เพราะมีวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ รวมไปถึงมีปัจจัยต่างประเทศที่กดดันตลาดมาตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาในเรื่องความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายต่อวันค่อนข้างเบาบาง จนกดดันดัชนีเกิดอาการผันผวนมากในช่วงที่ผ่านมา

เส้นทางนักลงทุน

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงเดือน เม.ย.นี้ แม้ตลาดหุ้นไทยจะมีวันเปิดทำการน้อย เพราะมีวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ รวมไปถึงมีปัจจัยต่างประเทศที่กดดันตลาดมาตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาในเรื่องความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายต่อวันค่อนข้างเบาบาง จนกดดันดัชนีเกิดอาการผันผวนมากในช่วงที่ผ่านมา

ล่าสุดสถานการณ์ปัจจัยต่างประเทศเริ่มผ่อนคลายขึ้นมาทันทีหลังจากที่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุม Boao Forum for Asia (BFA) ซึ่งมีใจความสำคัญคือ จีนพร้อมที่จะลดภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าอื่นๆ จีนจะขยายการนำเข้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีความสมดุลย์มากยิ่งขึ้น จีนจะเพิ่มความแข็งแกร่งในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และจีนจะเปิดเสรีออกมาตรการเปิดกว้างตลาดการค้าให้กับนักลงทุนต่างประเทศขนาดใหญ่

ปฏิกิริยาตอบกลับจากทางสหรัฐฯเป็นไปด้วยท่าทีที่เป็นมิตร ปธน.ทรัมป์ ทวิตข้อความ “ขอบคุณเป็นอย่างมากที่ ปธน.สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ รวมทั้งการที่จีนจะตั้งใจให้ความสำคัญกับการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการถ่ายโอนเทคโนโลยี” โดยทรัมป์ได้ปิดท้ายด้วย “We will make great progress together” หรือเราจะก้าวหน้าอย่างยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

ทั้งนี้ปัจจัยภายนอกผ่อนคลาย คาดช่วงที่เหลือของเดือน เม.ย.ตลาดจะหันมาให้ความสนใจเรื่องในประเทศ การประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1 ปี 2561

นับจากนี้ของช่วงที่เหลือเดือน เม.ย.ตลาดจะหันมาให้ความสำคัญต่อเรื่องการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในงวดไตรมาส 1 ปี 2561 โดยมีข้อมูลจากบล.กสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มกำไรบริษัทที่มีการออกบทวิเคราะห์ในเบื้องต้น (มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงในภายหลัง) ส่วนที่ไม่ได้ออกบทวิเคราะห์ได้รวบรวมจาก Bloomberg Consensus (มีเครื่องหมาย*) คาดว่าตลาดจะตอบรับในเชิงบวกและเกิดการเก็งกำไรต่อกลุ่มหุ้นที่จะมีการรายงานกำไรเติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้

1) บริษัทที่คาดว่าจะมีผลกำไรดีขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อน และจากงวดเดียวกันของปีก่อน เช่นกลุ่ม เกษตร TVO* ยานยนต์ STANLY* ธนาคาร BBL, BAY, TISCO, KKP ค้าปลีก GLOBAL, COL, CPN วัสดุฯ TOA รับเหมาฯ PYLON* สินค้าอุปโภคฯ TNR การเงิน MTLS, AEONTS, KTC, TK* อาหาร CBGM* โรงพยาบาล RJH, CHG, BH, BDMS สื่อสาร ADVANC, INTUCH อสังหาฯ LH บันเทิง RS*, PLANB*, VGI* พลังงานทดแทน DEMCO, TPCH, SSP, EA ขนส่ง AOT, AAV, BTS, BEM สาธารณูปโภค BGRIM, GPSC, EGCO, RATCH, GLOW

2) บริษัทที่คาดว่าจะมีผลกำไรแย่ลงจากไตรมาสก่อน แต่จะดีขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน เช่นกลุ่ม ยานยนต์ AH*, SAT* ธนาคาร TCAP, TMB ค้าปลีก BJC, HMPRO, MAKRO, ROBINS, CPALL, COM7, BIG, BEAUTY, MEGA พลังงาน BCP, IRPC, PTG โรงพยาบาล BCH, THG นิคม JWD, TICON, WHA* ปิโตรเคมี IVL อสังหาฯ AP, ORI, PSH, QH, SC, SIRI, SPALI, ANAN*, PLAT* สื่อสาร WORK* พลังงานทดแทน BCPG, GUNKUL ขนส่ง TTA*

หุ้นดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการว่าผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2561 ออกมาดี ดังนั้นถือเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นในพอร์ต เพราะอาจจะมีการเข้าเก็งกำไร!