บลจ.ธนชาต โชว์ปันผล 2 กองทุน

บลจ.ธนชาต โชว์ปันผล 2 กองทุน "T-DIV"-"T-DIV2"

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด หรือ บลจ.ธนชาต เปิดเผยว่า บริษัทมีมติจ่ายเงินปันผล 2 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดธนชาตหุ้นปันผล (T-DIV) และ กองทุนเปิดธนชาต หุ้นปันผล 2 (T-DIV2) โดยกองทุน T-DIV เป็นการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 4ในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วย ในรอบระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งเมื่อรวมครั้งนี้จะเท่ากับมีการจ่ายเงินปันผลไปแล้วตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเท่ากับ 1.10 บาทต่อหน่วย

ส่วนกองทุน T-DIV2 เป็นการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 4 เช่นกันในอัตรา 0.40 บาทต่อหน่วย ในรอบระยะเวลา 3 เดือนเมื่อรวมครั้งนี้จะเท่ากับในรอบ 1 ปีของกองทุนสามารถจ่ายเงินปันผลไปแล้ว1.09 บาทต่อหน่วย นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาประมาณ 1 ปี โดยทั้ง 2 กองทุน จะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 24 เม.ย. 2561 และถือเป็นการจ่ายต่อเนื่องติดต่อกันมา 4 ไตรมาสนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทหุ้นไทยยังคงเป็นทางเลือกที่ดีอยู่แม้ในช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับความผันผวนค่อนข้างมาก ทั้งจากปัจจัยในประเทศและปัจจัยต่างประเทศ แต่ด้วยสภาพคล่องในระบบยังคงมีสูง และอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังมีการขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา แม้จะมีหุ้นในกลุ่มธนาคารที่อาจได้รับผลกระทบบ้างจากการปรับลดค่าธรรมเนียมก็ตาม

สำหรับปัจจัยในประเทศสำคัญที่ต้องจับตาในระยะนี้คือ ผลประกอบการกลุ่มธนาคารในไตรมาสแรก ส่วนการปรับลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมออนไลน์นั้น คาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบในช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป แต่โดยรวมยังเชื่อว่า เศรษฐกิจไทย ในปี 2561 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 4.2 ต่อปี ซึ่งเป็นการขยายตัวจากการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก

ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังคงต้องจับตาในประเด็นสงครามการค้า ซึ่งในมุมมองของ บลจ.ธนชาต แล้ว ยังเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะยังคงสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกโดยรวมได้แต่น่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนักเพราะเป็นประเด็นที่ยังต้องเจรจา และยังต้องรอการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น (Public Hearings) ในช่วงเดือนพฤษภาคม

นอกจากนั้นยังเกี่ยวพันกับผลประโยชน์หลายฝ่าย เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายนัก ในส่วนประเด็นของซีเรียในด้านหนึ่งเป็นบวกต่อราคาน้ำมันและกลุ่มพลังงาน และน่าจะสร้างผลกระทบในระยะสั้นๆ หากสถานการณ์ไม่ลุกลาม

สำหรับการลงทุนในหุ้นปันผลยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงที่ตลาดหุ้นต้องเผชิญกับความผันผวน เพราะความน่าสนใจในอัตราการจ่ายเงินปันผลจะทำให้แรงเทขายในหุ้นกลุ่มนี้จะน้อยกว่าหุ้นทั่วไป