“รพี” ยันไม่ละทิ้งปม IFEC ร่อนจม.บี้กรมธุรกิจการค้า 5 ฉบับไร้คำตอบ ทำเลือกบอร์ดใหม่ไม่คืบ

“รพี” ยัน ก.ล.ต.ไม่ละทิ้งปม IFEC ร่อนจม.บี้กรมธุรกิจการค้า 5 ฉบับไร้คำตอบชัดเจน ทำเลือกตั้งบอร์ดใหม่ไม่คืบ


จากกรณีที่ในวันนี้ (4 พ.ค.61) ผู้ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ IFEC ได้มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ก.ล.ต. เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้ IFEC กลับมาดำเนินธุรกิจปกติและสามารถชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมได้โดยเร็ว

ล่าสุด นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของ IFEC คือ ไม่มีคณะกรรมการบริษัทที่ทำหน้าที่บริหารจัดการบริษัทได้ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องทำโดยการจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ แต่ที่ IFEC ไม่สามารถจัดประชุมผู้ถือหุ้นได้ เพราะมีประเด็นข้อกฎหมายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

โดย ต้องวินิจฉัยให้ชัดเจนว่า กรรมการที่มีอยู่ปัจจุบันสามารถที่จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นได้หรือไม่ อย่างไร  ซึ่ง ก.ล.ต. เห็นว่า การแก้ไขปัญหาของ IFEC จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้วินิจฉัยประเด็นปัญหาข้อกฎหมายและเสนอแนะแนวทางเพื่อเอื้อให้เกิดการประชุมผู้ถือหุ้นโดยเร็ว

ทั้งนี้ เนื่องจาก IFEC เป็นบริษัทมหาชนจำกัด การจัดประชุมผู้ถือหุ้นต้องดำเนินการภายใต้ขั้นตอนและวิธีการตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนฯ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนั้น ประเด็นข้อกฎหมายข้างต้นจึงต้องให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้วินิจฉัย

โดย ที่ผ่านมา ก.ล.ต. รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของผู้ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นกู้มาโดยตลอดและไม่ได้นิ่งนอนใจในการหาความชัดเจนในประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าว จึงมีหนังสือถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจำนวนรวม 5 ฉบับ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560  รวมทั้งได้ไปหารือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอให้วินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมาย แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

รวมทั้งได้ประสานงานติดต่อกับกรรมการและผู้ถือหุ้นมาโดยตลอด แต่ด้วยปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ถือหุ้นและผู้บริหารบริษัท จึงทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติในทางปฏิบัติได้และต้องอาศัยคำวินิจฉัยข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนฯ ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมิได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.  ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการประสานงานกับกรรมการ ผู้ถือหุ้น IFEC และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมโดยเร็วต่อไป

 

Back to top button