หมู (ตาย) ไม่กลัวน้ำร้อน

*เรื่องราวในตลาดหุ้นนับวันจะมีเรื่องระทึกขวัญมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้พวกขวัญอ่อนเกิดอาการขวัญหนีดีฝ่อ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นกลุ่มคนที่ไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้นปรากฏตัวมากขึ้น “โมนิก้า” ถึงมองเรื่องราวชวนปวดหัวของผู้คนในตลาดหุ้นเป็นเรื่องฮา ๆ มากกว่าเรื่องซีเรียส เพราะผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ได้ตกอยู่ที่พลพรรคแมงเม่าของอิฉันเจ้าค่ะ


เจาะกระดาน : โมนิก้า

*เรื่องราวในตลาดหุ้นนับวันจะมีเรื่องระทึกขวัญมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้พวกขวัญอ่อนเกิดอาการขวัญหนีดีฝ่อ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นกลุ่มคนที่ไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้นปรากฏตัวมากขึ้น “โมนิก้า” ถึงมองเรื่องราวชวนปวดหัวของผู้คนในตลาดหุ้นเป็นเรื่องฮา ๆ มากกว่าเรื่องซีเรียส เพราะผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ได้ตกอยู่ที่พลพรรคแมงเม่าของอิฉันเจ้าค่ะ

*เมื่อรายละเอียดปลีกย่อยของการเปิดวิวาทะมีหลากหลายเรื่องราว “โมนิก้า” ก็มีความจำเป็นให้แมงเม่าหัดเรียนรู้ไปทีละเรื่อง เพื่อจะได้เข้าใจกลของตลาดหุ้นไทยว่ากันบนเรื่อง money game มันเป็นอย่างไร ? รวมทั้งข่าวที่เขาเล่านั้น มันตรงกับสิ่งที่เดี๊ยนเม้าท์ให้ฟังหรือเปล่า ? พร้อมกับขอยืนยันอีกครั้งว่า วันนี้ต้องทำตัวให้ว่องไว เพื่อรับมือกับเกมที่เริ่มเล่นเร็วขึ้นพะย่ะค่ะ

*ประเด็นนี้ดูได้จากการวิ่งของดัชนีขึ้นไปถึงระดับ 1,789.77 จุด ด้วยแรงซื้อที่หนาแน่นตั้งแต่เปิดหัววัน จนทำให้นักเล่นแอบลุ้นลึก ๆ สัปดาห์นี้อาจได้เห็นดัชนีขึ้นไปป้วนเปี้ยนแถว 1,800 จุด พอตกบ่ายทุกคนกลับมีอาการฝันสลายตอนแดดแรง ๆ เพราะมีแรงเทขายออกมาเป็นจำนวนมาก จนดัชนีทรุดตัวลงมากองอยู่ที่ 1,779.80 จุด ลบไป 0.07 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.49 หมื่นล้านบาทไงล่ะคะ

*เม้าท์ถึงเรื่องการลงทุนมาเยอะแล้ว “โมนิก้า” ขอย้อนกลับมาเม้าท์ถึงเสือกระดาษอย่าง ก.ล.ต. กับบรรดาโจทย์เก่าที่ซัดกันอีนุงตุงนังกันบ้างดีกว่า เพราะดูเหมือนชมรมชาวเผือกจะให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะเรื่องการปีนเกลียวของอดีตผู้บริหารโบรกเกอร์ตัว A มันทำให้สังคมเกิดความสะใจทางอารมณ์กันทั้ง 2 ฝั่งนั้น มันสะท้อนให้เห็นว่า คนในวงการตลาดหุ้นมีความซาดิสต์กันเยอะขึ้นเจ้าค่ะ

*สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” มีความรู้สึกเช่นนั้นมาจากประสบการณ์เก่า ๆ ที่อยู่ในตลาดหุ้นมานานทำให้รู้ว่า ใครที่มีปัญหากับสำนักงานแห่งนี้แบบยืดเยื้อ มักมีสภาพศพไม่สวยเอาเสียเลย เดี๊ยนถึงสงสัยในท่าทีของ เฮีย ช. กับ นางสาว ช. ไปกินหัวใจเสือที่ไหนมา ถึงหาญกล้าต่อกรกับผู้มีอำนาจในตลาดหุ้น หรือคิดว่า ไม่มีอะไรจะเสีย! จึงเดินหน้าใส่แบบสุดซอยให้มันรู้กันไปเลยใช่ไหมคะ

*หากคิดเช่นนั้นจริง ๆ เดี๊ยนในฐานะคนที่อยู่ห่าง ๆ แบบห่วง ๆ คงต้องติดตามรายการไม้ซีกงัดไม้ซุงต่อไปเรื่อย ๆ เพราะข้อหาที่สำนักงานจัดหนักจัดเต็มให้กับ หนุ่มซ่า..สาวเฟี้ยว มันมีครบทุกกระบวนท่า “โมนิก้า” ถึงไม่ข้องใจกับการลุยแหลกของคู่หูคู่ฮาดวงเก๋าของวงการตลาดหุ้น เพราะพรายกระซิบแอบเม้าท์ให้ฟังว่า มีแต่หมูตายเท่านั้น..ที่ไม่กลัวน้ำร้อนลวกหัว ผู้คนเลยพากันคิดกันต่อไปว่า เดือนสิงหาคม มีแนวโน้มจะพ้นการถูกแบนจริงเหรอ ?

*อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้สำนักงานแห่งนี้เกิดอาการเบื่อหน่ายสุด ๆ คงเป็นกรณีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของ IFEC เพื่อสรรหาบอร์ดชุดใหม่เข้ามาทำงานที่คั่งค้างเป็นจำนวนมากนั้น เอาเข้าจริงกลายเป็นเรื่องของ 2 หน่วยงานที่คุยไม่รู้เรื่อง จนทำให้สำนักงานแห่งนี้ออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนว่า ได้ทำการส่งจดหมายอธิบายเรื่องราวการจัดประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมายให้กับกระทรวงพาณิชย์ไปมากถึง 5 ฉบับนะจะบอกให้

*ผลลัพธ์ที่ออกมากลายเป็นว่า ไม่รู้..ไม่ชี้ และไม่..ไม่..ไม่คิดจะทำอะไรเลย!  จนจิ้งจกที่ห้องทำงานของ “โมนิก้า” ร้องทักออกมาในทำนอง เช้าชาม..เย็นชาม เลยเข้าใจถึงสัจธรรมของเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และอยากบอกให้คนที่ติดหุ้นตัวนี้ได้รู้อีกครั้งว่า อีกนานเป็นปีกว่าหุ้นร้อนตัวนี้จะได้กลับเข้ามาเทรดอีกครั้ง จึงต้องทำใจกับเรื่องราวที่ไม่รู้จุดจบของเรื่องที่จะเกิดขึ้นเมื่อใดเจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับการเด้งแรงของหุ้น SAMART ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 9.20 บาท บวกไป 0.65 บาท หรือขึ้นไป 7.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 105 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่ถูกดันด้วยสตอรี่เทิร์นอะราวด์เป็นประเด็นหลัก จึงต้องเข้าใจรูปแบบการเล่นต่อจากนี้จะเป็นลักษณะดันออกของ เดี๊ยนถึงไม่อยากเห็นแมงเม่าฝากความหวังกับหุ้นตัวนี้มากเกินไปไงล่ะจ๊ะ

*เหมือนกับในรายของ GGC หลายคนมองเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่น่าจับตา ราคาหุ้นถึงพุ่งขึ้นแรงตั้งแต่กลางปีที่แล้ว พร้อมกับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่บริเวณ 19 บาท หลังจากนั้นเกิดอาการอ่อนตัวลงมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ทรุดฮวบลงมาปิดที่ 13 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 7.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 161 ล้านบาท ล้วนเป็นผลมาจากกำไรลดเกินครึ่ง ทำให้นักเล่นทิ้งหุ้นหนีตายกันอุตลุด หลังบริษัทมีแนวโน้มขาดทุนสูงน่ะซี

*อีกรายที่น่ากังวลสุด ๆ “โมนิก้า” คงพุ่งเป้าไปยังหุ้น RS หลังโดนเทขายหนักเหมือนจะไม่เล่นกันอีกต่อไป หุ้นถึงร่วงลงมาปิดที่ 24.50 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 3.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 217 ล้านบาท โดยเป็นการปิดใกล้กับบริเวณจุดเด้งกลับแบบนี้ เหมือนเป็นการบังคับให้หุ้นต้องถีบตัวขึ้นในแดนบวก หากไม่เป็นดั่งเช่นที่ว่าไว้ ทรงของหุ้นจะเสียไปในทันที และหุ้นมีโอกาสไหลลงต่อค่อนข้างสูงเจ้าค่ะ

Back to top button