STEC บวก 4 วันราคาพุ่ง 17% นิวไฮรอบ 2 เดือน โบรกฯ แนะซื้อ ชูเป้า 22.30 บ.

STEC บวก 4 วันราคาพุ่ง 17% นิวไฮรอบ 2 เดือน โบรกฯ แนะซื้อ ชูเป้า 22.30 บ. ชี้กำไร Q2 โตต่อ หลังทยอยรับรู้รายได้เพิ่ม ล่าสุด ณ เวลา 15.43 น. อยู่ที่ 20.30 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 4.10% สูงสุดที่ 20.60 บาท ต่ำสุดที่ 19.30 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 651.85 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC ล่าสุด ณ เวลา 15.43 น. อยู่ที่ 20.30 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 4.10% สูงสุดที่ 20.60 บาท ต่ำสุดที่ 19.30 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 651.85 ล้านบาท

ทั้งนี้ราคาหุ้น STEC ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 4 วันติด นับตั้งแต่ราคาหุ้นปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 17.30 บาท เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2561 ปรับตัวขึ้น 3 บาท หรือคิดเป็น 17% ขณะเดียวกันราคาหุ้นยังปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 2 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 20.40 บาท เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2561

นอกจากนี้ บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STEC ให้ราคาเป้าหมาย 22.30 บาทต่อหุ้น โดย STEC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 ที่ 292 ล้านบาท โต 17% จากปีก่อน และพลิกตัวขึ้นจากขาดทุนที่ 1,317 ล้านบาทในไตรมาส 4/60 ทั้งนี้กำไรสุทธิออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 8.84%

สำหรับในไตรมาสนี้โครงการสร้างรัฐสภาที่เคยเป็นปัญหาจากการที่ภาครัฐขยายเวลาโครงการอย่างมีนัยสำคัญจาก 2 ปีครึ่งเป็น 6 ปีครึ่ง (สาเหตุ 1.ส่งมอบพื้นที่ไม่ได้ตามกำหนด 2.ปัญหาเรื่องการขนดินออกจากพื้นที่ 3.แบบโครงการไม่ชัดเจน) สำหรับโครงการกล่าวได้มีการตั้งสำรองไว้เต็มจำนวนแล้วในไตรมาส 4/60 (Margin โครงการคิดเป็นศูนย์) สำหรับปี้นี้มีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานทั้งปี

ด้านสถานะ Backlog ปัจจุบันของ STEC อยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท สำหรับโครงการหลักอย่างรถไฟสายสีเหลืองและสีชมพูบริษัทสามารถเข้าพื้นที่ทำงานได้ตั้งแต่วันที่ 1เมษายน 2561 ที่ผ่านมา (ทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/61)

ส่วนโครงการรถไฟสายสีส้มก็กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาภาพรวมของ Backlog ในปีนี้มีงาน Infrastructures เป็นหลัก (คิดเป็นสัดส่วนรายได้ต่อรายได้รวมจากงานก่อสร้างทั้งหมดมากกว่า 40%) เราคาดว่ากำไรขึ้นต้นของบริษัทจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากลักษณะของงาน (คาด %GPM เฉลี่ย 5-7%) ซึ่งจะหนุนผลการดำเนินงานโดยรวมได้ดี

ทั้งนี้ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในช่วงครึ่งปีหลังทั้งในแง่ของการรับรู้รายได้จากโครงการหลักๆ และ Sentiment ของทั้งกลุ่มที่คาดว่าน่าจะมีงานใหม่ๆจากภาครัฐเข้ามาให้ประมูล