เลือดท่วมจอ!

*ประเด็นการลงทุนเที่ยวนี้มีแต่เรื่องน่าหนักใจแทบทั้งสิ้น จนพรายกระซิบที่แฝงตัวอยู่ในที่ต่าง ๆ เกิดอาการห่อเหี่ยวกันถ้วนหน้า “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับพยายามทำใจกับสถานการณ์ “ทรงกับทรุด” เพราะเมื่อเหลือบดูผลงานไตรมาส 1 ที่ประกาศออกมาของแต่ละบริษัท มันทำให้กองทุนที่อมหุ้นไว้ก่อนหน้านี้ และขาใหญ่ที่กอดหุ้นมานาน พากันทิ้งหุ้นอย่างไม่ดูดำดูดีกันเลยเจ้าค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ประเด็นการลงทุนเที่ยวนี้มีแต่เรื่องน่าหนักใจแทบทั้งสิ้น จนพรายกระซิบที่แฝงตัวอยู่ในที่ต่าง ๆ เกิดอาการห่อเหี่ยวกันถ้วนหน้า “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับพยายามทำใจกับสถานการณ์ “ทรงกับทรุด” เพราะเมื่อเหลือบดูผลงานไตรมาส 1 ที่ประกาศออกมาของแต่ละบริษัท มันทำให้กองทุนที่อมหุ้นไว้ก่อนหน้านี้ และขาใหญ่ที่กอดหุ้นมานาน พากันทิ้งหุ้นอย่างไม่ดูดำดูดีกันเลยเจ้าค่ะ

*เมื่อปัจจัยพื้นฐานไม่เอื้อให้เหล่านักเล่นได้เข้าตะลุยแบบสุดซอย “โมนิก้า” ก็มีความจำเป็นต้องอธิบายถึงปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้มากเป็นพิเศษ เพราะสิ่งที่ดัชนีจะแสดงอาการออกมาคงเป็นลักษณะ sideway down โดยจุดสูงสุดของการเด้งขึ้นจะต่ำกว่าการเด้งขึ้นครั้งก่อน ขณะเดียวกันก็จะเห็นจุดต่ำสุดของการลงรอบใหม่ต่ำกว่าเดิมนะจะบอกให้

*วานนี้ถึงเห็นดัชนีทรุดตัวลงฮวบฮาบมายืนอยู่ที่ 1,750.62 จุด ลบไป 16.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.76 หมื่นล้านบาทอย่างง่ายดาย เพราะเมื่อมองดูการสาดหุ้นทิ้งอย่างต่อเนื่องของฝรั่งตาน้ำข้าว บวกกับท่าทีของกองทุนตัวแสบที่ยังคงเน้นจังหวะดัน ๆ ทุบ ๆ “โมนิก้า” ถึงต้องเหลือบมองแนวรับด้านล่างบริเวณ 1,750 จุดเป็นด่านปราการแรก ต่อจากนั้นค่อยขยับเป้าลงไปที่บริเวณ 1,730 จุดพะย่ะค่ะ

*ที่สำคัญคือ อยากให้แฟนคลับเข้าใจเกมหุ้นในเที่ยวนี้ให้ลึกซึ้งกว่าเดิม โดยเฉพาะคำกล่าวที่พูดกรอกหูมานานนับ 10 ปีว่า “ดอกเบี้ยขึ้นหุ้นลง” มันทำให้สถานการณ์ของการเล่นเที่ยวนี้ต้องไวกว่าเดิม เพราะการขึ้นของตลาดหุ้นไทยมักมีคำอธิบายแปลก ๆ ให้เห็นกันเป็นประจำ จึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เหล่านักเล่นเจ็บตัวน้อยที่สุดเจ้าค่ะ

*เหมือนกับในรายของ SAWAD เกิดอิมแพ็คบางอย่างเข้าเต็ม ๆ จนผู้คนที่เกี่ยวข้องเกิดอาการมึนงงไปตามกันนั้น “โมนิก้า” ยังคงพุ่งเป้าไปที่โรบอทเทรดของโบรกเกอร์บางแห่ง ถึงทำให้สถานการณ์ของหุ้นเละเทะอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และคงต้องใช้เวลาอีกยาวนานกว่าหุ้นจะฟื้นตัวมาอีกครั้ง เพราะการอ่อนตัวลงมาปิดที่ 34.25 บาท ลบไป 9.50 บาท หรือลงไป 21.70% ด้วยมูลค่า 4.78 พันล้านบาท มันหมายถึงการทิ้งแหลกนะจ๊ะ

*ส่วนในรายของป๋าชู MTC อาจโดนสะเก็ดระเบิดจากเหตุการณ์ดังกล่าวไปบ้างก็จริง แต่อย่างน้อยยังอยู่ในโมเมนตัมที่ค่อนข้างดี “โมนิก้า” ถึงไม่หนักใจเมื่อเห็นหุ้นอ่อนตัวลงมายืนอยู่ที่ 37.25 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1.30% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 890 ล้านบาท เพราะตลอดทั้งวันยังมีแรงช้อนซื้อเข้ามาให้เห็นเป็นระยะ จึงเป็นจังหวะของการเฝ้าดูเพื่อหาจังหวะเคาะตามเมื่อหุ้นเริ่มผงกหัวขึ้นค่ะ

*อีกหนึ่งรายที่ดูแล้วอาการน่าเป็นห่วง “โมนิก้า” ขอชี้เป้าไปยังหุ้นบัตรเครดิต KTC เพราะกองทุนแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ไม่เอา ? ถึงทิ้งหุ้นออกมาเป็นระยะในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา และประเด็นหลักที่ทำให้หุ้นยับเยินก็มาจากเรื่องหลุดโผ MSCI ทั้งที่ความสามารถในการทำกำไรยังคงยอดเยี่ยม เดี๊ยนถึงให้ผู้เล่นเป็นคนตัดสินใจกันเอาเองว่า การทรุดตัวลงมาปิดที่ 345 บาท ลบไป 21 บาท หรือลงไป 5.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.24 พันล้านบาท ใช่จังหวะของการเก็บของหรือเปล่า ?

*เหมือนกับในรายของ JASIF ทรุดตัวลงมาปิดที่ 10.60 บาท ลบไป 0.70 บาท หรือลงไป 6.20% ด้วยมูลค่า 1.93 พันล้านบาท ล้วนเป็นผลพวงมาจากคำประกาศขายทิ้ง 10% ของพ่อดอกมะลิ JAS อาการตื่นตกใจเลยแผ่ซ่านไปทั่วทุกหย่อมหญ้า บวกกับทุกคนมองไม่เห็นโอกาสที่หุ้นจะทะยานขึ้นไปอีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนพากันหนีตายจ้าละหวั่น หุ้นเลยต้องใช้เวลาพักเลียแผลใจสักระยะหนึ่งนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ BEAUTY ก็เข้าสู่โหมดปรับฐานรอบใหม่อย่างจริง ๆ จัง ๆ หลังกำไรมาตามที่มองไว้ก่อนหน้านี้ เลยตกอยู่ในภาวะขายเมื่อความจริงปรากฏ บวกกับภาวะการลงทุนไม่เป็นใจ แมงเม้าท์เลยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขายก่อนดีต่อใจ” เพราะการที่หุ้นทิ้งตัวลงมาปิดที่ 19.40 บาท ลบไป 1.40 บาท หรือลงไป 6.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.88 พันล้านบาท สะท้อนถึงการเล่นเที่ยวนี้มองราคาด้านล่างกันทุกคนจ้า!

*อาการนี้คล้ายคลึงกับ CPALL โดนพวกเจ้ามือใหญ่ขายต่อเนื่องหลายวัน จนวานนี้หุ้นลงมายืนอยู่ที่ 83.50 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.16 พันล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นช็อตที่นักเล่นต้องมองรูปแบบการเล่นของกองทุนให้ออก เพราะคงไม่ย้อนกลับเข้ามาไล่ซื้อหุ้นในเร็ว ๆ นี้ จึงน่าจะเข้าเล่นในจังหวะที่เห็นหุ้นเด้งขึ้นอย่างชัดเจนนะจ๊ะ

*ตบท้ายกันที่เจ้าจำปี THAI อุตส่าห์ตั้งหลักตั้งฐานเพื่อทะยานขึ้นรอบใหม่ แต่ทำได้ไม่ทันไรก็ทรุดตัวลงมายืนอยู่ที่ 15.40 บาท ลบไป 1.60 บาท หรือลงไป 9.40% ด้วยมูลค่า 288 ล้านบาท แถมเป็นการปิดราคาต่ำสุดของวัน “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นดูจังหวะที่หุ้นเด้งขึ้นดีกว่า เพราะสถานการณ์ของหุ้นตัวนี้ดูแย่กว่ารายข้างต้นที่กล่าวมาทั้งหมดนะจะบอกให้