“กลุ่มการแพทย์”โบรกชู BDMS-THG หุ้นเด่น รับประโยชน์ผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่ง  

 “กลุ่มการแพทย์”โบรกชู BDMS-THG หุ้นเด่น รับประโยชน์ผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่ง  

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(13 มิ.ย.) ว่า HEALTHCARE (BULLISH) สธ.คาดเดือน มิ.ย.-ก.ย.18 จะมีผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มกว่า 1 หมื่นรายต่อเดือน

มองว่าข่าวดังกล่าวส่งผลบวกเชิง sentiment ต่อหุ้นกลุ่มรพ. เนื่องจากแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ส่งผลให้ในไตรมาส 2/61F-3Q18F คาดว่าจะมีผู้ป่วยสะสมราว 16,341 ราย (+25%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) และ 30,000 ราย (+41%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ตามลำดับ รวมทั้งมีผลต่อการเพิ่ม Intensity ค่ารักษา และจำนวนวันนอนของกลุ่มลูกค้า IPD (จำนวนวันนอนเฉลี่ย 3 วัน) เราคาดว่า รพ. กลุ่ม Secondary care ซึ่งเป็น รพ.ส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์จากจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น

แนวโน้มไตรมาส 2/61F เบื้องต้นคาดกำไรรวม (+15%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน-22%เทียบไตรมาสก่อนหน้า) เติบโต เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ลดลง เทียบไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโต เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีปัจจัยบวก 1) จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากภาวะฝนตกถี่กว่าปีก่อนและเริ่มมีโรคระบาด โดยเฉพาะโรคที่มากับฝน (ไข้เลือดออก, ไข้หวัดใหญ่) ทำให้คาดว่ารายได้รวม ไตรมาส 2/61F เติบโตเฉลี่ย 10%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน(vs 2Q17 รายได้เติบโตเฉลี่ย 7%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) และ 2) มีผลของการประหยัดต้นทุนจากผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ทำให้ GPM ดีขึ้น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีสัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนคาดว่า BDMS จะมีกำไร (+25%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน-31%เทียบไตรมาสก่อนหน้า), BCH มีกำไร (+22%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน-2%เทียบไตรมาสก่อนหน้า) และ CHG มีกำไร (+18%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน-27%เทียบไตรมาสก่อนหน้า) เติบโต เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเด่นกว่ากลุ่มฯ เนื่องจากโมเมนตัมรายได้เติบโตดีต่อเนื่อง และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว (BDMS มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, BCH รับรู้รายได้ค่าภาระเสี่ยงส่วนเพิ่ม, CHG มีกำไร 2Q17 ฐานต่ำ)

คงน้ำหนักลงทุน BULLISH กลุ่มการแพทย์ เนื่องจากคาด 2H18F กำไรรวมมีแนวโน้มเติบโต เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและ h-h มีปัจจัยบวกจากโมเมนตัมผู้ใช้บริการเติบโตต่อเนื่อง และผลบวกฤดูกาลช่วงไตรมาส 3 ทั้งนี้ปัจจัยการเกิดโรคระบาดที่มีผู้ป่วยสูงกว่าปีก่อน เป็นโอกาสต่อการเพิ่ม upside ของรายได้จากจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่าคาด โดยประมาณการปี 18F เราคาดกำไรรวม (+14%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) เติบโตสูงขึ้นจากการเติบโตของรายได้และมีอัตรากำไรดีขึ้น

เลือก BDMS และ THG เป็นหุ้นเด่น โดยมีมุมมองบวกต่อโอกาสเติบโตของ BDMS จากความได้เปรียบด้านเครือข่าย รพ.ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งระดับกลาง-พรีเมียร์ ทำให้ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มเติบโตจากผู้ใช้บริการ และมี margin จากการรักษาดีขึ้นต่อเนื่อง ส่วน THG มีโอกาสเติบโตทั้งธุรกิจ Hospital และ Non hospital โดยธุรกิจ Hospital เติบโตจากผู้ใช้บริการและค่ารักษาโรครุนแรงสูงขึ้น ประกอบกับ THG มีความสามารถให้บริการศูนย์เฉพาะทางที่หลากหลาย ช่วยเพิ่ม Margin ในระยะยาว