UNIQ ดาวเด่นหุ้นรับเหมา! โบรกฯ เก็งกำไร Q2โตแจ่ม ลุยประมูลงานเพียบ

UNIQ ดาวเด่นหุ้นรับเหมา! กำไร Q2/61 โตแจ่ม ทยอยรับรู้รายได้ ลุยประมูลงานเพียบ

สืบเนื่องจาก นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม.คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลงานโยธารถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะได้ภายในไตรมาส 3/61 และจะสรุปผลการประมูลในช่วงต้นปี 62 ทั้งนี้ งานดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 6 สัญญา ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี เนื่องจากมีส่วนที่ลงใต้ดินค่อนข้างมาก

โดยขณะนี้ รฟม.อยู่ระหว่างรอรับการยืนยันแหล่งเงินกู้ทั้งจากสถาบันการเงินในประเทศ อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหาเงินทุนให้ประมาณ 90% และอีกส่วนหนึ่งจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ราว 10% ของงบลงทุนงานโยธาประมาณ 1 แสนล้านบาท หลังจากนั้นก็น่าจะเปิดประมูลได้

ดังนั้น “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงได้ทำการสำรวจหุ้นหุ้นในกลุ่มรับเหมาซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากประเด็นดังกล่าว และพบว่า นักวิเคราะห์มองว่าบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม แม้ว่าในผลงานไตรมาส 1/61 จะชะลอตัวไปบ้างตามความล่าช้าของโครงการรัฐ

อย่างไรก็ตามมองว่า ในไตรมาส 2/61 ผลงานจะเติบโตขึ้น หลังจากโครงการภาครัฐมีความชัดเจนและคืบหน้ามากขึ้น รวมทั้งทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ เข้ามามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผลงานในครึ่งหลังปี 61 สูงกว่าครึ่งแรกปี 61

โดย นักวิเคราะห์ บล.ไอร่า ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภายใต้ระดับราคาปัจจุบันที่ยังมี Upside คาดยังเป็นโอกาสในการเข้าสะสม เมื่อเทียบกับความสนใจในเชิงพื้นฐานที่คาดมี Upside จากศักยภาพและโอกาสในการรับงานเพิ่ม ประเมินราคาเป้าหมายที่ 21 บาท

โดยภาพรวมกลุ่มรับเหมาก่อสร้างดีขึ้นตามลำดับ ภายใต้ความคืบหน้าโครงการที่คาดทยอยเปิดประมูลในครึ่งหลังปี 61 ได้แก่ (1) ทางด่วนพระราม 3 -ดาวคะนอง  จำนวน 5 สัญญา มูลค่ารวม ประมาณ 30,000 ล้านบาท (2) รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เตาปูน – ราษฎร์บูรณะ มูลค่างาน ประมาณ 101,000 ล้านบาท  และ (3) รถไฟทางคู่ – Phase 2 จำนวน 9 เส้นทาง มูลค่ารวม ประมาณ 300,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ UNIQ มีแผนเข้าร่วมประมูลทุกโครงการ พร้อมคาดมีโอกาสได้รับงานเพิ่ม คาดช่วยชดเชย Backlog ที่ลดลงตาม%งานก่อสร้าง คาดไตรมาส 1/61 อยู่ที่ประมาณ 37,000 ล้านบาท (จาก 40,000 ล้านบาท เมื่อสิ้นปี’60) ซึ่งระดับ Backlog ดังกล่าว ยังเพียงต่อการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 ปีข้างหน้า แม้ไม่มีงานใหม่เข้ามา

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิชะลอตัวเมื่อเทียบกับไจรมาสก่อนและปีก่อน หลักๆ จากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างโครงการเดิมๆ แต่มี Gross Profit Margin เฉลี่ย 21.22% สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่คาดช่วงครึ่งหลังปี 61 ดีกว่าช่วงแรกปี 61 และคาดความสามารถทำกำไรของ UNIQ อยู่ในระดับที่ดีมากเมื่อเทียบกับ ITD, CK และ STEC คาด Gross Profit Margin ปี 61 อยู่ที่ 18.5% และคาดรายได้งานก่อสร้าง 13,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และคาดกำไรสุทธิ 905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น UNIQ พร้อมราคาเป้าหมาย 19 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2/61 ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/61 พัฒนาการที่ดีของทาง UNIQ คือกำไรขึ้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งหากเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในกลุ่ม จุดเด่นของ UNIQ คือการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานที่ดีกว่า, เน้นเลือกงานที่ถนัดและมีกำไรดี

สำหรับไตรมาส 2/61 ปีนี้งานหลักๆ ที่จะทยอยรับรู้รายได้มางานก่อสร้างรถไฟสายสีแดง สถานีกลางบางซื่อ (สัญญาที่ 1) งานสร้างถนนต่อเชื่อมราชพฤกษ์ กาญจนาภิเษก งานรถไฟสายสีส้ม (สัญญาที่ 4 และ 6)และอื่นๆ ซึ่งประเมินว่างานเหล่านี้มีกำไรมีกำไรขึ้นต้นที่ดีและคาดว่าจะทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 มีโอกาสเห็นการเติบโตที่ระดับ 233 ล้านบาท ได้ 8.77% เมื่อเทียบจากปีก่อนและ 35.97% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน

ขณะที่ นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รฟท. เตรียมที่จะเสนอโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่และส่วนต่อขยายเส้นทางรถไฟสายเดิม เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร มีงบลงทุน 7.6 หมื่นล้านบาทต่อครม. ในสัปดาห์หน้า

รวมทั้งยังมีโครงการรถไฟทางคู่อีก 5 โครงการที่จะทยอย TOR ในปลายปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า รวมไปถึงโครงการขนาดใหญ่โครงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และ มอเตอร์เวย์ ซึ่งโครงการเหล่านี้จะช่วยหนุน Backlog ของทาง UNIQ ที่ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4 หมื่นล้านบาท (ประเมิน Backlog ปัจจุบันเพียงพอต่อรายได้ถึงปี 2562)