ฝากรอยเท้า (อีกครั้ง)

*การขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ของเฟดเที่ยวล่าสุด จนทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.75-2.00% พร้อมกับส่งสัญญาณเตรียมขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง (รวมปีนี้ขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง) “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงกับฝรั่งตาน้ำข้าว เพราะนักเล่นกลุ่มนี้จะต้องโยกเงินออกจากตลาดหุ้นไทยอีกระลอก ซึ่งจะทำให้สภาพของตลาดหุ้นไทยอยู่ในทิศทาง side way down อีกพักใหญ่ ๆ นะจะบอกให้

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*การขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ของเฟดเที่ยวล่าสุด จนทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.75-2.00% พร้อมกับส่งสัญญาณเตรียมขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง (รวมปีนี้ขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง) “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงกับฝรั่งตาน้ำข้าว เพราะนักเล่นกลุ่มนี้จะต้องโยกเงินออกจากตลาดหุ้นไทยอีกระลอก ซึ่งจะทำให้สภาพของตลาดหุ้นไทยอยู่ในทิศทาง side way down อีกพักใหญ่ ๆ นะจะบอกให้

*เนื่องจากผลตอบแทนของฝั่งโน้นดีกว่า และเสี่ยงน้อยกว่า จึงไม่มีความจำเป็นต้องนอนกอดหุ้นไทยอีกต่อไป บรรยากาศการลงทุนในช่วงหลังถึงแดงแป๊ดเกือบทั้งกระดาน พร้อมกับทำให้หุ้นกลุ่มบลูชิพเป็นตัวอันตรายสำหรับการเล่นในเที่ยวนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องตกกระไดพลอยโจนที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ต้องยอมรับความจริงดังกล่าวให้ได้นะคะ

*ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า “ดอกเบี้ย กับ ตลาดหุ้น” มักจะเป็นของแสลงซึ่งกันและกัน เพราะเมื่อใดที่มีการขึ้นดอกเบี้ย..ตลาดหุ้นทิ้งดิ่งลงปั๊บ และเมื่อใดที่ดอกเบี้ยลดลง..ตลาดหุ้นพุ่งปรี๊ด “โมนิก้า” ถึงมองการกระทำของเฟดที่ในคราวนี้เป็นการฝากรอยเท้าไว้กับตลาดหุ้นทั่วโลก และคงจะฝากรอยเท้าใหญ่ ๆ ไว้อีกอย่างน้อย 2 ครั้ง เดี๊ยนถึงรู้สึกหนักใจแทนแมงเม่าปีกอ่อนไงล่ะคะ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ไม่อาจมั่นใจแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา 1,700 จุดจะเอาอยู่! หลังเห็นกันทนโท่ว่า ฝรั่งตาน้ำข้าวทิ้งหุ้นไทยไม่หมดสักที ส่วนกองทุนตัวแสบก็ปล่อยเกียร์ว่าง ขณะที่ปอบผีฟ้าก็อาศัยลูกติ๊ดชึ่งอย่างเดียว จึงเหลือแค่แมงเม่าหัวเดียวกระเทียมลีบ ตลาดหุ้นไทยเลยไม่มีแรงพยุงให้ดัชนียืนระยะได้ยาว ๆ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่เวิร์กเอาเสียเลยเจ้าคะ

*เหมือนกับยุทธการโยนขี้ให้กับ บล.เคจีไอ มันเป็นช็อตที่ทำให้สังคมตาสว่างมากขึ้นกว่าเดิม และทำให้เห็นว่า SUPER มุ่งเน้นเกมหุ้นมากกว่าการทำธุรกิจ ซึ่งทำให้ตัวการสำคัญของเรื่องลอยนวลแบบเนียน ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากแต่ละคนมีอาการน้ำท่วมปาก ไม่สามารถสาวไส้อีกฝั่งได้อย่างเต็มที่ เพราะฝั่งตรงกันข้ามก็จะแฉแหลกเหมือนกัน ผู้คนในสังคมเลยฟันธงเหมือนกันว่า สมคบคิด! ไงล่ะจ๊ะ

*เมื่อเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่ ป.พาเพลิน แอนด์เดอะแก๊ง ถูกพุ่งเป้าโจมตีมากที่สุด เพราะเป็นผู้เล่นหลักที่ทำให้แมงเม่าปีกหักกันถ้วนหน้า บวกกับท่าทีที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ ค่อนไปในทางเล่นละครตบตาชาวบ้าน  เดี๊ยนถึงเชื่อว่า เดี๋ยวจะมีคนเอาข้อมูลลับ ๆ ล่อ ๆ ออกมาตีแผ่ให้สังคมได้รู้อย่างแน่นอน..งานนี้บอกได้คำเดียวว่า มันพะยะค่ะ

*อีกหนึ่งเกมหุ้นที่น่าสนใจสุด ๆ ในเที่ยวนี้ขอพุ่งเป้าไปยัง OCEAN เพื่อทำให้ผู้คนรับรู้ถึงกระแสของหุ้นแรงมากๆ แรงซื้อถึงมีเข้ามาไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน จนหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1.47 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 7.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 217.71 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นการดันหุ้นเพื่อบิ้วท์อารมณ์นักเล่นให้คล้อยตามว่า หลังเข้าประตูหลังเสร็จเรียบร้อย กำไรจะโตระเบิดระเบ้อนะจะบอกให้

*ส่วนในรายของ ANAN สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนด้วยหลักฐาน หลังโครงการ “แอชตัน อโศก” เดินหน้าต่อไปไม่ได้ จนลูกค้าเกือบ 25% แห่ขอเงินคืนกันขวักไขว่ หุ้นเลยไปต่อไม่เป็น พร้อมกับพูดถึงรายได้โอนที่หากส่งมอบโครงการเจ้ากรรมไม่ทันปีนี้จะกระทบรายได้ยอดโอนประมาณ 18% คิดเป็นตัวเลขกลม ๆ เกือบ 7 พันล้านบาท เม็ดเงินขนาดนี้จะมาทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้แล้วนะจ๊ะนายจ๋า

*ส่วนหุ้นในกลุ่มสื่อสารฯ ยังมีประเด็นให้ลุ้นกับคลื่น 1800 MHz ที่จะเปิดให้ยื่นวันนี้ ประเด็นที่จะต้องมุ่งไปเป็น ADVANC ที่แทงกั๊กเรื่องคลื่น 1800 MHz จนถึงวินาทีสุดท้าย ต่างกับ TRUE ที่ออกตัวแรงไม่ร่วมงัดข้อแน่นอน แต่การที่ได้เห็นราคาหุ้น DTAC วิ่งสวนตลาดขึ้นมาปิดที่ 49.25 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือ 1.55% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 607.55 ล้านบาทตัวเดียวโดด ๆ แบบนี้มันถึงบอกอะไรได้หลาย ๆ อย่างนะเจ้าคะ

*ปิดท้ายกันด้วยหุ้นร้อนอย่าง GLOW ที่เห็นไล่ราคาจนวิ่งทะยานมาปิดที่ 89 บาท บวกไป 5.25 บาท หรือขึ้นไป 6.27% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.75 พันล้านบาท จากสตอรี่ใหญ่ระดับแสนล้านที่ทำให้หุ้นวิ่งเป็นม้าคึก ถือเป็นเรื่องที่น่าลุ้นต่อเหมือนกันว่าหากดีลนี้เกิดขึ้นจริงจะสร้างแวลูให้บริษัทได้มากน้อยขนาดไหน และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรถือเป็นช็อตให้ติดตามกันยาว ๆ อีกแล้วเจ้าคะ