กลัวก็ต้องถอย!

*หากติดตามสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยอย่างกระชั้นชิดจะรู้ว่า ลักษณะการเล่นของพวกนักลงทุนสถาบันจะเป็นแบบ “เข้าทำ รีบชิ่ง” ออกทันที พร้อมกับมีการอารัมภบทไปเรื่อยเปื่อย ขณะที่แมงเม่าพันธุ์อึดกลับใช้ยุทธวิธี “ลงซื้อ ขึ้นขาย” กันอย่างแพร่หลายนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องของสูตรใครสูตรมัน ไม่มีอะไรตายตัวเหมือนในตำรา เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องยึดถือเป็นสรณะคือ “กำไร” นะจะบอกให้

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หากติดตามสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยอย่างกระชั้นชิดจะรู้ว่า ลักษณะการเล่นของพวกนักลงทุนสถาบันจะเป็นแบบ “เข้าทำ รีบชิ่ง” ออกทันที พร้อมกับมีการอารัมภบทไปเรื่อยเปื่อย ขณะที่แมงเม่าพันธุ์อึดกลับใช้ยุทธวิธี “ลงซื้อ ขึ้นขาย” กันอย่างแพร่หลายนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องของสูตรใครสูตรมัน ไม่มีอะไรตายตัวเหมือนในตำรา เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องยึดถือเป็นสรณะคือ “กำไร” นะจะบอกให้

*เนื่องจากหลายครั้งที่ผ่านมาพบว่า ดัชนีไม่สามารถยืนหยัดได้โดยลำพัง ต้องมีข่าวดีคอยสนับสนุนเป็นระยะ แต่คราใดที่ตลาดหุ้นต้องเผชิญความไม่แน่นอนของข่าวสาร มักเห็นนักลงทุนสถาบันเทขายหุ้นทิ้งกันจ้าละหวั่นเป็นประจำ ซึ่งเหมือนกับเหตุการณ์ที่กองทุนตัวแสบแทงกั๊ก ฝรั่งขี้นกชิ่งหนี ปอบผีฟ้าขอถอนตัว โดยที่แมงเม่าเข้ามาช้อนหุ้นด้วยความเต็มใจแบบนี้.. มันเป็นเรื่องที่น่าคิดมาก ๆ นะคะ

*ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่ดัชนีอ่อนตัวลงมาปิดที่ 1,634.44 จุด ลบไป 29.82 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.16 หมื่นล้านบาท เพราะมันเป็นจังหวะที่คาบเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของผลประกอบการไตรมาส 2 รวมถึงเม็ดเงินของฝรั่งดองทำแสบที่จะขายออกมาเหลือเท่าไหร่กันแน่? และประเด็นตรงนี้ก็ทำให้นักลงทุนเร่งเทขายหุ้นออกมาเป็นระยะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ไม่แน่นอนไงล่ะคะ

*วานนี้ถึงเห็นหุ้นบลูชิพบางตัวโดนกระหน่ำอย่างหนักหน่วง แต่บางตัวกลับสวนกระแสได้อย่างน่าทึ่ง “โมนิก้า” ถึงพยายามย้ำกับแฟนคลับว่า การเข้าเล่นต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน พร้อมกันนั้นอย่าลืมว่า ขายหมูไปเรื่อย ๆ ดีกว่าขายขาดทุน วันนี้ถึงต้องพูดกันให้ชัดไปเลยว่า เล่นต้องไว..กลัวต้องถอย เงินในกระเป๋าของเรา ทำอะไรก็ควรเป็นสิทธิ์ของเรา จริงไหมตัวเอง!

*โดยเฉพาะในรายของ PTTEP แสดงความแข็งแกร่งด้วยความพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 132 บาทอีกครั้งในช่วงภาคเช้า ซึ่งเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของนักเล่นที่กำลังเคาะขวาตามเบา ๆ แต่ในช่วงท้ายตลาดกลับถูกเททิ้งไม่เป็นท่า  จนหุ้นทรุดตัวลงมาปิดที่ 126 บาท ลบไป 3  บาท หรือลงไป 2.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.25 พันล้านบาท มันเป็นเกมที่ต้องคิดเหมือนกันว่า เกิดอาการใจฝ่อขึ้นมากะทันหันแบบนี้..มันจะไปต่ออย่างไรล่ะจ๊ะ

*เหมือนกับในรายของ KCE กระชากขึ้นมาปิดที่ 37 บาท  บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 517 ล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นแพตเทิร์น U-Shape  ไม่มีอะไรหวือหวาอย่างที่ควรจะเป็น จึงขอฟันธงว่า เล่นกันอีก 2-3 ยกแล้วแยกย้ายกลับบ้านแน่ ๆ (3 ครั้งก่อนก็จบลงแถว 38 บาท) หรือมองในมุมของการทำชิ่งสั้น ๆ เพื่อส่งบอลเข้าสู่ตาข่าย ยิ่งไม่มีอะไรต้องคิดมากเข้าไปอีก เชื่อหัวน้องโมเถอะคะ

*หากยังไม่เข้าใจแพตเทิร์นดังกล่าว “โมนิก้า” ขอให้แฟนคลับหันมาดูหุ้น HUMAN ประกอบการตัดสินใจ เพราะหลังจากหุ้นไม่สามารถฝ่าทะลุแนวต้าน 12.50 บาทขึ้นไปได้ หุ้นก็รูดลงมายืนอยู่แถว ๆ 10 บาทเป็นครั้งที่สอง ต่อจากนั้นก็พยายามเด้งขึ้นไปหาแนวต้านดังกล่าวอีกครั้ง แต่ทำได้ดีสุดแค่ยืนปิดที่ 11 บาท บวกไป 0.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 65 ล้านบาท มันเป็นแพตเทิร์นที่นักเล่นต้องตามไปดูใช่ไหม?..ลองไปคิดกันดูนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ SGP หากมองให้ทะลุปรุโปร่งแบบลึกซึ้ง การโดนเทขายจนหุ้นอ่อนตัวลงมาต่ำกว่า 10 บาท ต่อจากนั้นเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาดันหุ้นขึ้นมาปิดที่ 9.50 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 2.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 153 ล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นจังหวะที่น่าขบคิดว่า เริ่มหยุดถอยทัพบางส่วนแล้วใช่ไหม? หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ชัยภูมิที่เหมาะต่อการเข้าเก็บในเที่ยวนี้ ก็ควรอยู่ตรงบริเวณนี้แหละคะ

*ผิดกับในรายของพระเอกตัวจริง DTAC แบบสุดกู่! เพราะรายนี้มีมิติของข่าวสารที่ทำให้หนักใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ แถมการขยับเขยื้อนแต่ละทีก็ไม่มีอะไรที่เป็นบวกกับคนถือหุ้นเลยสักอย่าง หุ้นถึงทรุดตัวลงมาปิดที่ 38.25 บาท ลบไป  5 บาท หรือลงไป 11.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 920 ล้านบาท “โมนิก้า” ขอสันนิษฐานว่า ส่วนหนึ่งมาจากการเล่นเกมต่อรองโดยเอาคนใช้บริการกว่า 4 แสนรายเป็นตัวประกัน ทุกอย่างเลยดูแย่ไปหมดไงล่ะเจ้าค่ะ

*ส่วนในรายของ DOD มันเป็นอะไรที่ต้องเกาะกระแสให้ดี ๆ เพราะการวิ่งขึ้นไปถึง 15.90 บาท ก่อนจะทรุดตัวมาปิดที่ 12.90 บาท ลบไป 1.80 บาท หรือลงไป 12.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.66 พันล้านบาท ตามตำรายุทธ์เขาเรียกกระบวนท่านี้ว่า เหนือฟ้า..ยังมีฟ้า ซึ่งเป็นการย้ำว่า สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  งานนี้ถึงต้องบอกกับคนเล่นว่า อย่าหลงระเริงจนลืมหนีเมื่อเห็นท่าไม่ดีนะคะ

*เหมือนกับเสือสุ่ม CHAYO  กลายเป็นหุ้นดาวเด่นที่สังคมชาวหุ้นเริ่มมองเห็นพัฒนาการที่สำคัญของบริษัท จนเชื่อว่าหุ้นตัวนี้จะเป็นทางเลือกในการลงทุนเพื่ออนาคตที่สดใส วานนี้หุ้นถึงถีบตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 4.08 บาท แต่สุดท้ายอ่อนตัวลงมาปิดไปที่ระดับ 3.86 บาท บวกไป 0.12 บาท หรือขึ้นไป 3.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 336 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า นี่เป็นเกมของการดันหุ้นเพื่อไปออกของไงล่ะจ๊ะ