ได้เวลาช้อน BANPU ช่วงขาลง ลุ้นกำไร Q2/61 เด้ง 3 พันลบ. โบรกฯเคาะเป้าสูงลิ่ว 30 บ.

ได้เวลาช้อน BANPU ช่วงขาลง ลุ้นกำไร Q2/61 เด้ง 3 พันลบ. โบรกฯเคาะเป้าสูงลิ่ว 30 บ.

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ ได้ทำการสำรวจข้อมูลและบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU หลังมีการคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 2/61 ผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างโดดเด่น  หลังไม่ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษคดีโรงไฟฟ้าหงสา

โดยราคาหุ้น BANPU ปิดตลาดวานนี้ (26 มิ.ย. 61) ที่ระดับ 19.30 บาท ลบ 0.40 บาท หรือ 2.03% สูงสุดที่ระดับ 19.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 19.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1.77 พันล้านบาท

ด้านนางสาวสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2561 มีทิศทางการเติบโตอย่างโดดเด่น ตามปริมาณการขายถ่านหินที่คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลมาจากราคาถ่านหินเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ในงวดปี 2561 บริษัทยังคงเป้าหมายจะมีปริมาณการขายถ่านหินอยู่ที่ระดับ 45 ล้านตัน ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 42 ล้านตัน แบ่งเป็น ปริมาณการขายในประเทศออสเตรเลียจำนวน 14.10 ล้านตัน ประเทศอินโดนีเซียจำนวน 26 ล้านตัน และประเทศจีนจำนวน 4.70 ล้านตัน ซึ่งบริษัทมีการขายล่วงหน้าไปแล้วประมาณ 97% ของเป้าหมาย และในจำนวนนี้มีการขายแบบล็อกราคาประมาณ 71%

โดยการเติบโตของปริมาณการขายดังกล่าว เป็นผลมาจากความต้องการใช้ถ่านหินยังเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลมาจากผู้ประกอบการยังมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ราคาถ่านหินในตลาดโลกปัจจุบันเคลื่อนไหวในระดับสูง 104-107 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งบริษัทคาดว่าจะมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 80-85 เหรียญสหรัฐต่อตัน

“เราจะโฟกัสที่ธุรกิจถ่านหินเป็นหลัก เพราะราคาปรับตัวสูงมาก แต่จากราคาถ่านหินเคลื่อนไหวในระดับสูงมาก จึงคาดว่าจะมีโอกาสปรับลงมาบ้าง โดยบริษัทมีการขายล่วงหน้าไปแล้วกว่า 97% ของเป้าหมาย ซึ่งในนั้นยังไม่ล็อกราคา 29% โดยราคาขายของบริษัทจะมีส่วนลดประมาณ 10-15% จากราคาตลาด” นางสาวสมฤดี กล่าว

สำหรับธุรกิจไฟฟ้าในปี 2561 จะมีกำลังการผลิตที่จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มขึ้นอีก 97 เมกะวัตต์ (MW) ดังนั้นส่งผลให้ภายในสิ้นปี 2561 จะมีโรงไฟฟ้าที่ COD จำนวน 2,160 MW ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ COD จำนวน 2,070 MW พร้อมตั้งเป้าปี 2568 ขยายกำลังการผลิตมากกว่า 4,300 MW

ส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัทจะได้รับปัจจัยบวกจากการรับรู้รายได้เต็มปีที่บริษัทเข้าไปลงทุนในไตรมาส 4/2560 เพิ่มอีก 1 แห่ง ส่งผลให้บริษัทมีแหล่งก๊าซธรรมชาติรวม 6 แห่ง ในพื้นที่เดียวกันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าราคาก๊าซจะอยู่ที่ระดับ 2.99 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู และปี 2562 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.04 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากปัจจุบันเคลื่อนไหวที่ระดับ 2.80 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู

อนึ่งเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 61 นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยผ่านรายการ ข่าวหุ้นเจาะตลาด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ทีวีดิจิทัลช่อง 19 และสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) FM 102 MHz. ว่า คาดการณ์ราคาหุ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ของ BANPU จะอยู่ในกรอบการซื้อขายที่ระดับ 25-30 บาท อิงค่า P/E ที่ระดับ 10-12 เท่า (ปัจจุบันเทรดบน P/E 8 เท่า) สะท้อนจากผลการดำเนินงานที่จะเติบโตต่อจากนี้ หลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 1/61 หลังปลดล็อคความกังวลคดีความโรงไฟฟ้าหงสา จากปัจจุบันราคาหุ้นเทรดอยู่บน P/E 8 เท่า

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ขณะนี้กำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU โดยให้ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท/หุ้น พร้อมคาดการณ์งวดไตรมาส 2/2561 จะมีโอกาสทำกำไรสุทธิมากกว่า 3 พันล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1,262 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,259 ล้านบาท

โดยทิศทางผลการดำเนินงานของ BANPU จะมีโอกาสทำกำไรสุทธิมากกว่า 3 พันล้านบาทตั้งแต่ไตรมาส 2/2561 เป็นต้นไป ซึ่งมีแรงสนับสนุนมาจากความเคลื่อนไหวของราคาถ่านหินและกำไรของธุรกิจไฟฟ้าที่สูงขึ้น ประกอบกับมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง

นอกจากนี้ แนวโน้มงวดปี 2561-2563 กำไรธุรกิจโรงไฟฟ้าจะโตขึ้นเป็นระดับ 5.5-6 พันล้านบาทต่อปี ซึ่ง US shale gas จะมีสัดส่วนกำไร 50% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท โดยมีปัจจัยผลักดันจากราคาถ่านหินและกำไรจากโรงไฟฟ้าหงสาที่สูงขึ้น

คำค้น