AOT SCC CPALL ยังถูกขาย

3 หุ้นขนาดใหญ่ทั้ง AOT SCC และ CPALL ยังกดดันตลาดหุ้นไทยอย่างหนัก


ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

3 หุ้นขนาดใหญ่ทั้ง AOT SCC และ CPALL ยังกดดันตลาดหุ้นไทยอย่างหนัก

ก่อนหน้านี้เคยบอกไปแล้วว่า หุ้น 3 บริษัทนี้ มีสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติค่อนข้างมาก

และที่ผ่านมาต่างชาติก็เทขายหุ้น 3 บริษัทนี้อย่างมากเช่นกัน

ไม่มีใครทราบได้แน่นอนว่า ต้นทุนที่ต่างชาติเข้ามาถือครองหุ้น 3 บริษัทนี้อยู่ที่เท่าไหร่กัน

แต่ที่แน่ ๆ คือ ราคาที่ฝรั่งขายออกมามีกำไรอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ เคยมีคำเตือนเกี่ยวกับการเข้าลงทุนในหุ้น 3 บริษัทนี้แล้วว่า ให้หาจังหวะให้ดี หรือหากเลี้ยงได้ ก็ให้ไปลงทุนหุ้นตัวอื่น ๆ แทนไปก่อน

AOT ในช่วงราคาเกิน 70 บาท ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ขึ้นไปแตะ 1 ล้านล้านบาท

ทว่า ตอนนี้มาร์เก็ตแคปลงมาเหลือ 9.28 แสนล้านบาท

หรือหายไปกว่า 8 หมื่นล้านบาท

ในช่วงที่ราคาปรับลง มีนักลงทุนรายย่อย เข้าไปเก็บหุ้น AOT กันจำนวนมาก ตั้งแต่ 67.00 บาทลงมา

กระทั่งล่าสุด ราคาหุ้น AOT ลงมาเหลือ 63.00 บาท

ราคา ณ ขณะนี้ ยังไม่มีใครตอบได้ว่า จะปรับลงอีกหรือเปล่า

นั่นเพราะต้องไปลุ้นดูกันว่าต่างชาติจะหยุดขายเมื่อใด (และเราก็ไม่รู้ต้นทุนของพวกเขาด้วย)

ราคาเป้าหมายของหุ้น AOT สูงสุดอยู่ที่ 92.00 บาท และต่ำสุด 60.00 บาท และมีค่า IAA Consensus อยู่ที่ระดับ 76.50 บาทต่อหุ้น

นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า ราคาที่ลงมาเกือบจะแตะ 60.00 บาท นั้นน่าสนใจ

หากเป็นนักลงทุนระยะยาวสามารถเข้าลงทุนได้

แต่หากถามว่า ราคาหุ้นจะดีดกลับไปที่ 7.00 บาท หรือไม่

คำตอบคือ ก็คงจะยาก เพราะนักลงทุนติดหุ้นตัวนี้ระหว่างทางกันเยอะมาก ซึ่งเมื่อราคาปรับ หรือฟื้นขึ้นไป คงน่าจะมีแรงขายกันออกมาตลอดทาง

แล้วหุ้น SCC หรือ ปูนซิเมนต์ไทยล่ะ

ในปีนี้ราคาหุ้น SCC เคยขึ้นไปปิดถึงระดับ 508 บาท ณ วันที่ 15 มี.ค. 2561 และมีมาร์เก็ตแคป ณ ราคาดังกล่าวกว่า 5.90 แสนล้านบาท

เมื่อวานนี้ราคาปิด 410 บาท

หรือราคาปรับลงกว่า 19-20% จากที่เคยขึ้นไปสูงสุด (508 บาท)

ส่วนมาร์เก็ตแคปตอนนี้ลงมาเหลือเพียง 4.92 แสนล้านบาท หรือหายวับไปกว่า 1 แสนล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรก

SCC เป็นหุ้นอีกตัวที่ต่างชาติขายทำกำไรออกมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมาเป็นต้นมา

ราคาหุ้น SCC ได้ลงไปปิดต่ำสุด 404 บาท ทำให้ถูกมองว่า แนวระดับ 400 บาท เป็นแนวรับที่สำคัญ (ด้านจิตวิทยา)

แต่ระดับนี้ก็ยังไม่ทราบว่ามีใครกล้าเข้าหรือไม่ เพราะยังต้องวัดใจต่างชาติว่าจะขายต่อหรือไม่

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองที่ดีต่อหุ้น SCC เช่นกัน

แม้บางโบรกฯ จะปรับราคาเป้าหมายลงมาบ้าง แต่หากดูจากราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 580 บาท และต่ำสุด 469 บาท และมี IAA Consensus อยู่ที่ 508 บาท

เท่ากับว่าราคาหุ้นมีอัพไซด์เกือบ ๆ 100 บาท

สุดท้ายมาที่หุ้น CPALL

CPALL หลังจากราคาขึ้นไปแตะระดับสูงสุด 90.00 บาท เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2561

หลังจากนั้นราคาหุ้นค่อย ๆ ปรับลงมาตลอด จากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติที่ปรับพอร์ต ขายทำกำไร และขนเงินกลับประเทศ

มาวันนี้ราคาหุ้น CPALL ลงมาเหลือ 74.50 บาท

หรือปรับลดลงจากราคาที่เคยขึ้นไปปิดสูงสุด 17.22%

และที่ระดับราคาหุ้น 90.00 บาท ทำให้ CPALL เป็นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปกว่า 8.00 แสนล้านบาท

ล่าสุด จากราคาปิดวานนี้ มาร์เก็ตแคปลงมาเหลือเพียง 6.68 แสนล้านบาท หรือหายไปกว่า 1.30 แสนล้านบาท

ราคาเป้าหมายของ CPALL สูงสุดอยู่ที่ 103.00 บาท และต่ำสุด  79.00 บาท และมีค่า IAA Consensus เท่ากับ 95.00 บาท

ราคาหุ้น CPALL ในปัจจุบัน จึงถือว่าต่ำกว่าราคาเป้าหมายของทุกโบรกฯ และต่ำกว่า IAA Consensus ค่อนข้างมาก

นับจากต้นปี ผ่านมาถึงวันนี้ ต่างชาติขายหุ้นไทยไปแล้ว 1.80 แสนล้านบาท และรายย่อยซื้อสุทธิ 1.13 แสนล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 7.73 หมื่นล้านบาท

คำถามคือว่า แรงซื้อขายจากกองทุนและรายย่อย ยังจะ “รับมือ” กับแรงขายของต่างชาติได้อีกแค่ไหน

ขณะที่ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนรายใหญ่ ในช่วงนี้ให้สัมภาษณ์กับสื่อค่อนข้างบ่อย

ดร.นิเวศน์ มองว่า ตลาดหุ้นไทยยังร่วงลงมาน้อยเกินไป (จากสิ้นปี 2560 ลงมา 7.70%) หรือหากนับจากระดับดัชนีที่เคยขึ้นไปสูงสุดของปีนี้ 1,484 จุด หรือดัชนีปรับลงมา 12.44%

ส่วนเมื่อวานนี้ บล.เอเซีย พลัส บอกว่ายังคงดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,771 จุด แต่คาดว่าจะไปไม่ถึง

ส่วนปี 2562 ดัชนีมีโอกาสหลุดลงจากระดับ 1,500 จุด

Back to top button