TEAMG ฟอร์มแกร่ง ตุน Backlog แน่นหนุนกำไรโตไม่ยั้ง! ลุ้นวันแรกเทรดทะลุ 4 บ.

TEAMG ฟอร์มแกร่งตุน Backlog แน่นดันกำไรโตไม่ยั้ง! ลุ้นวันแรกเทรดทะลุ 4 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (12 ก.ค.) บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจบริการเฉพาะกิจ โดยมีจำนวนหุ้นที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 180 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 2.42 บาท และมี บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

โดยปัจจุบันบริษัทมีจำนวนหุ้นจดทะเบียนกับตลท. จำนวน 680 ล้านหุ้น และหุ้นชำระแล้ว 680 ล้านหุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นทุนชำระแล้ว 340 ล้านบาท ทั้งนี้ TEAMG ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจรตั้งแต่การศึกษา ออกแบบ จัดทำรายงานบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ด้าน นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TEAMG เปิดเผยว่า การนำ TEAMG เข้าจดทะเบียนใน SET เพื่อให้บริษัทเป็นที่รู้จักทั่วไปทั้งในกลุ่มพันธมิตรที่เคยร่วมงานส่วนใหญ่ที่เป็นบริษัทที่ปรึกษาจากต่างประเทศ และบริษัทอื่น ๆ ในตลาดต่างประเทศที่มีโอกาสร่วมงานในอนาคต

รวมทั้งเตรียมเงินทุนในการลงทุนอุปกรณ์เพื่อรองรับงานที่จะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในช่วง 3-5 ปีนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทมีบุคลากรซึ่งเป็นพนักงานประจำถึง 1,500 คนซึ่งเป็นวิศวกร 700 คน และก่อตั้งมาแล้ว 40 ปี

ขณะที่บริษัทมีเป้าหมายขยายธุรกิจไปประเทศกลุ่มอาเซียนให้ครบ 10 ประเทศ จาก 7 ประเทศในปัจจุบัน รวมถึงประเทศติมอร์เลสเตที่เตรียมเข้ามาเป็นสมาชิกในกลุ่มอาเซียนเป็นประเทศที่ 11 ที่บริษัทได้งานออกแบบโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และงานออกแบบสนามกีฬา โดยบริษัทมีแผนจะเข้าไปรับงานใน 3 ประเทศที่เหลือ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และบรูไน ภายใน 3-5 ปีนี้

รวมถึงประเทศอื่น ๆ นอกกลุ่มอาเซียนที่บริษัทได้ออกไปรับงานบ้างแล้ว เช่น งานออกแบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่เมืองริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย จึงมองเห็นโอกาสที่ขยายงานในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติมด้วย จากความชำนาญของการเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมอันดับ 1 ของประเทศที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 40 ปี

สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO ราว 435 ล้านบาทจะใช้ลงทุนในอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานหลัก โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยงาน เช่น อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ช่วยจัดทำแผนที่เสมือนจริงแบบ 3 มิติ โดยได้มาตราส่วนที่ละเอียดนำไปสามารถลงรายละเอียดในการออกแบบ ปัจจุบัน บริษัทมีโดรนอยู่ 4 ลำ ซึ่งจะมีการขยายจำนวนโดรนเพิ่มขึ้น

รวมทั้งบริษัทยังต้องลงทุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์ที่ช่วยออกแบบแผนที่แบบ 3 มิติในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำให้การออกแบบมีความแม่นยำ ประหยัดค่าก่อสร้าง และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานซึ่งสามารถแข่งขันกับบริษัทข้ามชาติได้

นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการรับงาน เช่น งานผลิตแผนที่ให้กับผู้ประกอบการในประเทศต่าง ๆ นอกเหนือจากการใช้ภายในกิจการของบริษัทเอง โดยเฉพาะในลาว ขณะที่บริษัทต้องการขยายงานในเมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา

“บริษัทสามารถทำรายได้มาก ได้แก่ ลาว เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา (กลุ่ม CLMV) ในขณะนี้ แต่ก็มีคู่แข่งต่างชาติมากเช่นกันซึ่งมีเทคโนโลยีขั้นสูง ดังนั้นเพื่อให้ได้งานมาเราก็ลงทุนเทคโนโลยีทั้งซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และฝึกบุคลากร ซึ่งใช้เงินทุนปีละ 30 ล้านบาท/ปี และเราไม่หยุดลงทุนเรื่องเทคโนโลยีไม่อย่างนั้นจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จึงต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้น ต้องนำเงินทุนจากการขาย IPO ครั้งนี้มาใช้ลงทุน”นายชวลิต กล่าว

นอกจากนี้บริษัทคาดว่ารายได้ในปีนี้เติบโต 5-10% จากปีก่อนมีรายได้ 1.59 พันล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/61 มีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 3,473.94  ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ภายใน 2 ปีครึ่ง และในช่วงที่เหลือของปีก็มีโอกาสได้งานเพิ่มเข้ามาช่วยเติม Backlog ปีนี้ได้อีก โดยเฉพาะงานในประเทศที่จะเห็นจากโครงการในพื้นที่ EEC ซึ่งมีหลายงาน TEAMG เข้าไปรับงานในเบื้องต้นไว้แล้ว

โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากงานภาครัฐสูงถึง 50% งานเอกชน 25% และงานต่างประเทศ  20% (ลาวทำรายได้มากที่สุดใน 7 ประเทศ โดยเฉพาะงานเขื่อนขนาดใหญ่ เช่น ไซยะบุรี, เซเปียนเซน้ำน้อย, น้ำเทิน 2 ส่วนที่เหลือเป็นงานจากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ให้ราคาเป้าหมาย TEAMG ที่ 4.20 บาท อิง PE 23 เท่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และให้พรีเมี่ยมจาก PPS ซึ่งมีธุรกิจใกล้บางส่วนเคียงกัน

โดย TEAMG เป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม มีจุดเด่นที่บริการที่ครบวงจรและเป็น One Stop Service มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการและหลายอุตสาหกรรม การลงทุนภาครัฐเพื่อยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศเป็นบวกโดยตรงต่อธุรกิจของ TEAMG รวมถึงยังมีโอกาสเติบโตในส่วนงานภาคเอกชนรวมถึงตลาดต่างประเทศที่เร่งลงทุนเช่นกัน ซึ่งคาดว่ากำไรสุทธิปี 60-63 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 23.4% CAGR

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมายปี 61 ของ TEAMG ที่ 4 บาท อิง PER target ที่ 22 เท่ โดย TEAMG น่าสนใจจากการเป็นผู้นำธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมแบบครบวงจร

ประกอบกับได้รับประโยชน์การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผลักดันคาดแนวโน้มการเติบโตของกำไรช่วงปี 61-63 จะเติบโตสูงเฉลี่ย 20% ต่อปี โดยความสำเร็จของงานภาครัฐที่จะส่งผลให้เกิดการเติบโตของยอดขายประกอบกับความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น

พร้อมด้วย นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า TEAMG ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ (Integrated Consulting Services) โดยมีรายได้จากโครงการภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งกำไรสุทธิในไตรมาส 1/61 อยู่ที่ 22 ล้านบาท เติบโต 1,770% เทียบจากปีก่อน แต่ลดลง 17.6% เทียบจากไตรมาสก่อน เนื่องจากมีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากหลายโครงการซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ อีกทั้งมีการรับรู้รายได้ของโครงการที่ต่อเนื่องจากปีก่อนของ 2 โครงการใหญ่ๆ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง

นอกจากนี้ยังคาดว่ากำไรสุทธิในปี 61 ของ TEAMG จะอยู่ที่ 120 ล้านบาท เติบโต 21.3% เทียบจากปีก่อน จากงาน Backlog ในมือที่มีอยู่กว่า 3 พันล้านบาท ทั้งนี้ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ให้ราคาเหมาะสมที่ 3.80 บาท (อิง PER 22 เท่า)