พาราสาวะถี

ความสำเร็จจากปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่พ้นถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกฝ่าย มากไปกว่านั้นคือการได้ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาร่วมในปฏิบัติการ ขณะที่คนทุกระดับทั้งโลกก็ส่งกำลังใจมาช่วย นี่คือวิกฤติจากเหตุสุดวิสัยด้วยภัยธรรมชาติ ที่สร้างปรากฏการณ์ให้เห็นถึง “น้ำใจ” ของมวลมนุษยชาติ

อรชุน

ความสำเร็จจากปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่พ้นถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกฝ่าย มากไปกว่านั้นคือการได้ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาร่วมในปฏิบัติการ ขณะที่คนทุกระดับทั้งโลกก็ส่งกำลังใจมาช่วย นี่คือวิกฤติจากเหตุสุดวิสัยด้วยภัยธรรมชาติ ที่สร้างปรากฏการณ์ให้เห็นถึง “น้ำใจ” ของมวลมนุษยชาติ

หลังข่าวช่วย 13 ชีวิตพ้นถ้ำหลวงประสบความสำเร็จ เราได้เห็นปฏิกิริยาจากคนระดับโลกร่วมแสดงความยินดี ไม่ว่าจะเป็น โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ อังเคลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี รวมไปถึงนักฟุตบอลชั้นนำของโลกหลายรายและสโมสรฟุตบอลชั้นนำอีกหลายสโมสร

แต่สิ่งหนึ่งที่ฝ่ายรัฐหรือผู้มีอำนาจของไทยต้องไม่ลืมคือ อดีตซีลผู้เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อภารกิจนี้ “จ่าแซม” จ่าเอกสมาน กุนัน เขาสมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษถ้ำหลวง เรื่องของการเชิดชูเกียรตินั้นต้องทำให้ยิ่งใหญ่ รวมไปถึงการดูแลคนใกล้ชิดของอดีตซีลรายนี้ ขณะเดียวกันการสดุดีและยกย่องทุกคนที่มีส่วนในปฏิบัติการจนบรรลุเป้าหมายก็ต้องทำให้ทั่วถึงทั้งไทยและต่างประเทศ

แม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่ได้มองถึงเกียรติยศ ชื่อเสียงใด ๆ เพราะการที่พกใจมาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าต้องเจอกับความยากลำบาก อุปสรรคมากมาย แต่ทุกคนก็ไปร่วมสู้ด้วยกัน หลายคนยอมทิ้งรายได้อย่างทีมงานท่อสูบน้ำซิ่งจากจังหวัดนครปฐม ที่ระบุ “เงินหาใหม่ได้แต่ 13 ชีวิตหาใหม่ไม่ได้” เช่นเดียวกับชาวนาในพื้นที่รับน้ำจากถ้ำหลวงที่พร้อมใจกันเสียสละ “ต้องช่วยเหลือคนรอดชีวิตออกมาก่อน ข้าวตายปล่อยมันตายไป เราหว่านใหม่ ดำใหม่ได้”

น้ำใจของคนเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ประเสริฐ และจากภารกิจครั้งนี้ทำให้เรารู้ซึ่งถึงความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ว่าจะชาติใดภาษาใด จะไม่มีใครยอมให้เพื่อนมนุษย์ต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างแน่นอน กรณีถ้ำหลวงถือเป็นบทเรียนที่ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่จะต้องถอดบทเรียนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ทุกประเทศคงตื่นตัวและใช้เคสถ้ำหลวงเป็นกรณีศึกษาด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังข่าวดีก็มีเรื่องดราม่าเล็ก ๆ เกี่ยวกับข่าวที่ระบุว่า อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัท เทสลา ผู้ได้รับฉายาว่าพ่อมดวงการเทคโนโลยีโลก แสดงความไม่พอใจการให้ข่าวของ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หรือผบ.ศอร.

อันเนื่องมาจากข่าวของสำนักข่าวบีบีซี ของอังกฤษ ที่รายงานว่าผบ.ศอร.กล่าวว่าสิ่งที่อีลอน มัสก์ให้มา “ไม่เป็นประโยชน์” ในภารกิจถ้ำหลวง ส่งผลให้พ่อมดวงการเทคโนโลยีโลก ตอบโต้ทันควันว่า ณรงค์ศักดิ์ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัย แต่เป็น ริชาร์ด สแตนตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมนักดำน้ำกู้ภัย พร้อมกับเผยแพร่อีเมลที่ริชาร์ดพูดคุยเรื่องสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นแคปซูล

คงมีอะไรที่สื่อสารไม่ตรงกัน เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องไปทำความเข้าใจ เพราะเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าของทีมงานรัฐบาล เพิ่งเผยแพร่ภาพการสัมผัสมือกันระหว่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กับอีลอน มัสก์ พร้อมข้อความนายกฯ รู้สึกซาบซึ้งถึงความปรารถนาดีและความมุ่งมั่นของนายมัสก์ ที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือสำหรับการปฏิบัติการที่ถือว่ามีความยุ่งยากและซับซ้อนมากที่สุดในครั้งนี้ อย่าให้ประเด็นที่เกิดขึ้นกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

กลับมาดูการเมืองว่าด้วยเรื่องความเห็นที่แตกต่าง หากต่างฝ่ายต่างยึดความคิดของตัวเองเป็นใหญ่และมองฝ่ายตรงข้ามเป็นปฏิปักษ์ทั้งหมด เราคงจะเห็นการนำพาประเทศเดินไปข้างหน้ายาก นักการเมืองรุ่นใหม่และเป็นคนที่ใช้หลักการ เหตุผลในการวิจารณ์และเสนอแนะต่อรัฐบาลคสช.มาตลอดและก็ถูกเรียกปรับทัศนคติจนนับครั้งไม่ถ้วนนั่นก็คือ พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีพลังงาน ฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย

ล่าสุด ออกมาชื่นชม อดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่อยากให้ คณะกรรมการนโยบายการเงินหรือกนง. คงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน อย่าเพิ่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วนักตามกระแสการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาและของโลก ทั้งนี้ เพื่อทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทของไทยอ่อนค่าลง

นี่คือความหวังดีประสงค์ดีล้วน ๆ ไม่ใช่คนที่ตะบี้ตะบันค้าน เพราะมุมของพิชัยก็คงไม่ต่างจากขุนคลังหรือแม้แต่กุนซือด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลคสช. ที่เห็นว่าการทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทของไทยอ่อนค่าลง จะส่งผลดีช่วยให้การส่งออกที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา สามารถฟื้นต่อไปได้ และค่าเงินบาทที่อ่อนจะช่วยทำให้ราคาสินค้าเกษตรราคาสูงขึ้นทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น นี่แหละคือเสียงค้านที่ควรฟัง ไม่ใช่คำสอพลอที่มีแต่จะพากันลงเหว

วันนี้จับตาที่ประชุมสนช. ลงมติเลือกว่าที่กกต.ทั้ง 7 คนที่ผ่านการเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและคณะกรรมการสรรหา ว่ากันว่า 2 รายชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไร้ปัญหาแน่ แต่ 5 รายชื่อจากการสรรหา อาจมีบางคนไม่ผ่านการโหวต และคนคนนั้นก็คือ สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรที่ติดปัญหาเรื่องการถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

กรณีละเว้นกระทำการตามหน้าที่โดยมิชอบ จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำหน้าที่นายทะเบียนสหกรณ์ ซึ่งศาลฯ ได้ประทับรับฟ้องเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว ทำให้เป็นที่ถกเถียงในหมู่สนช.ว่าควรจะปล่อยผ่านหรือไม่ จะว่าไปแล้วหากมีปัญหาแค่ 1 คน โดยอีก 6 ราย สนช.มีมติรับรองทุกอย่างก็จะไม่สะดุด เพราะจำนวนที่ผ่านการเลือกสามารถเป็นองค์ประชุมเพื่อทำหน้าที่กกต.ได้ต่อไป ซึ่งมันก็ควรเป็นเช่นนั้นถ้าไม่อยากให้โรดแมปเลือกตั้งต้องเจอโรคเลื่อนและกระทบต่อความเชื่อถือของท่านผู้นำอีก