ทิสโก้ ประเดิมสวย

ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ยังคงเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แห่งแรกที่แจ้งผลประกอบการประจำไตรมาส

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ยังคงเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แห่งแรกที่แจ้งผลประกอบการประจำไตรมาส

ล่าสุด ไตรมาส 2/61 มีกำไรสุทธิ 1,709 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 13.6%

ตัวเลขนี้ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้

เพราะจากที่เข้าไปดูข้อมูลของนักวิเคราะห์จากโบรกฯ หลาย ๆ แห่งได้ประมาณการไว้นั้น โดยส่วนใหญ่ประเมินกำไรไว้ระหว่าง 1,700–1,800 ล้านบาท

ส่วนตัวเลขกำไรครึ่งปีแรกขึ้นมาอยู่ที่ 3,475 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%

กำไรที่ออกมาแบบนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี

ประเด็นที่น่าสนใจ และผิดไปจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

นั่นคือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ขยับขึ้นมาจาก 2.34% ในไตรมาส 1/61 ขึ้นมาอยู่ที่ 2.86%

หรือเพิ่มขึ้นมา 0.52%

ทว่า หนี้เสียที่เพิ่มขึ้นมาจากลูกหนี้เพียงรายได้เท่านั้น ที่อยู่ในธุรกิจขนาดกลางประสบปัญหาการชำระหนี้

และทำให้สัดส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ Coverage ratio ปรับลดลงจากระดับ 204% ลงมาเหลือ 184.9%

สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่ต่างคาดกันว่า ตัวเลขส่วนนี้จะขยับเพิ่มขึ้นไปเป็น 210-212%

และยังคาดกันด้วยว่าทิสโก้น่าจะตั้งสำรองฯ ลดลงในไตรมาส 2/61

ต้องดูกันว่า หนี้เสียที่เพิ่มขึ้น และสัดส่วนเงินสำรองฯ ที่ลดลง

จะทำให้นักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรสุทธิปีนี้หรือไม่ หรืออาจมองว่า เป็นปัญหาที่น่าจะแก้ไขได้ และอาจจะไม่มีนัยสำคัญต่อการประมาณการ

ณ สิ้นไตรมาส 2/61 ทิสโก้มีเงินสินเชื่อจำนวน 2.37 แสนล้านบาท

หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลง 1.4%

ในสัดส่วนสินเชื่อดังกล่าว แบ่งเป็นรายย่อย 1.82 แสนล้านบาท เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ จักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ฯลฯ

แต่หากดูเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ ปรับเพิ่มขึ้น 7%

ซึ่งก็ถือว่าเติบโตไปตามทิศทางของอุตสาหกรรมรถยนต์ (รถยนต์ใหม่) ที่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 61 เติบโต 18%

ที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน หรือ 3.8% โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ภายใต้ช่องทาง “สมหวัง เงินสั่งได้” ที่ตัวเลขใช้บริการเพิ่มขึ้นสูงมาก

ทิสโก้ ยังมีสินเชื่อเพื่อธุรกิจได้

มีอัตราการปล่อยอยู่ที่ 4.09 หมื่นล้านบาท

และมาถึงสินเชื่อธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อย ที่มีการปล่อยอยู่ 1.18 หมื่นล้านบาท

ทิสโก้ไม่ได้ระบุออกมาว่า สินเชื่อขนาดกลางที่มีการผิดนัดชำระหนี้ในไตรมาสล่าสุด จนทำให้ หนี้เสียเพิ่ม และสัดส่วนเงินสำรองฯ วูบไปด้วยนั้น มาจากบริษัทแห่งไหน และทำธุรกิจอะไรอยู่

แต่เข้าใจว่า ข้อมูลน่าจะมีการเปิดเผยกันในเร็ว ๆ นี้

ราคาหุ้นทิสโก้ในช่วงปลายไตรมาส 1/61 เคยขึ้นไปยืนเหนือระดับ 90 บาท

ก่อนที่จะค่อย ๆ ปรับลดลงมาเหลือระหว่าง 80-88 บาทต่อหุ้น

หุ้นทิสโก้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ  โดยเฉพาะนักลงทุนที่ชอบอัตราผลตอบแทนสูง ๆ เพราะทิสโก้มี Dividend yield สูงกว่า 6%

ส่วนราคาเป้าหมายจากบรกฯ 5 แห่ง

ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 89.75 บาท และสูงสุด 100 บาท

และมีค่าเฉลี่ยหรือ IAA Consensus อยู่ที่ระดับ 97.00 บาท ราคาหุ้นจึงยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายอยู่พอสมควร

แม้ตัวเลขหนี้เสียที่ออกมาจะอยู่เหนือคาดการณ์กันไว้

แต่ตัวเลขกำไรก็ยังถือว่า ทิสโก้เป็น “บจ.” ที่ประเดิมได้ค่อนข้างสวย

และพอเป็น Sentiment ที่ดีต่อภาพรวมได้