พาราสาวะถี

ไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามหรือฟังการอธิบายใด ๆ กรณีครม.สัญจรของรัฐบาลเผด็จการ ต่อให้มีหลักฐานทนโท่ว่า การปรากฏตัวของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะเป็นการหาเสียงหรือไปเพื่อต่อยอดให้บางพวกได้ใช้แอบอ้างเพื่อการดูด บรรดาเนติบริกรโดยเฉพาะ วิษณุ เครืองาม ก็จะหาเหตุมาชี้แจงได้เป็นวรรคเป็นเวร


อรชุน

ไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามหรือฟังการอธิบายใด ๆ กรณีครม.สัญจรของรัฐบาลเผด็จการ ต่อให้มีหลักฐานทนโท่ว่า การปรากฏตัวของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะเป็นการหาเสียงหรือไปเพื่อต่อยอดให้บางพวกได้ใช้แอบอ้างเพื่อการดูด บรรดาเนติบริกรโดยเฉพาะ วิษณุ เครืองาม ก็จะหาเหตุมาชี้แจงได้เป็นวรรคเป็นเวร

ขนาดคำถามที่ว่าอยู่มากว่า 4 ปี ทำไมเพิ่งมาสัญจรกันเอาช่วงปีหลังก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เนติบริกรยังอ้างหน้าตาเฉย มีการวางแผนมาตั้งแต่ยึดอำนาจเข้ามาบริหารประเทศแล้วว่า จะเดินทางไปประชุมครม.ทุกพื้นที่ มีการส่งสัญญาณไปยังข้าราชการทุกหน่วย เพียงแต่ช่วง 2 ปีแรกต้องให้ข้าราชการเหล่านั้นได้ทำงานและเตรียมความพร้อม ช่วงขวบปีหลังจึงมาเร่งสปีดติดตามงานและแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

นี่แหละประโยชน์อันเจนจัดของการมีเนติบริกรผู้ลื่นกว่าปลาไหลอยู่ข้างกาย ไม่มีวันที่จะถูกต้อนให้จนหรือเจอมุมอับ แม้ตอบไม่ได้ก็ยังโยนไปให้เป็นเรื่องของหน่วยงานอื่น ปัดภาระให้พ้นตัวได้หน้าตาเฉย เหมือนกรณีถูกจี้ถามเรื่องการเดินสายของกลุ่ม 3 มิตรนั่นปะไรพยายามจะตะแบงว่าไม่ผิดกฎหมาย พอถูกรุกไล่หนักเข้าก็โยนไปให้กกต.เป็นผู้พิจารณาว่าผิดหรือไม่

เมื่อเลือกที่จะใช้วิธีการแบบศรีธนญชัย คนจำนวนไม่น้อยก็เอาใจช่วยว่าอย่าให้มีจุดจบแบบศรีธนญชัยก็แล้วกัน คนเราจะโกหกคนอื่นได้แนบเนียนอย่างไร แต่ใจตัวเองนั้นมันยากที่จะหลอกได้ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของกรรม หากเชื่อว่าทำดีแล้วความดีจะตอบแทน ยึดอำนาจเข้ามาไม่ได้ทำลายประชาธิปไตยก็ต้องปล่อยให้กระบวนการประชาธิปไตยได้เป็นเครื่องพิสูจน์

ทว่าหลายคนอาจมีความเห็นแย้ง ในบริบทแห่งกฎหมายที่เขียนกันมาทุกอย่างเอื้อทั้งให้กระบวนการสืบทอดอำนาจเดินหน้าได้อย่างราบรื่น และยากที่จะเอาผิดคนที่อยู่ในอำนาจเวลานี้ได้ นั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลา ถ้าทุกอย่างมันเกินเลยคำว่า “พอดี” มีการโกงหรือใช้เล่ห์เหลี่ยมจนยากที่จะยอมรับ พลังของประชาชนโดยเฉพาะคนไทยที่ไม่ยอมรับกับความอยุติธรรม เมื่อถึงเวลาได้ระเบิดก็น่ากลัวอยู่ไม่น้อย

เพียงแต่ว่าในสถานการณ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามน้ำคำของผู้มีอำนาจ หนนี้มีกฎหมายพิเศษและมาตรายาวิเศษอยู่ สถานการณ์ที่ไม่คาดฝันนั้นคงเกิดยาก ด้วยความที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ในมือ คงไม่มีใครโง่ที่จะปล่อยให้มีคนมาแสดงพลังเพื่อล้มอำนาจที่ตัวเองอุตส่าห์จะใช้สารพัดวิธีสร้างขึ้นมาเพื่อให้ดูชอบธรรม

กับกรณีของการดูดนั่นปะไร แรกเริ่มเดิมทีเปิดตัวโชว์พลังกันในนาม 3 มิตรเอิกเกริก แต่พอถูกกระทุ้งมาก ๆ เข้าระดับแกนนำก็ถอดตัวเองไปจากพื้นที่ข่าว แต่ไม่ใช่การใส่เกียร์ถอย แค่เปลี่ยนบทให้มีคนมารับหน้าที่หนังหน้าไฟอย่าง ภิรมย์ พลวิเศษ ในฐานะเลขานุการของกลุ่ม วันนี้แสดงบทบาทได้อย่างอึกทึกครึกโครม

ไล่ตั้งแต่มายืนยันว่าประชุมครม.สัญจรอุบลราชธานีและอำนาจเจริญ ไม่มีเรื่องของการดูด พร้อมด้วยวลีเด็ด “ยิ่งคิดยิ่งโง่” แน่นอนว่าทางการเมืองเป็นการกางปีกปกป้องผู้มีอำนาจอย่างที่ผู้สนับสนุนการสืบทอดอำนาจพึงกระทำ ส่วนคนที่ออกมาโจมตีอาจต้องยอมรับว่าตัวเองโง่ที่คิดแบบนั้น ทว่ายังดีกว่า “คนหน้าด้าน” ที่ทำอะไรไปแล้วแต่ไม่ยอมรับ กลับปลิ้นปล้อนพูดในสิ่งที่ตรงข้าม

ประเด็นเรื่องสัญจรรองรับดูดยังไม่ทันหาย ก็มีการเปิดเรื่องใหม่ว่าด้วยการดูดนปช.ในพื้นที่ภาคอีสานที่โชว์บัตรกันเป็นแถวเข้าร่วมกลุ่ม 3 มิตรแล้ว พร้อมขายฝันเตรียมขออนุญาตคสช.จัดใหญ่ระดมความเห็นเรื่องปรองดองเล็งใช้เมืองทองธานีเป็นสถานที่จัดงาน โดยอ้างว่าจะมีแนวร่วมและแกนนำนปช.เข้าร่วมอย่างน้อย 500 คน ใครเห็นจำอวดเที่ยวนี้แล้วไม่ขำคงแปลก

อย่างไรก็ตาม ฟากแกนนำนปช.อย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ไม่ได้ตอบโต้ด้วยท่วงทำนองที่ดุเดือดแต่เป็นไปอย่างเจ็บแสบ ด้วยคำพูดที่ว่า ใครที่จะไปร่วมมือในแผนสืบทอดอำนาจคงต้องคิดใหม่ เพราะกว่า 10 ปีในสนามการต่อสู้ พี่น้องนปช.เอาชีวิตกับอิสรภาพเข้าแลก และยังคงแบกความอยุติธรรมร่วมกันในคดี 99 ศพจนถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่นักการเมืองบางประเภทในกลุ่มสามมิตรที่ประชาชนรู้ไส้รู้พุง จะย่อยสลายแล้วดูดลงคอได้ง่าย ๆ

พอจะเข้าใจได้บนความเชื่อมั่นของแกนนำคนเสื้อแดง ที่ยังคงคิดว่าเวลานี้แนวร่วมทั้งหมดรอที่จะให้บทเรียนกับคนที่ทรยศขบวนการประชาธิปไตยแล้วไปหนุนขบวนการสืบทอดอำนาจ น่าสนใจต่อคำพูดของณัฐวุฒิที่ว่า เรื่องโชว์บัตรนปช.ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะไม่ว่าจะแกนนำหรือมวลชน ตัวชี้วัดเดียวที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์นั่นก็คือหัวใจ

ถ้าใจมันใช่เมื่อไหร่อย่างไรก็ใช่ แต่ถ้าเป็นพวกหัวใจเทียมต่อให้เป็นแกนนำหรือพกบัตรกี่ใบก็ไร้ค่าในสายตามวลชน ไม่แน่ใจว่าที่กลุ่มสามมิตรเดินอยู่เป็นการทำตามโรดแมปของผู้มีอำนาจหรือเปล่า เพราะดูแล้วคล้ายเป็นการ “ปั่นราคาสร้างมหกรรมต้มคนใหญ่คนโตครั้งสำคัญหรือไม่” แต่คนจำพวกนักต้มตุ๋นสร้างภาพหลอกคนอื่นไปวัน ๆ น่าจะมองกันออก ประเภทผีเห็นผีอะไรประมาณนั้น

ตรรกะง่าย ๆ ของเรื่องนี้ถ้ามีมวลชนอยู่ในมือ 7,000-10,000 คนตามตัวเลขที่ใช้หลอกกันจริง ทำไมคนพวกนี้ไม่รวมตัวกันตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมือง แล้วใช้พลังที่มีไปต่อรองผลประโยชน์กับผู้มีอำนาจเสียเอง การเล่นเกมอ้างความเป็นนปช.ของกลุ่ม 3 มิตรเที่ยวนี้ จึงไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ นอกเหนือจากการสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวร่วมคนเสื้อแดง และหวังหยั่งท่าทีในระดับแกนนำว่าจะตื่นตูม ตอบโต้กันรุนแรงขนาดไหนเท่านั้นเอง

ถือเป็นการปิดภารกิจที่สมบูรณ์ เมื่อวันวาน ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาการศอร. ได้ร่วมในพิธีที่นิมนต์พระที่เคยประกอบพิธีเปิดปากถ้ำหลวง 28 รูป พร้อมเครื่องสังเวยบวงสรวง จัดพิธีทำบุญปิดปากถ้ำหลวง พร้อมอุทิศส่วนกุศลให้ “จ่าแซม” นาวาตรีสมาน กุนัน  และทำบุญขอขมาให้แก่เจ้าแม่นางนอนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนี้ไปเป็นเรื่องของการฟื้นฟูทั้งสภาพถ้ำและบริเวณโดยรอบ รวมทั้งการดำเนินชีวิตของเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง 13 คน

Back to top button