บลจ.ธนชาต เปิดขาย 2 กองทุนใหม่ ถึง 1 ส.ค.นี้

บลจ.ธนชาต เปิดขาย 2 กองทุนใหม่ ชูผลตอบแทนประมาณ 2.35-2.45% ต่อปี ถึง 1 ส.ค.นี้

บลจ.ธนชาต เปิดขายกองทุนTFixed3Y11M1AI อายุประมาณ 3 ปี 11 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 2.35% ต่อปี และ TFixed4Y10M1AI อายุประมาณ 4 ปี 10 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 2.45% ต่อปี เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีเกรดเอล้วน เสนอขายระหว่างวันที่ 24 ก.ค.- 1 ส.ค. นี้

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศระยะนี้ มีการปรับตัวขึ้นในช่วงแคบตามการปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ หลังค่าเงินบาทยังคงมีการอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตามเงินลงทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและอีกหลายๆประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น อยู่ในช่วง 1.75 – 2.00% เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันเฟดได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการปรับตัวดีขึ้น การขยายตัวทางเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นในอัตราที่แข็งแกร่ง การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้น ในขณะที่อัตราการว่างงานลดลง

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงจากสงครามการค้ากับจีนและประเทศอื่นๆ  ถ้าเกิดขึ้นจริงทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าลดลงได้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สภาพคล่องยังคงมีปริมาณมากอยู่ จากดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล โดย 5 เดือนที่ผ่านมาดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลที่ 17.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ทยอยฟื้นตัว สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ขยายตัว 4.7% ในไตรมาส 1

รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าเป้าหมาย ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.9% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2.5%(±1.5%) ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่น่าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ รอจนกว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นชัดเจนขึ้น คาดการณ์ว่าการปรับขึ้นน่าจะเริ่มในช่วงไตรมาส 1 ของปีหน้า และเป็นการปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป คาดว่าจะมีการปรับขึ้นปีละ 0.5% ในอีก 2 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว บลจ.ธนชาต จึงได้เสนอขาย กองทุนTFixed3Y11M1AI และ กองทุน TFixed4Y10M1AI สำหรับตราสารหนี้ที่กองทุน TFixed3Y11M1AI อายุประมาณ 3 ปี 11 เดือน ลงทุนนั้น จะลงทุนในหุ้นกู้เรตติ้งเอ ได้แก่ หุ้นกู้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 19.5% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.51% ต่อปี, หุ้นกู้ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด สัดส่วนการลงทุน 19.5% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.73%, หุ้นกู้ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 19.5% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.56%

รวมถึงหุ้นกู้ บริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 8% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.53%, หุ้นกู้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 19.5% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.66%, หุ้นกู้บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด สัดส่วนการลงทุน 6% อัตราผลตอบแทนประมาณ 3.15% และหุ้นกู้ บริษัท ไอซีบีซีลีสซิ่ง(ไทย) จำกัด สัดส่วนการลงทุน 8% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.43% โดยประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนอยู่ที่ 0.27% คาดว่ากองทุนนี้จะให้ผลตอบแทนประมาณ 2.35% ต่อปี และบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย

สำหรับกองทุน TFixed4Y10M1AI อายุประมาณ 4 ปี 10 เดือน จะเน้นลงทุนในหุ้นกู้เรตติ้ง เอ เช่นกัน ได้แก่ หุ้นกู้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 19.8% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.81%, หุ้นกู้ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 10.2% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.79%, หุ้นกู้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 19% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.67%

รวมถึงหุ้นกู้ บริษัท โตโยต้า ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด สัดส่วนการลงทุน 11.4% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.53%, หุ้นกุ้ของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 19.8% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.75% และหุ้นกู้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการลงทุน 19.8% อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.83% โดยประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนอยู่ที่ 0.29% คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.45% ต่อปี และบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุน 2 กองทุนดังกล่าว จะเปิดขายตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม นี้ โดยมีขั้นต่ำของการลงทุนอยู่ที่ 500,000 บาทขึ้นไป