JKN กำไรโตเด่น

JKN มีการประกาศผลประกอบการล่าสุด ไตรมาส 2 และงวดหกเดือนออกมาเติบโตโดดเด่น

คุณค่าบริษัท

บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN มีการประกาศผลประกอบการล่าสุด ไตรมาส 2 และงวดหกเดือนออกมาเติบโตโดดเด่น

โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 352.24 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 278.49 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 68.45 ล้านบาท หรือ 0.13 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 36.53 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้ค่าสิทธิจากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์เติบโต, รายได้จากการให้บริการจากธุรกิจบริการโฆษณาเติบโต และจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เติบโต

ผลดังกล่าวทำให้ผลการดำเนินงานงวดหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 698.03 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 537.24 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 139.02 ล้านบาท หรือ 0.26 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 82.54 ล้านบาท หรือ 0.21 บาทต่อหุ้น สะท้อนผลการเติบโตว่าเติบโตโดดเด่นจริง

สิ่งสำคัญเมื่อวิเคราะห์ฐานะทางการเงินเพื่อเป็นตัวแปรในการตัดสินใจต่อการลงทุน พบว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังมีความแข็งแกร่งมาก เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากถึง 1,159.44 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 847.21 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 1.37 เท่า ถือว่าสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทมากพอควร

ส่วนหนี้สินของบริษัทไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทมีหนี้สินรวมแค่ 866.01 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นมากถึง 1,965.40 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.44 เท่า แสดงว่าบริษัทปลอดจากภาระหนี้สินจริง ๆ จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ทั้งนี้ด้วยผลกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2561 อยู่ที่ 272 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 44.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน มีแรงหนุนต่อเนื่องจาก 1) รายได้ค่าลิขสิทธิ์ที่เติบโตโดดเด่น 21% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จาก Demand ของ content ที่เพิ่มมากขึ้นจากช่องทีวีดิจิทัล และคาดว่า JKN จะได้ลูกค้าช่องทีวีดิจิทัลเพิ่มอีก 3 รายในช่วงครึ่งหลังปี 2561 และรายได้จากการจำหน่ายคลิปข่าว CNBC และลิขสิทธิ์ซีรีส์อินเดียและไทยไปยังต่างประเทศ

2) Gross profit margin ขยายตัวอยู่ที่ 44.1% ในปี 2561 จาก 42.3% ในปี 2560 จากการเร่งส่งมอบลิขสิทธิ์ซีรีส์ให้ลูกค้ากลุ่มทีวีดิจิทัลซึ่งมีมาร์จิ้นสูง

ขณะที่ นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 13.00 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ 280,000,000 หุ้น 51.85%
  2. MEDIA KING CAPITAL LTD 68,000,000 หุ้น 12.59%
  3. นายประยงค์ วนิชสุวรรณ 44,499,000 หุ้น 8.24%
  4. น.ส.พิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ 40,000,000 หุ้น 7.41%
  5. นายเศกสรร เศรษฐสกล 8,700,000 หุ้น 1.61%

รายชื่อกรรมการ

  1. พล.ร.อ.อภิชาติ เพ็งศรีทอง ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
  2. นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
  3. น.ส.พิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ กรรมการ
  4. นางพิสมัย ลิขิตอำนวย กรรมการ
  5. นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์ กรรมการ