MTC วิ่งฉิว 5% นิวไฮในรอบ5เดือน โบรกฯแนะ”ซื้อ” เป้า54.50บ. ชี้เติบโตโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง

MTC วิ่งฉิว 5% นิวไฮในรอบ5เดือน โบรกฯแนะ"ซื้อ" เป้า54.50บ. ชี้เติบโตโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดย ณ เวลา 15.06 น. ราคาอยู่ที่ 41.25 บาท บวก 2 บาท หรือ 5.10% สูงสุดที่ 41.75 บาท ต่ำสุดที่ 39.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 838.44 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นบริษัท เมืองไทยแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ณ เวลา 15.06 น. ราคาอยู่ที่ 41.25 บาท บวก 2 บาท หรือ 5.10% สูงสุดที่ 41.75 บาท ต่ำสุดที่ 39.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 838.44 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่ราคาอยู่ที่ระดับ 42.50 บาท เมื่อวันที่ 7 มี.ค.61

ด้าน บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ (9 ส.ค.) แนะนำ “ซื้อ” MTC ราคาเป้าหมาย 54.50 บาท/หุ้น โดย MTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/61 มีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องอยู่ที่ 912 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 59.7% จากปีก่อน และ 9.4% จากไตรมาสก่อนตามคาด โดยสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 44.6% จากปีก่อน และ 8.1% จากไตรมาสก่อน และทำให้รายได้ค่าธรรมเนียม รวมไปถึงรายได้อื่นเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ขณะที่ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น 73.3% จากปีก่อน และ 11.8% จากไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มขึ้น 39.7% จากปีก่อน และ 7.5% จากไตรมาสก่อน แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าทำให้กำไรยังเติบโตโดดเด่น

โดยสินเชื่อในไตรมาส 2/61 เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากไตรมาสก่อนที่เพิ่มขึ้น 6.9% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 60 แล้ว 16.5% ytd และยังใกล้เคียงกับประมาณการของทางฝ่ายที่คาดว่า MTC จะปล่อยสินเชื่อเพิ่มในปี 61 ได้ 35% และใกล้เคียงกับเป้าของ MTC เองที่ตั้งเป้าไว้ที่ 40% โดยสินเชื่อที่เติบโตขึ้นยังเป็นผลมาจากการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นไตรมาส 2/61 MTC มีสาขาเพิ่มขึ้นมาเป็น 2,889 สาขา เพิ่มขึ้นถึง 465 สาขาจากสิ้นปี 60

อย่างไรก็ตามสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ NPL เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยเพิ่มเป็น 1.35% จาก 1.29% แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก และการที่ NPL เพิ่มสูงขึ้นทำให้สัดส่วนสำรองต่อ NPL ลดต่ำลงเหลือ 147% จาก 161% ในไตรมาสก่อน

อนึ่ง MTC ยังคงมีความเสี่ยงเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องในเรื่องเรียกเก็บดอกเบี้ยจากลูกค้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในการพิจารณาของศาลซึ่งน่าจะใช้เวลาอีกนานกว่าที่คดีจะสิ้นสุด นอกจากนี้ พ.ร.บ. นอนแบ็งก์ที่ในขณะนี้เสร็จสิ้นกระบวนการประชาพิจารณ์ไปแล้ว และจะถูกส่งให้ สนช. พิจารณา ซึ่งในร่าง พ.ร.บ. นั้นกำหนดให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ประกอบการจะเรียกเก็บกับลูกค้าได้

โดยจากข่าวที่มีออกมาก่อนหน้านั้นอาจจะเรียกเก็บได้ไม่เกิน 15% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าผลตอบแทนสินเชื่อของ MTC ในขณะนี้ที่อยู่ที่ 23% ค่อนข้างมาก โดยทางฝ่ายใช้ Sensitivity Analysis ประเมินผลกระทบของผลตอบแทนสินเชื่อที่ปรับลดลง 1% จะกระทบกับกำไรของ MTC ประมาณ 9.4%

ทั้งนี้ ทางฝ่ายยังคงประมาณการกำไรปี 61 ของ MTC ไว้ที่ 3.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีก่อน โดยกำไรครึ่งปีแรก 2561 คิดเป็น 49.5% จากปีก่อน มองว่าถึงแม้ MTC จะมีความเสี่ยงจากคดีฟ้องร้อง และ พ.ร.บ. นอนแบ็งก์ แต่ยังมีการเติบโตที่โดดเด่นได้อย่างต่อเนื่อง คงราคาพื้นฐาน 54.50 บาท และยังคงแนะนำ “ซื้อ”

Back to top button