1,660 แนวเด้งกลับ !

*หากดูจากปรากฏการณ์ของตลาดหุ้นไทยเที่ยวก่อนที่ดัชนีลงมาทำ V-Shape ตรงบริเวณจุดเด้งกลับที่ระดับ 1,760 จุด ย่อมทำให้เชื่อได้ว่า เที่ยวนี้ก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ! เพราะตัวแปรที่มีผลต่อการขึ้นลงของตลาดหุ้นไทยยังเหมือนเดิม ข่าวสารที่เข้ามากระทบยังเน้นหนักไปที่เรื่องสงครามการค้าของพ่อทูนหัว “ทรัมป์” ซึ่งเป็นประเด็นที่พูดกันแล้วพูดกันอีกนะจะบอกให้

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หากดูจากปรากฏการณ์ของตลาดหุ้นไทยเที่ยวก่อนที่ดัชนีลงมาทำ V-Shape ตรงบริเวณจุดเด้งกลับที่ระดับ 1,760 จุด ย่อมทำให้เชื่อได้ว่า เที่ยวนี้ก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ! เพราะตัวแปรที่มีผลต่อการขึ้นลงของตลาดหุ้นไทยยังเหมือนเดิม ข่าวสารที่เข้ามากระทบยังเน้นหนักไปที่เรื่องสงครามการค้าของพ่อทูนหัว “ทรัมป์” ซึ่งเป็นประเด็นที่พูดกันแล้วพูดกันอีกนะจะบอกให้

*ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้ “โมนิก้า” ต้องย้อนรำลึกเหตุการณ์เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจังหวะที่ดัชนีอ่อนตัวลงจากยอดบนสุดที่ระดับ 1,730 จุด ลงมาทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,664 จุด ก่อนจะเด้งกลับขึ้นไปหายอดเก่าอย่างแข็งแกร่ง ต่อจากนั้นร่วงลงมาเรื่อย ๆ แบบนกปีกหัก จนวานนี้ลงมาทำจุดต่ำสุดในระหว่างวันที่ระดับ 1,666.07 จุด มันมีความละม้ายคล้ายคลึงกันขนาดไหน ?..ลองไปคิดกันดูนะจ๊ะ

*หากยังมองภาพดังกล่าวไม่ออก “โมนิก้า” ขอย้อนกลับไปในวันที่ดัชนีเด้งกลับอีกนิดหนึ่งว่า ตอนที่ดัชนีลงหนัก ๆ จนดัชนีลงมายืนในแดนลบ แต่ในระหว่างวันมีแรงซื้อไหลกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดบวกเขียวปี๋หน้าตาเฉย มันเหมือนกับเหตุการณ์วานนี้ที่ดัชนีวิ่งจากแดนลบขึ้นมาปิดที่ 1,679.39 จุด บวกไป 6.97 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.97 หมื่นล้านบาทไหมเอ่ย ?

*ถ้าดูง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน “โมนิก้า” อยากให้จับตาดูหุ้น AOT หลังทะยานขึ้นมาปิดที่ 62.25 บาท บวกไป 0.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.67 พันล้านบาท โดยระหว่างวันลงมาทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 60.75 บาท ก็เทียบเคียงได้จากเที่ยวก่อนที่ราคาหุ้นดิ่งลงมายืนแถว 60 บาท ต่อจากนั้นเด้งกลับขึ้นไปหายอดเก่าที่บริเวณ 67 บาทแบบพอเหมาะพอเจาะนะคุณพี่ !

*ส่วนกรณีของพานทองแท้ PTT ทรุดตัวจนหลุดเส้นแนวรับ 200 วันที่บริเวณ 49.50 บาทลงมาง่ายดาย พร้อมกับทำท่าจะอ่อนตัวลงไปอีก แต่ดันมีแรงซื้อเข้ามาพยุงหุ้นได้ทันท่วงที ก่อนที่หุ้นจะปิดไปที่ระดับ 49.50 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 1.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.49 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะของการเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เพราะในระยะสั้นหุ้นยังไม่เปลี่ยนโมเมนตัมนะซี

*คล้ายกับกรณีของ IVL เคลื่อนตัวในรูปแบบ W-Shape เป็นเวลานานถึง 3 เดือนครึ่ง โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 54-60 บาทเป็นวงรอบวิ่งใหญ่นั้น “โมนิก้า” มองเป็นจุดที่นักเล่นต้องตระหนักให้มากขึ้นนิดหนึ่ง หลังหุ้นรูดลงมาทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 54.25 บาท ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมาปิดที่ 55.50 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 1.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.71 พันล้านบาท มันสื่อให้รู้ว่า อะไรก็ยังไม่แน่นอนเจ้าค่ะ

*เหมือนกับกรณีของ IRPC ทุกอย่างเนี้ยบ..ทุกอย่างเป๊ะ แต่หุ้นดันฝ่าแนวต้าน 7 บาทขึ้นไปไม่ไหวสักที ! มันหมายความว่า คนเล่นไม่กล้ากระโจนเข้าใส่ ! ถึงเคาะขวากันแบบเหยาะแหยะ เลยทำให้สถานการณ์ของหุ้นดูไม่ค่อยงดงามสักเท่าไหร่ ? เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับพิจารณากันเอาเองว่า การที่หุ้นลงมายืนปิดที่ 6.60 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 535 ล้านบาท ใช่จุดทยอยเก็บของหรือเปล่า ?

*ส่วนรายที่ควรเผ่นหนีไปให้ไกล ๆ “โมนิก้า” คงพุ่งเป้าไปยังหุ้นดีแตก DTAC เพราะสตอรี่ไม่รัญจวนใจเหมือนเมื่อก่อน บวกกับบอร์ด กสทช.ยันมติเดิมไม่เยียวยาคลื่น 850 MHz เท่ากับเป็นข่าวร้ายที่ส่งผลโดยตรงต่อบริษัท วานนี้ถึงเห็นราคาหุ้นดิ่งลงมายืนปิดที่ระดับ 41.50 บาท ลบไป 2.25 บาท หรือลงไป 5.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.15 พันล้านบาท เดี๊ยนบอกได้แค่ว่า ไม่ควรเอาตัวเข้าไปแลกนะจะบอกให้

*สำหรับหุ้นอีกหนึ่งรายที่ต้องระวังมากขึ้นนิดหนึ่ง “โมนิก้า” คงโฟกัสไปที่หุ้น PF เป็นรายถัดมา หลังราคาหุ้นโค้งตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากยอดเดิมเคยยืนอยู่ที่ระดับ 1.20 บาท วานนี้หุ้นไหลลงมายืนอยู่ที่ 1 บาท ลบไป 0.04 บาท หรือลงไป 3.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 203 ล้านบาท มันทำให้โพสิชันของหุ้นดูไม่ดีเอาเสียเลย เดี๊ยนถึงรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเส้น 10 วัน กับเส้น 25 วัน เริ่มหัวปักลงนะซี

*ตรงกันข้ามกับในรายของ JAS พอมีข่าวดีไหลเข้ามาอีกรอบ ราคาหุ้นก็วิ่งทะลุเส้นแนวต้าน 75 วันตรงบริเวณ 5.40 บาทขึ้นไปแบบชิว ๆ บวกกับเที่ยวนี้มีผู้รู้หลายสำนักออกมาสำทับเรื่องราคาหุ้นจะไปได้ไกล วานนี้ถึงเห็นหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 5.60 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 6.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 940 ล้านบาทแบบนี้ ถ้าไม่อยากให้เสียของ..เล่นกันยาวไปเลยลูกพี่