ลุ้น TISCO เสิร์ฟกำไรไตรมาส 3/61 วันนี้ โตแตะ 1.7 พันลบ. หลังตั้งสำรองฯลดลง

ลุ้น TISCO เสิร์ฟกำไรไตรมาส 3/61 วันนี้ โตแตะ 1.7 พันลบ. หลังตั้งสำรองฯลดลง โบรกฯ เล็งปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพิ่ม

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจหุ้น บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO หลังนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า TISCO จะประการผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3/61 ในวันนี้ (11 ต.ค.) ซึ่งคาดว่าจะมีกำไรทะลุ 1.7 พันล้านบาท จากการตั้งสำรองลดลง และมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

ด้านราคาหุ้น TISCO ปิดตลาดวานนี้ (10 ต.ค.) อยู่ที่ระดับ 80.50 บาท ลบ 0.25 บาท หรือ 0.31% สูงสุดที่ 81.50 บาท ต่ำสุดที่ 80 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 413.78 ล้านบาท ทั้งนี้ยังคงมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 110 บาท อยู่ 36.65%

ทั้งนี้ พบว่า นักวิเคราะห์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดการณ์ว่า TISCO จะเป็นธนาคารแรกที่จะเริ่มรายงานผลประกอบการในวันที่ 11 ต.ค.2561 โดย Bloomberg Consensus คาดกำไรสุทธิที่ 1.7 พันล้านบาท (โต 8.7% เมื่อเทียบจากปีก่อน) และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว

อย่างไรก็ดีพิจารณาจากเศรษฐกิจไทยที่ยังคงแข็งแกร่ง ตัวเลขยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เห็นการเติบโตทุกเดือน ล่าสุดข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมพบว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน ส.ค. อยู่ที่ 8.67 หมื่นคัน (โต 27.7% เทียบจากปีก่อน และโต 6% เทียบจากเดือนก่อน)

ขณะที่ช่วง 8 เดือนแรก มียอดขายรถยนต์ 6.57 แสนคัน (โต 21% เทียบจากปีก่อน) ซึ่งรายได้หลัก TISCO กว่า 54% มาจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าคาดซึ่งจะหนุนบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้นได้

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ในวันนี้ (11 ต.ค.) คาด TISCO ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/61 โดยคาดมีกำไรสุทธิ 1,660 ล้านบาท โต 5.6% เทียบจากปีก่อน )

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TISCO ให้ราคาเป้าหมาย 110 บาท/หุ้น บาท อิง PBV 2.12 โดยคาดกำไรไตรมาส 3/61 ที่ 1,751 ล้านบาท ดีขึ้น 2% เทียบจากไตรมาสก่อน และ 11% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยอาจดีขึ้นเล็กน้อยตามสินเชื่อ แต่มีแรงกดดันจากการปรับดอกเบี้ยเงินฝากเล็กน้อย

รวมทั้งคาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลงราว 2% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน คิดเป็น Credit Cost ที่ 81 bps โดยอาจมีส่วนหนึ่งเป็นการตั้งสำรองส่วนเกิน แม้ว่าคุณภาพหนี้จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปีคาดว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอาจไม่ได้เติบโตโดดเด่นนัก แต่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ยังมีโอกาสที่จะปรับลดลงได้อีก เนื่องจากสำรองในช่วงที่ผ่านมาทุกไตรมาสมีการตั้งสำรองส่วนเกิน ขณะที่ปัจจุบันธนาคารมีสำรองส่วนเกินในระดับสูงแล้ว สะท้อนในระดับ NPL Coverage Ratio ที่สูงเกิน 185% ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในกลุ่มฯ

ทั้งนี้ประเมินกำไรปี 2561 ไว้ที่ 6,516 ล้านบาท กำไรงวด 9 เดือนที่คาดคิดเป็นราว 80% ของประมาณการทั้งปี โดยมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มประมาณการกำไร ภายหลังการประกาศงบ และการพูดคุยกับผู้บริหารในงวดนี้

พร้อมด้วย นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ถือ” TISCO ราคาเป้าหมาย 89.75 บาท/หุ้น อิง PBV ที่ 1.93x เท่า เทียบเท่า +1.5SD ของค่าเฉลี่ย PBV ย้อนหลัง 5 ปี โดยประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 3/61 ที่ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เทียบจากปีก่อน แต่ลดลง 4% เทียบจากไตรมาสก่อน โดยการเพิ่มขึ้นจากปีก่อน มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 10% เทียบจากปีก่อนจากการรวมพอร์ตกับ SCBT

ขณะที่กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาสนี้มีการขายพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ทำให้ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 4.24% จาก 4.42% ในไตรมาสก่อน

นอกจากนี้คาดว่าจะตั้งสำรองฯที่ระดับต่ำเพียง 89 bps จากเป้าทั้งปีที่ 100bps เพราะมีสำรองส่วนเกินอยู่ในระดับสูง โดยมี Coverage Ratio ที่สูงสุดในระบบที่ 185% ทำให้ไม่มีความจำเป็นในการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่ม

นอกจากนี้ยังคงประมาณการณ์เดิม โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 61 จะอยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เทียบจากปีก่อน จากการตั้งสำรองที่ลดลง โดยมองว่าสินเชื่อและ NIM ในปีนี้ยังคงหดตัวลงต่อเนื่องจากการขายพอร์ตสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตออกไป ขณะที่กำลังรุกสินเชื่อบ้านซึ่งมีผลตอบแทนที่ต่ำและการแข่งขันที่สูง ทำให้ NIM มีโอกาสปรับตัวลดลงได้ต่อเนื่อง