หุ้นจิ๋วราคาแกร่ง! เดือนก.ย.61

เดือนกันยายนที่ผ่านมา การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ไม่ค่อยหวือหวา เพราะดัชนี mai ปรับตัวขึ้นเพียง 0.04% หรือเพิ่มขึ้น 17.37 จุด

เส้นทางนักลงทุน

เดือนกันยายนที่ผ่านมา การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ไม่ค่อยหวือหวา เพราะดัชนี mai ปรับตัวขึ้นเพียง 0.04% หรือเพิ่มขึ้น 17.37 จุด

สำหรับการปรับตัวขึ้นของดัชนี mai  นับว่าเป็นการเข้าเก็งกำไรในหุ้นรายตัวเป็นหลักเพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสนใจไปซื้อขายในหุ้นขนาดใหญ่ และขนาดกลางมากกว่า

ส่วนหุ้นขนาดเล็กที่นักลงทุนให้ความสนใจช่วงเดือนกันยายน 2561 อาทิ  SELIC, SWC, COMAN, UREKA,  CHAYO และ CHEWA เป็นต้น โดยหุ้นดังกล่าวล้วนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 20%  นับว่าราคาหุ้นปรับขึ้นแกร่งกว่าตลาดค่อนข้างมาก

บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 47.03% หรือปรับขึ้น 0.87 บาท  วัดจากราคาปิด ณ วันที่ 31 ส.ค.61 อยู่ที่ระดับ 1.85 บาท เทียบด้วยราคาปิด ณ วันที่ 28 ก.ย.61 อยู่ที่ระดับ 2.72 บาท สำหรับการเข้าเก็งกำไรเนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานในครึ่งหลังปีนี้จะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงของไฮซีซั่นของธุรกิจที่จะมีการใช้กาวอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก เห็นได้จากภาคเอกชนเริ่มมีการลงทุนมากขึ้นทั้งภายในประเทศและการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น

อีกทั้งบริษัทยังมั่นใจว่าปีนี้รายได้ทั้งปีนี้น่าจะเติบโต 10% จาก 595 ล้านบาทในปีก่อน จากการขยายตลาดอุตสาหกรรมใหม่ ๆ และรักษาฐานลูกค้าเดิม โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากในประเทศคิดเป็น 55-60% และในต่างประเทศคิดเป็น 40-45%

บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 41.96% หรือปรับขึ้น 8.35 บาท วัดจากราคาปิด ณ วันที่ 31 ส.ค.61 อยู่ที่ระดับ 19.90 บาท เทียบด้วยราคาปิด ณ วันที่ 28 ก.ย.61 อยู่ที่ระดับ 28.25 บาท ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นตามสัญญาณเทคนิคที่ปรับตัวขึ้น ประกอบกับรับอานิสงส์จากผลประกอบการที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง พร้อมกับมีการจ่ายปันผล

บริษัท โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ COMAN ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 40.59% หรือปรับขึ้น 1.38 บาท วัดจากราคาปิด ณ วันที่ 31 ส.ค.61 อยู่ที่ระดับ 3.40 บาท เทียบด้วยราคาปิด ณ วันที่ 28 ก.ย.61 อยู่ที่ระดับ 4.78 บาท เป็นการเข้าเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคอยู่ในช่วงขาขึ้น

บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ UREKA ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 37.50% หรือปรับขึ้น 0.30 บาท  วัดจากราคาปิด ณ วันที่ 31 ส.ค.61 อยู่ที่ระดับ 0.80 บาท เทียบด้วยราคาปิด ณ วันที่ 28 ก.ย.61 อยู่ที่ระดับ 1.10  บาท เป็นการเข้าเก็งกำไร เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลังน่าจะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากมีจำนวนงานเพิ่มขึ้นและสามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด  โดยแผนงานในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทยังคงขยายชนิดสินค้าและมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าเพิ่มต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Non-Automotive มากขึ้น พร้อมกับเน้นหางานที่เป็นระบบ Production Automations, Logistics Automation และ Robots Application มากขึ้น ในขณะที่กลุ่มลูกค้าเดิม Automotive ก็คงยังรักษาความสัมพันธ์ไว้เช่นเดิม

บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 25% หรือปรับขึ้น 1.15 บาท วัดจากราคาปิด ณ วันที่ 31 ส.ค.61 อยู่ที่ระดับ 4.60 บาท เทียบด้วยราคาปิด ณ วันที่ 28 ก.ย.61 อยู่ที่ระดับ 5.75  บาท  สืบเนื่องจากบริษัทมีปัจจัยบวกด้วยแนวโน้มผลประกอบการในอนาคตค่อนข้างสดใส จากฐานหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง และการต่อยอดไปยังธุรกิจใหม่ ๆ ขณะที่แนวโน้มปี 2562 จะมีหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่จะตัดต้นทุนครบ ซึ่งจะช่วยให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 21.19% หรือปรับขึ้น 0.25 บาท  วัดจากราคาปิด ณ วันที่ 31 ส.ค.61 อยู่ที่ระดับ 1.18  บาท เทียบด้วยราคาปิด ณ วันที่ 28 ก.ย.61 อยู่ที่ระดับ 1.43 บาท รับอานิสงส์จากปัจจัยบวกด้วยแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ยังมั่นใจว่ารายได้จะเติบโตตามเป้าหมาย 20% มาที่ 2.4 พันล้านบาท โดยครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 1.45 พันล้านบาท จากการทยอยส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2561 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่กว่า 800 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในช่วงครึ่งปีหลังทั้งหมด ส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้ในช่วงไตรมาส 3/2561

ส่วนในปี 2562 ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง 20% มาที่ 2.88 พันล้านบาท พร้อมวางแผนเปิดโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 8.3 พันล้านบาท แบ่งเป็น โครงการที่บริษัทพัฒนาเอง จำนวน 7 โครงการ และเป็นโครงการร่วมทุน 2 โครงการ โดยโครงการใหม่ในปีหน้าจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ ส่วนใหญ่จะเริ่มเปิดขายตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1/2562 เช่น โครงการชีวาทัย เกษตร นวมินทร์ มูลค่า 1.7 พันล้านบาท โครงการฮอลล์มาร์ค จรัญฯ มูลค่า 430 ล้านบาท และโครงการฮอลล์มาร์ค โชคชัย 4 มูลค่า 2.01 พันล้านบาท

ด้วยหุ้นที่ปรับตัวขึ้นถือเป็นการสะท้อนจากปัจจัยบวกด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่จะเติบโตต่อเนื่อง !!