ไร้กังวล ORI “ไดลูท” ตามสัดส่วน! หุ้นปันผลชดเชยเป๊ะ!! แถมเงินสดจ่ายภาษีฯอีก 0.04 บาท

ไร้กังวล ORI "ไดลูท" ตามสัดส่วน! หุ้นปันผลชดเชยเป๊ะ!! แถมเงินสดจ่ายภาษีฯอีก 0.04 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ล่าสุด ณ เวลา 14.55 น. อยู่ที่ระดับ 11.30 บาท ปรับตัวลดลง 5.70 บาท หรือ 33.53% สูงสุดที่ระดับ 11.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 11.10 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ 121.31 ล้านบาท

โดยในวันนี้ราคาหุ้นมีจุดซื้อขายสูงสุด (Ceiling) ที่ 14.70 บาท และมีราคาซื้อขายต่ำสุด (Floor ) ของวันที่ 7.95 บาท หลังจากขึ้นเครื่องหมายวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) จ่ายปันผลเป็นหุ้นและเงินสด โดยบริษัทประกาศจ่ายปันผล งวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2561 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2561  และกำไรสะสม เป็นหุ้นปันผลและเงินสด โดยอัตราการจ่ายหุ้นปันผล 2 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.04 บาทต่อหุ้น อัตราการจ่ายปันผลรวม 0.29 บาทต่อหุ้น วันที่จ่ายปันผล 31 ต.ค. 2561

ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงอย่างหนัก ในวันนี้เป็นผลมาจากการจ่ายปันผลเป็นหุ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีหุ้นเข้ามาในอัตรา 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล หรือคิดเป็น 33% ของหุ้นจดทะเบียนเดิม ส่งผลให้ราคาหุ้นมี Dilution Effect ถึง 33% เพื่อสะท้อนจำนวนหุ้นจดทะเบียนที่จะเข้ามาใหม่

โดยจากการตรวจสอบข้อมูลราคาหุ้นย้อนหลังของ “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” พบว่า ราคาหุ้น ORI ก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD ปิดตลาดที่ระดับ 17 บาท ซึ่งราคาหุ้นหลังปันผลเป็นหุ้นควรปรับตัวลดลงมาที่ 11.39 บาท ตามสัดส่วน Dilution Effect อย่างไรก็ตามหากในวันนี้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเกิน 11.39 บาท จะเท่ากับว่านักลงทุนที่มีต้นทุนอยู่ที่ 17 บาท จะขาดทุนจากการปรับตัวลดลงเกิน Dilution Effect เนื่องจากราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงเกินมูลค่าพื้นฐานหลังการจ่ายปันผล

ทั้งนี้ในทางกลับกันหากราคาหุ้นในวันนี้ปรับตัวลดลงไม่ถึง 33% หรือปรับตัวลงเท่าสัดส่วน Dilution Effect จะเท่ากับว่านักลงทุนที่ซื้อหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD ที่ราคา 17 บาท ยังคงมีกำไรจากต้นทุนที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานหลังการจ่ายปันผล เนื่องจากราคาหุ้นปรับลงตามสัดส่วน Dilution Effect เท่ากับจำนวนหุ้นที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น แต่ไม่ได้ปรับตัวลดลงเหมือนการจ่ายปันผลเป็นเงินสดที่จะส่งผลให้ราคาหุ้นในวันที่ขึ้น XD ปรับตัวลงแรง นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นจะได้รับจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นจากการปันผลเป็นหุ้นชดเชยราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม หากเข้าซื้อหุ้นในวันนี้ที่ระดับต่ำกว่า Dilution Effect ยังคงมีความเสี่ยงหากกำไรของบริษัทไม่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหุ้นปันผลที่เพิ่มเข้ามาจะส่งผลให้กำไรต่อหุ้นลดลงหากผลการดำเนินงานบริษัทในอนาคตไม่เพิ่มขึ้น

 

ด้าน บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำ “ซื้อ” ORI ราคาเป้าหมาย 23.40 บาท/หุ้น โดยคาดว่าวันนี้ราคาหุ้นปรับลงตามการ XD หุ้นปันผลในอัตรา 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ และปันผลเงินสดที่ 0.40 บาท และเมื่อคำนวณตามสูตรแล้วจะได้ราคาปิดหลังปรับปรุงที่ 11.07 บาท ด้านราคาพื้นฐานเดิมที่ 23.40 บาท หลังปรับปรุงการ XD จะได้ราคาที่ 15.33 บาท

สำหรับสถานะ ORI ในปัจจุบัน คาดว่าจะบรรลุเป้าขาย (Presales) ปีนี้ที่ 24 พันล้านบาท (ก่อนหน้าปรับขึ้นมา 20% จากเป้าแรก) ได้ไม่ยาก เพราะยอดขาย 9 เดือนแรกของปี 61 ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท หลังล่าสุดประสบความสำเร็จการขาย พาร์ค ออริจิ้น พญาไท ได้ถึง 72% และพ.ย.61 จะเปิดขายพาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ ซึ่งคาดว่าจะทำยอดขาย surprise ในทางบวกคือ ขายได้มาก เนื่องจากมีการขายยังต่างประเทศแล้วส่วนหนึ่ง แม้ยอดขายแนวราบจะที่เปิดขาย 4 โครงการใหม่จะไม่น่าตื่นเต้นนัก เพราะติดฤดูฝนที่ยาวนาน ทำให้ยอดการเยี่ยมชมโครงการชะลอลง

ด้านผลกระทบจากเกณฑ์ธปท.การปล่อยสินเชื่อใหม่ สำหรับคอนโดราคาขายเกิน 10 ล้านบาท คาดว่าจะเป็นสัดส่วน 10% ของทั้งพอร์ตสินค้า และสัดส่วนการซื้อเพื่อลงทุนและเก็งกำไรจะไม่เกิน 20% ของยอดรวม จึงคาดว่าจะได้รับผลลบบ้างในปี 62 โดยเดิมทีบริษัทเก็บเงินดาวน์ที่ 15-20% แต่เพื่อแก้ปัญหาจากนี้ไปจะให้ดาวน์ที่ 20%

ทั้งนี้ คงคำแนะนำ ซื้อ คาดว่าอัตราการเติบโตกำไรหลักต่อหุ้นปีนี้โดดเด่นในกลุ่มที่อยู่อาศัยเป็น 129% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่วนปี 62 เติบโตเพียง 2% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แม้ยอดเงินกำไรหลักโต 15% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ทั้งนี้เป็นเพราะได้เผื่อให้ ORI-W1 ซึ่งจะแปลงครั้งแรกได้ พ.ย.61 แปลงเข้ามาในปี 62 ครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 406.5 ล้านหน่วย แต่เนื่องจากราคาใช้สิทธิ์สูงเป็น 20.00 บาท และหลัง XD ปรับเป็น 13.3333 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบันอยู่พอควร จึงมีโอกาสจะแปลงน้อยกว่าคาด ทำให้อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นปี 62 ดีขึ้น โดยวอร์แรนท์หมดอายุ 30 ก.ย.63

โดยคาดว่าราคาหุ้นได้ตอบรับในทางลบเรื่องเกณฑ์ธปท.ไปพอควรแล้ว แต่ต้องติดตามว่าหลัง ธปท.ทำ Hearing เสร็จ จะมีการผ่อนคลายเกณฑ์ใดบ้าง ก็จะกลับมาเป็นประเด็นในทางบวกได้

คำค้น