สังคมข่าวหุ้น

*ปัจจัยลบจากต่างประเทศยังกดดัน ทำให้ดัชนียังไม่ผ่านขึ้นไปยืนเหนือ 1,700 จุดได้อีกครั้ง ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังขายสนุกสนาน และหากวันไหนหุ้นร่วงระหว่างวัน ก็ให้ฟันธงไปได้เลยว่า วันนั้น กองทุนขายทิ้งกันออกมาด้วย ส่วนรายย่อยทยอยเก็บของตามระเบียบ ห่อกลับบ้านกันไป

คาเฟอีน

*ปัจจัยลบจากต่างประเทศยังกดดัน ทำให้ดัชนียังไม่ผ่านขึ้นไปยืนเหนือ 1,700 จุดได้อีกครั้ง ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังขายสนุกสนาน และหากวันไหนหุ้นร่วงระหว่างวัน ก็ให้ฟันธงไปได้เลยว่า วันนั้น กองทุนขายทิ้งกันออกมาด้วย ส่วนรายย่อยทยอยเก็บของตามระเบียบ ห่อกลับบ้านกันไป

*หุ้นโอสถสภา OSP ราคาปิดเมื่อวานนี้น่าหวาดเสียวจริง มาอยู่ที่ 25.50 บาท เกือบจะหลุดราคาจองซื้อ 25.00 บาท เพราะมีแรงขายออกมาต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการกำหนดราคาหุ้นนั้น ใกล้เต็มมูลค่า หรือมีเหลือให้เข้ามาเล่นเพียงไม่กี่ช่องเท่านั้น พี/อี ตอนเข้ามาก็ 29 เท่าแล้ว ส่วนค่าเฉลี่ยกลุ่มอยู่ที่ 31-32 เท่า และตอนนี้ OSP พี/อี เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มพอดี แต่ในระยะยาวบรรดาเซียนเขาก็ยังเชื่อว่าราคาหุ้นจะวิ่งขึ้นไปได้ แต่ใช้เวลาหน่อย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะหลุดจอง ไม่อย่างนั้น เสียชื่อ  “นิติ โอสถานุเคราะห์” นักลงทุนรายใหญ่สุดในตลาดหุ้นไทย ณ เวลานี้

*ส่วนหุ้น BGC น้องใหม่เพิ่งเข้าเทรดเมื่อวานนี้ ช่วงท้ายตลาดก็แอบทำเสียวเหมือนกันนะ เพราะราคาช่วงนั้นยังอยู่ 12.60 บาท อยู่เลย แต่พอหลัง 4 โมงเย็น หุ้นเหมือนโดนทุบร่วงลงมาจนเหลือ 11.30 บาท และท้ายตลาดขยับขึ้นมาได้อีกนิด มาปิด 11.80 บาท บวก 1.60 บาท เปลี่ยนแปลง 15.69% ถือว่ารอดตัวไป ส่วนมูลค่าการซื้อขายกว่า 4,478 ล้านบาท หนาแน่นพอสมควร นี่หากภาวะตลาดดี ๆ อาจวิ่งได้แรงกว่านี้

*กลุ่มธนาคารมีแจ้งผลประกอบการไตรมาส 3/61 เพิ่ม เริ่มจากแบงก์ใหญ่กันก่อน ไทยพาณิชย์ SCB จิ๊กโก๋รัชโยธิน กำไรกว่า 1.05 หมื่นล้านบาท  มาตามนัดที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ เติบโต 3.7% แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ เอ็นพีแอลลงมาเหลือ 2.80% จาก 2.83% จากไตรมาสก่อนหน้า และ Coverage ratio เพิ่มขึ้นมาเป็น 142.5% เท่า ๆ กับค่าเฉลี่ยของบกลุ่มธนาคารแล้ว และเงินกองทุนแข็งแกร่งมาก 17.6% หากดูจากไส้ในแบบนี้แล้ว นับว่ายอดเยี่ยม

*ส่วนแบงก์กรุงเทพ BBL ของกลุ่มโสภณพนิช กำไร 9.02 พันล้านบาท อาจจะต่ำกว่าตลาดที่คาดการณ์ไว้ 9.3 พันล้านบาท แต่ไม่ได้เสียหายอะไร หนี้เสียเพิ่มขึ้นนิดหน่อย จาก 3.5% มาเป็น 3.6% และเงินกองทุนยังเข้มแข็งมากเป็นอันดับต้น ๆ ของกลุ่มธนาคาร ต่างชาติยังชื่นชอบ แต่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาเยอะมาก ล่าสุดปิด 213 บาท วันนี้จึงน่าจะเห็นแรงขายทำกำไรออกมา แต่ดูทรงแล้ว ไม่น่าจะกลับไปหลุด 200 บาทอีกครั้ง ราคาเป้าหมาย IAA Consensus อยู่ที่ 235 บาท แต่ต้องดูว่าจากงบฯ ล่าสุด โบรกฯ จะเคาะราคาหุ้นใหม่หรือไม่

*บลจ.กรุงไทย หรือ KTAM อยู่ระหว่างเปิดจำหน่าย กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 205 (KTFF205)  เสนอขายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 ต.ค.นี้ อายุโครงการ 12 เดือน เน้นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 คาดผลตอบแทนประมาณ 1.85% ต่อปี  บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีหัก  ณ ที่จ่าย ใครสนใจติดต่อได้ตามสาขาของแบงก์กรุงไทย

*พูดถึงกรุงไทย หรือ KTB รับข่าวขายที่ดิน AQ ได้แล้ว ยกภูเขาออกจากอกเสียที พร้อมปูเสื่อรอรับเงินกว่า 8.3 พันล้านบาท ในช่วงไตรมาส 1/62 แต่บรรดานักวิเคราะห์คาดกันว่า น่าจะมีการนำเงินบางส่วน หรือเป็นจำนวนที่อาจค่อนข้างมากไปตั้งสำรองหนี้ฯ และไม่น่ากลับมาบันทึกเป็นกำไรทั้งหมด  ส่วนราคาหุ้นที่ไม่ได้ตอบรับอะไรเมื่อวานนี้ เพราะมันวิ่งทะลุทะลวงมาก่อนหน้านี้แล้ว ใครเข้าไปเมื่อวานนี้ โดนกินอย่างเดียว สะบักสะบอมแน่นอน

*ขออีกสักแบงก์คือ ทีเอ็มบี  แม้จะบันทึกกำไรมโหฬารจากขาย บลจ.ทหารไทย ทำให้มีกำไรกว่า 5.5 พันล้านบาท พุ่ง 179% มากกว่าที่ตลาดคาดกันไว้อย่างมาก แต่ราคาหุ้นกลับวิ่งสวนลง โดยมาจากสองสาเหตุคือ 1. มีคนเข้าไปเก็บหุ้นก่อนหน้านี้ แล้วทิ้งไม้หนัก ๆ (ทำกำไร) ลงมาท้ายตลาด เป็นหลักล้านหุ้น และทิ้งต่อเนื่อง ทำให้รายย่อยที่เข้าไปตอนบ่าย หลังแอ่นกันถ้วนหน้า และ 2. นักลงทุนไม่ค่อยให้ “พรีเมียม” กับกำไรพิเศษ” ของหุ้นกลุ่มแบงก์มากนัก แต่จะมองหนี้เสีย ดูผลประกอบการจริง ๆ มากกว่า

*ปิดท้ายด้วยหุ้น BEAUTY DDD และ RS ที่วูบหนัก ก็น่าจะมาจากแนวโน้มไตรมาส 3/61 กำไรออกมาไม่ดี แต่ BEAUTY ยังมีโครงการซื้อหุ้นคืนอยู่ ก็ต้องมาดูว่า จะใช้จังหวะนี้เข้าเก็บหุ้นหรือไม่