เจอกัน 1,600 จุด!

*ดูเหมือนอารมณ์ของนักเล่นจะแตกกระเจิงแบบกู่ไม่กลับ เพราะมองไปทางไหน..ด้านไหน ก็มีแต่ข่าวด้านลบคอยรบกวนจิตใจตลอดเวลา บวกกับแรงเทขายของฝรั่งขี้นกยังไม่สะเด็ดน้ำสักที (ไปขุดของที่ไหนมาขายก็ไม่รู้) ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม พร้อมกับมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ดัชนีน่าจะลงไปตั้งต้นแถวบริเวณ 1,600 จุดอีกรอบนะจะบอกให้


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ดูเหมือนอารมณ์ของนักเล่นจะแตกกระเจิงแบบกู่ไม่กลับ เพราะมองไปทางไหน..ด้านไหน ก็มีแต่ข่าวด้านลบคอยรบกวนจิตใจตลอดเวลา บวกกับแรงเทขายของฝรั่งขี้นกยังไม่สะเด็ดน้ำสักที (ไปขุดของที่ไหนมาขายก็ไม่รู้) ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม พร้อมกับมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ดัชนีน่าจะลงไปตั้งต้นแถวบริเวณ 1,600 จุดอีกรอบนะจะบอกให้

*สาเหตุที่ทำให้เชื่อเช่นนั้นมาจากครั้งก่อนที่ดัชนีอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ล้วนเกิดจากแรงเทขายของ “ฝรั่งขี้นก” ผสมโรงกับ “กองทุนตัวแสบ” ช่วยกันทุบหุ้นเพื่อลงไปเก็บของข้างล่าง ก่อนจะช่วยกันดันกลับขึ้นมาอย่างช้า ๆ “โมนิก้า” มองเป็นคำอธิบายที่น่ารับฟังเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่คิดจะเข้าไปช้อนหุ้นเพื่อเก็งกำไรสั้น ๆ ในช่วงที่ตลาดหุ้นรีบาวด์ จึงนำแท็กติกดังกล่าวมาเล่าสู่กันฟังไงล่ะค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องตั้งคำถามถึงเหล่าผู้กล้าท้านรกอีกรอบว่า ในเมื่อดัชนีทรุดตัวลงมาถึงระดับ 1,618.82 จุด ก่อนจะเด้งกลับขึ้นไปยืนอยู่ที่ระดับ 1,623.37 จุด ลบไป 35.19 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.53 หมื่นล้านบาท มันเป็นสถานการณ์ที่ดีขึ้นแบบ “ชั่วคราว” หรือแบบ “ถาวร” เพราะคำตอบของเรื่องนี้จะเป็นตัวชี้นำว่า นักเล่นควรใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบไหนถึงจะดีเจ้าค่ะ

*เหมือนกับการดิ่งลงของหุ้นร้านสะดวกซื้อ CPALL จนทะลุจุดต่ำสุดครั้งก่อนที่บริเวณ 65 บาทลงมาอย่างง่ายดาย ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 63 บาท ลบไป 2 บาท หรือลงไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.89 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นการเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงของบรรดานักเล่นกลุ่มสถาบัน หลังเห็นกันเต็มสองลูกตาว่า ไม่ growth บวกกับ P/E สูง จึงต้องโดนกระหน่ำเทขายอีกพักใหญ่ ๆ นะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ PTT โดนเทขายอย่างหนักจนหลุดกรอบราคา 50 บาทเป็นครั้งที่ 2 มันเป็นสถานการณ์ที่ทำให้รู้ว่า หุ้นมีโอกาสไหลลงไปหา low เก่าที่บริเวณ 47 บาทอีกครั้ง และเผลอ ๆ อาจไหลลงไปแตะระดับ 44 บาทเสียด้วยซ้ำ ! เพราะพวกกองทุนกระหน่ำขายบลูชิพอย่างหนัก วานนี้หุ้นถึงกระโดดลงมาปิดที่ 48.50 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 3.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.86 พันล้านบาทแบบไร้แรงต้านทานพะยะค่ะ

*คล้ายกับกรณีของบริษัทลูก PTTEP ถูกบรรดากองทุนใหญ่ สาดทิ้งแล้ว..สาดทิ้งอีก ตั้งแต่เปิดการซื้อขายภาคเช้า  มันทำให้หุ้นเสียศูนย์อย่างมีนัยสำคัญ และมีโอกาสที่หุ้นจะไหลลงอีกค่อนข้างสูง เพราะสัญญาณทางเทคนิคโค้งตัวลงหมดทุกเส้น แต่ยังเหลือเส้นแนวรับ 200 วันตรงบริเวณ 130 บาทเป็นแนวสุดท้ายที่นักเล่นต้องลุ้นประคองตัวได้สำเร็จ หลังหุ้นถูกทิ้งหนักจนลงมากองอยู่ที่ 134  บาท ลบไป 11 บาท หรือลงไป 7.60% ด้วยมูลค่า 4.47 พันล้านบาทแล้วนะซี

*ส่วนในรายของหุ้นร้อนจอมสร้างเรื่องปวดหัวอย่าง GPSC โดนเทขายอย่างหนักหน่วงเป็นเวลานานนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่สมควรโดนจัดหนักมาตั้งนานแล้ว เพราะในไส้ในของการทำดีลเทกโอเวอร์ GLOW คุณพี่ดันเปิดออปชันให้อย่างเต็มที่ (สายเปย์มาเอง) จนคนในวงการเริ่มขุดคุ้ยเรื่องราวออกมาตีแผ่มากขึ้นเรื่อย ๆ เดี๊ยนถึงไม่แปลกใจที่หุ้นไหลลงมายืนที่ 54 บาท ลบไป 4 บาท หรือลงไป 6.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 703 ล้านบาทนะจะบอกให้

*ไหน ๆ เม้าท์ถึงหุ้นที่มีสภาพร่างกายไม่ฟิตขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้นดาวดับอย่างเช่น JMART เพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์สอนใจเหล่านักเล่นให้พึงสำเหนียกสักนิดหนึ่งว่า เมื่อหุ้นไม่มีสตอรี่เด่นโดนใจ แถมมีแนวโน้มขาดทุนบานเบอะ เลยไม่มีใครกอดหุ้นไว้ในพอร์ต หุ้นถึงไหลลงมาปิดที่ 4.94 บาท ลบไป 0.81 บาท หรือลงไป 14% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 253 ล้านบาท พร้อมกับทำ new low ในรอบ 6 ปี 5 เดือนแบบง่าย ๆ..แสดงว่า ไม่มีใครเอานะจ๊ะ

*คล้ายกับกรณีของ BA ทิ้งตัวลงมาปิดจุดต่ำสุดของวันที่ราคา 11.40 บาท ลบไป 0.80 บาท หรือลงไป 6.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 85 ล้านบาท พร้อมกับทำ double bottom ที่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการทำ new low นับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น (ไอพีโอ 25 บาท) ที่บริเวณดังกล่าวอีกกระทอกหนึ่ง “โมนิก้า” ถึงสงสัยเหลือเกินว่า วันนี้หุ้นจะรอดสันดอนไหมเอ่ย ! แถมไม่มีตัวแปรไหนที่ทำให้เชื่อว่า ทุกอย่างจะดีขึ้นแบบนี้..ถอยดีกว่าค่ะ

*เม้าท์ถึงหุ้นที่จะพากันไปตายขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอส่องกล้องมองไปยังหุ้น OCEAN ก่อนใครเพื่อนในทันที เพราะกลุ่มคนที่เข้ามาช่วยปั่นราคาในเที่ยวนี้..แสบทุกตัว ! แถมเป็นกลุ่มคนที่ ตลท. กับ ก.ล.ต. เคยมีการหมายหัวไว้เสียด้วย เดี๊ยนถึงไม่แปลกใจที่วานนี้ดันหุ้นขึ้นไปถึง 5.10 บาท ต่อจากนั้นทำการทุบหุ้นลงมากองอยู่ที่ 3.50 บาท ก่อนจะปิดเกมด้วยการทำให้หุ้นขึ้นมาปิดที่ 4.66 บาท ลบไป 0.04 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 270 ล้านบาท เดี๊ยนฟันธงได้ทันทีว่า เดี๋ยวโดนสอยยกก๊วนแน่ ๆ เจ้าค่ะ

*ส่วนหุ้นน้องใหม่อย่างพี่เสือ TIGER โชว์ฟอร์มแกร่งสมราคา (ไอพีโอ 3.65 บาท) ด้วยการยืนปิดที่ 3.68 บาท บวกไป 0.03 บาท หรือขึ้นไป 0.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 380 ล้านบาท แถมเป็นการบวกสวนภาวะตลาดหุ้นที่แดงแป๊ด..ดด ย่อมเป็นประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” เกิดอาการกระสันอยากติดตามดูหุ้นตัวนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง หลังพรายกระซิบเม้าท์ให้ฟังว่า นี่คือหุ้นเติบโตสูง ควบคู่ปันผลงาม เลยต้องตามไปดูสักหน่อยว่า จริงเหมือนที่โม้กันไว้หรือเปล่า ?..อิอิอิ

Back to top button