ขึ้นไม่มีวอลุ่ม

*เมื่อเหลือบดูอาการของผู้เล่นก๊วนต่าง ๆ ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นความมั่นใจในการลงทุน ก็กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ผู้เล่นที่เคยเคาะขวารัว ๆ เริ่มหันมาชะลอการลงทุนเพื่อรอให้สถานการณ์หลายอย่างเข้าที่เสียก่อน “โมนิก้า” ถึงกล้าฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแตกเป็นเสี่ยง ๆ ว่า วอลุ่มไม่หนุนแบบสุดซอย..ตลาดหุ้นไปได้ไม่ไกลหรอกนะจะบอกให้


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*เมื่อเหลือบดูอาการของผู้เล่นก๊วนต่าง ๆ ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นความมั่นใจในการลงทุน ก็กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ผู้เล่นที่เคยเคาะขวารัว ๆ เริ่มหันมาชะลอการลงทุนเพื่อรอให้สถานการณ์หลายอย่างเข้าที่เสียก่อน “โมนิก้า” ถึงกล้าฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแตกเป็นเสี่ยง ๆ ว่า วอลุ่มไม่หนุนแบบสุดซอย..ตลาดหุ้นไปได้ไม่ไกลหรอกนะจะบอกให้

*ตรงนี้เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องออกมาพูดย้ำถึงการเคลื่อนตัวของดัชนีบ่อย ๆ เพื่อทำให้ทุกคนอ่านเกมหุ้นต่อจากนี้จะเป็นไปในทิศทางไหนได้แม่นยำขึ้นกว่าเดิม เพราะการเด้งกลับจากบริเวณแนวรับ 1,600 จุดในเที่ยวนี้ไม่มีอะไรมาซัพพอร์ต ส่งผลให้ดัชนีออกอาการเคว้งคว้างต่อไปอย่างไม่มีกำหนด และบรรยากาศการซื้อขายคงจะซบเซาต่อไปด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ

*อีกทั้งช่วงนี้เป็นจังหวะของการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 จึงเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนเลือกเล่นหุ้นเป็นรายตัวมากขึ้น ภาพของหุ้นบนกระดาน most active ถึงมีทั้งสีเขียวเข้ม สีเขียวอ่อน สีแดงเข้ม สีแดงอ่อน หรือแม้กระทั่งปิดเหลืองประปรายก็มีให้เห็นเช่นกัน “โมนิก้า” ถึงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อน ก็ในเมื่อไม่มีอะไรแจ่มเข้าตาสุด ๆ ขืนเล่นแบบไม่มีจุดหมาย ก็เหนื่อยเปล่า ๆ นะจ๊ะ

*ฉะนั้นการที่ดัชนีทรุดตัวจากระดับสูงสุดของวันที่ 1,645.31 จุด จนสุดท้ายลงมาปิดที่ระดับ 1,638.51 จุด บวกแค่ 1.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.69 หมื่นล้านบาท แถมเป็นบรรยากาศที่หงอยเหงาในรอบ 2 เดือน มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีเอาเสียเลย เพราะมันสื่อให้เห็นว่า ตลาดหุ้นกำลังรอคอยปัจจัยบวกบางอย่าง เพื่อทำให้นักเล่นรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอีกรอบไงล่ะค่ะ

*ส่วนรายที่หมดอารมณ์คึกคักสิ้นเชิงอย่าง KBANK ถือเป็นสถานการณ์ที่หนักหน่วงสำหรับคนที่ถือหุ้นตัวนี้ไว้ในพอร์ต เพราะหุ้นยังอยู่ในทิศทางขาลงอย่างชัดเจน แถมจุดเด้งกลับเที่ยวนี้อยู่บริเวณ 190 บาท ขณะที่วานนี้หุ้นยืนปิดที่ 196.50 บาท ลบไป 3 บาท หรือลงไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.19 พันล้านบาท น่าจะเป็นช็อตวัดใจผู้กล้าที่น่าติดตามดูจริง ๆ นะคะ

*เหมือนกับหุ้นโรงหมอรายใหม่ล่าสุดอย่าง PR9 พยายามเทกตัวขึ้นยืนเหนือ IPO 11.60 บาทแบบสุดฤทธิ์ตลอดทั้งวัน สุดท้ายก็ทำได้แค่ปิดเสมอตัวแบบหืดขึ้นคอ ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นถึง 1.48 พันล้านบาท “โมนิก้า” กลับมองเป็นจังหวะที่นักเล่นต้องคิดให้ออกอีกครั้งว่า “ลุย” หรือ “นิ่ง”  เพราะหุ้นโรงหมอที่เข้าก่อนหน้านี้หลายรายไม่ปังเหมือนที่คิด..อิอิอิ

*เช่นเดียวกับหุ้นโอสถพิษ OSP ถูกมือที่มองไม่เห็นรับน้องหนักตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขาย จนราคาหุ้นไหลลงแบบไม่มีดิสก์เบรก ก่อนจะเกิดปรากฏการณ์กระชากขึ้นแรงให้เห็นเป็นบางวัน “โมนิก้า” ถึงอยากถามบรรดานักเล่นว่า การวิ่งขึ้นมาปิดที่ 24.60 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 2.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.48 พันล้านบาท เป็นการกลับตัวอย่างบูรณาการหรือยัง ? ลองถามใจเธอดูนะคะ

*ผิดกับในรายของหุ้นยอดยาหยี EA กลายเป็นหุ้นที่มีสตอรี่ใหม่ ให้ชื่นใจตลอดเวลา “โมนิก้า” ถึงไม่วอร์รี่กับการแกว่งตัวไปมาในกรอบ 40-50 บาทตลอดระยะเวลาเกือบ 2 เดือน ก็ในเมื่อเห็นกันทนโท่ว่า กำไรต่อหุ้นปีนี้มีโอกาสแตะระดับ 1.40 บาท เมื่อคิดบนพีอี 40 เท่า ราคาเป้าต่ำ ของปีนี้ควรจะอยู่แถว 56 บาท ส่งผลให้คนที่ชอบเล่นรอบย้อนเข้ามาเล่นหุ้นตัวนี้เป็นประจำ วานนี้ถึงเห็นหุ้นขึ้นมาปิดที่ 48.75 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 4.85% ด้วยมูลค่า 1.35 พันล้านบาทแบบชิว ๆ นะจะบอกให้

*อีกหนึ่งรายที่ขึ้นแบบชิว “โมนิก้า” คงต้องสอดสายตาไปยังหุ้น BGC เพราะมีแรงซื้อเข้ามาเป็นระยะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา บวกกับวันก่อนเริ่มมีการไล่ราคาหุ้นให้เห็นกันแล้ว จึงน่าจะมีทีเด็ดอะไรบางอย่างออกมาโชว์ในไม่ช้า วานนี้ถึงดันหุ้นขึ้นมาปิดราคาสูงสุดของวันที่ระดับ 13.30 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 5.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.02 พันล้านบาท แถมยังเป็นการทำ new high พร้อมกันในทีเดียวแบบนี้ น่าตามไปเคาะสั้น ๆ เหลือเกินจ้า !

*เหมือนกับในรายของ DOD มีแรงช้อนซื้อเข้ามารับหุ้นตลอดเวลา เหมือนต้องการสร้างฐานที่มั่นคงตรงบริเวณ 14 บาท เพราะมองแป๊บเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่า หุ้นตัวนี้มาด้วยสตอรี่ growth แบบจัดหนักจัดเต็ม จึงมีพวกนกรู้ทยอยเก็บหุ้นเมื่ออ่อนตัวเป็นประจำ “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับลองพิจารณาการปิดเสมอตัวที่บริเวณ 14 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 80 ล้านบาท มันมีความเป็นไปได้ขนาดไหน ?..ลองเอาไปคิดเป็นการบ้านนะคะ

Back to top button