พักเพื่อไปต่อ ?

* ทันทีที่ดัชนีทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงจนปรอทแทบแตก มักทำให้ผู้เล่นหวังไกลไปถึงขั้นต้องใส่หมดหน้าตัก แต่ความจริงที่ปรากฏกลายเป็นว่า ดัชนีแสดงอาการอ่อนแรงแบบไม่ทันตั้งตัว และต้องการพักฐานเพื่อสะสมแรงซื้อรอบใหม่ ก่อนทะยานขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,700 จุดอีกครั้ง มันเป็นแพตเทิร์นที่แมงเม่าเห็นกันมาแล้วหลายรอบ จึงไม่มีอะไรต้องตื่นตกใจอีกต่อไปนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ทันทีที่ดัชนีทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงจนปรอทแทบแตก มักทำให้ผู้เล่นหวังไกลไปถึงขั้นต้องใส่หมดหน้าตัก แต่ความจริงที่ปรากฏกลายเป็นว่า ดัชนีแสดงอาการอ่อนแรงแบบไม่ทันตั้งตัว และต้องการพักฐานเพื่อสะสมแรงซื้อรอบใหม่ ก่อนทะยานขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,700 จุดอีกครั้ง มันเป็นแพตเทิร์นที่แมงเม่าเห็นกันมาแล้วหลายรอบ จึงไม่มีอะไรต้องตื่นตกใจอีกต่อไปนะคะ

* ประเด็นที่น่าสนใจในเที่ยวนี้เลยกลายเป็นการประคองตัวยืนเหนือระดับ 1,650 จุดได้นานแค่ไหน ? เพราะตรงจุดนี้เป็นช็อตที่ทำให้รู้ว่า นักเล่นยังไม่ทิ้งตลาดหุ้น! ขณะเดียวกันยังเป็นการรักษาแพตเทิร์นของดัชนีไม่ให้เสียทรง “โมนิก้า” ถึงจั่วหัวข่าวให้นักเล่นกลับไปคิดเป็นการบ้านอีกรอบ เพื่อจะได้ทำความคุ้นเคยกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไงละคะ

* ฉะนั้นอย่าได้กังวลเมื่อเห็นดัชนีทรุดตัวลงมายืนอยู่ที่ระดับ 1,672.32 จุด ลบไป 0.29 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.66 หมื่นล้านบาท เพราะเป็นเพียงการ take profit ธรรมดาที่เห็นกันมาแล้วหลายรอบ แถมหุ้นบลูชิพถูก “จัดหนัก จัดเบา” ไม่เท่ากัน “โมนิก้า” เลยเข้าใจแก่นแท้ของการเล่นหุ้นเที่ยวนี้ยังวนลูปแบบเดิม และตัวแปรจากภายนอกยังคงมีอิทธิพลต่อการลงทุนของนักลงทุนสถาบันพะยะค่ะ

* สถานการณ์ตรงนี้ทำให้เดี๊ยนสนใจหุ้นหน้าเก่าอย่าง BEM ขึ้นมาในทันที เพราะจู่ ๆ มีแรงซื้อจำนวนมากเข้ามาไล่เก็บหุ้น จนราคาทะยานขึ้นมาปิดที่ 9.15 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 2.23% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.26 พันล้านบาท ย่อมเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หุ้นมีโอกาสขึ้นไปแตะระดับ 10 บาทอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเมื่อมองดูจากแนวโน้มการทำกำไรที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นช็อตที่น่าตามไปดูนะจะบอกให้

* เช่นเดียวกับในรายของ CKP เริ่มมีแรงซื้อรอบใหม่เข้ามาเป็นระยะ จนหุ้นอยากขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 5.50 บาทเป็นครั้งที่ 3 ย่อมทำให้ “โมนิก้า” สนใจเคสนี้มากกว่าเคสอื่น ๆ เพราะหุ้นมีกิมมิกที่น่าสนใจหลายอย่าง ผนวกกับปีหน้าจะเห็นทุกอย่างเป็นรูปธรรมกว่าเดิม เดี๊ยนถึงมองเป็นช็อตที่กองทุนจะเล่นกันอีกนานเลยทีเดียว งานนี้ซื้อเพื่อลุ้นเสียวเล่น ๆ ได้เลยหากใจรักนะคะ

* เหมือนกับในรายของ RS ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 16.30 บาท บวกไป 0.80 บาท หรือขึ้นไป 5.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 337.32 ล้านบาท น่าจะเป็นอีกช็อตที่เหล่านักเล่นต้องเกาะติดให้ดีเช่นกัน เพราะการวิ่งขึ้นอย่างร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 1 เดือน มันสื่อให้เห็นว่า นักเล่นกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง บวกกับมีข่าวเยียวยาทีวีดิจิทัลเกิดขึ้นให้เห็นเป็นรูปธรรม เดี๊ยนถึงเชื่อว่า หุ้นมีโอกาสไปถึง 17 บาท หลังสัญญาณเทคนิคผงกหัวขึ้นหมดทุกเส้นเจ้าค่ะ

* เรื่องดังกล่าวอาจเป็นกรณียกเว้นสำหรับหุ้น BEAUTY เพราะการขึ้นเที่ยวนี้อาจมีอะไรมากกว่าที่เห็นกันอยู่ หรืออาจไม่มีอะไรเลยก็ได้ทั้งนั้น เพราะรูปแบบการเล่นไม่มีอะไรตายตัวเหมือนเมื่อก่อน แถมไซเคิลของหุ้นออกไปในแนวขึ้นแล้วลง จึงเป็นจังหวะที่นักเล่นต้องชั่งใจให้มากเป็นพิเศษ หลังหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 9.10 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 1.68% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.15 พันล้านบาท มันเหมาะสำหรับคนกล้าจริง ๆ นะคะ

* คล้ายกับกรณีของ QH ยังทรงตัวที่ระดับ 3.02 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 88.76 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่นักเล่นต้องทำตัวไวมากเป็นพิเศษ เพราะหุ้นขึ้นมาแบบก้ำกึ่งแบบ “ไปต่อ” กับ “ไม่ไป” แต่ถ้ามองในมุมของการซื้อเพื่อลุ้นปันผลแบบงาม ๆ เดี๊ยนขอยกมือเชียร์ให้ลุยสุดตัวไปเลย เพราะมองดูจากอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ระดับ 5% ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลยจ้า!

* เช่นเดียวกับในรายของโรงเรียนของหนู SISB กำลังเผชิญมรสุมข่าวลบถาโถมไม่ยั้งในขณะนี้ มันเป็นผลเอฟเฟ็กต์จากเรื่องไม่เป็นเรื่อง ราคาหุ้นถึงขยับขึ้นไม่ได้สักที แต่ทันทีที่ปลดล็อกปัญหาต่าง ๆ ออกไปได้เมื่อไหร่ “โมนิก้า” กล้ารับรองว่า ราคาหุ้นวิ่งฉิวอย่างแน่นอน ตอนนี้ถึงแนะนำได้แค่ว่า ราคาปิดที่ 4.44 บาท บวกไป 0.02 บาท หรือขึ้นไป 0.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 78.18 ล้านบาท ถูกเหลือเกินเจ้าค่ะ

* ประเด็นนี้ทำให้ “โมนิก้า” หันไปมองที่หุ้น TIGER เพื่อบอกเล่าการเติบโตของหุ้นค่อนข้างแจ่มชัด และการที่บริษัทตุนงานไว้ในมือเป็นจำนวนมาก ย่อมหมายถึงโอกาสในการทำกำไรสูงขึ้นตามไปด้วย เดี๊ยนถึงมองการอ่อนตัวลงมาปิดที่ 3.94 บาท ลบไป 0.06 บาท หรือลงไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 56.69 ล้านบาท ยังเป็นช็อตที่น่าเข้าไปเก็บแบบไม่มีข้อแม้ เพราะของเขาดีจริง ๆ..อิอิอิ