ตั้งต้นใหม่

* เมื่อสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน “โมนิก้า” มักตั้งต้นการลงทุนรอบใหม่ด้วยการมองไปที่แนวรับสำคัญบริเวณ 1,600 จุดเป็นประจำ เพราะเป็นจุดที่มีความเสี่ยงในการลงทุนน้อยมาก และยังเปิดโอกาสให้นักเล่นได้เก็บของดีราคาถูกได้ไม่อั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่ผู้รู้ส่วนใหญ่ส่งเสียงเชียร์ให้เข้ารับหุ้นกันดังระงมไปทั่วทุกห้องค้านะจะบอกให้


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* เมื่อสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน “โมนิก้า” มักตั้งต้นการลงทุนรอบใหม่ด้วยการมองไปที่แนวรับสำคัญบริเวณ 1,600 จุดเป็นประจำ เพราะเป็นจุดที่มีความเสี่ยงในการลงทุนน้อยมาก และยังเปิดโอกาสให้นักเล่นได้เก็บของดีราคาถูกได้ไม่อั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่ผู้รู้ส่วนใหญ่ส่งเสียงเชียร์ให้เข้ารับหุ้นกันดังระงมไปทั่วทุกห้องค้านะจะบอกให้

* สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ดัชนีเด้งกลับจากจุดต่ำสุดของวันบริเวณ 1,602.42 จุด ขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,609.45 จุด ลบไป 5.54 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.49 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องเข้าใจในสถานการณ์ ณ ตอนนั้นมากสุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้มองเห็นความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะขยับขึ้นอย่างแข็งแกร่งในรอบถัดไป เพราะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า รูปแบบการเล่นเที่ยวนี้เป็นแบบ W-Shape ไงละคะ

* วันนี้ถึงต้องเฟ้นหาหุ้นที่ไหลลงมาใกล้บริเวณจุดเด้งกลับเป็นทางเลือกแรก และให้เลิกคาดหวังพวกกองทุนจะเข้ามาไล่ราคาหุ้นแบบยาว ๆ เพราะสิ่งที่ปรากฏให้เห็นตรงเบื้องหน้ามีแต่ “ขายลูกเดียว” เมื่อหุ้นทะยานขึ้นแรง รวมทั้งยอมรับความจริงที่ว่า ตลาดหุ้นไทยยังไม่มีจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้เป็นขาขึ้นอย่างบูรณาการ จึงต้องหัดทำตัวเป็นนักเล่นประเภท “เล็กสั้น ขยันซอย” ไปก่อนไงละคะ

* เรื่องนี้ดูบทเรียนได้จากเจ้าพ่อค่ายมือถือ ADVANC ถูกกระหน่ำย่ำยี่เป็นเวลานาน จนราคาหุ้นหลุดแนวรับสำคัญครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายกลับขึ้นมายืนปิดที่ 170 บาท บวกไป 3.50 บาท หรือขึ้นไป 2.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.78 พันล้านบาท แถมเป็นการขึ้นสวนภาวะตลาดหุ้นที่แดงโร่ “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นช็อตของการ follow buy มากกว่าการยืนดูเฉย ๆ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ผู้เล่นรู้สึกลุ้นระทึกไงละคะ

* เช่นเดียวกับในรายของ KTB เด้งกลับทุกครั้งที่ราคาหุ้นลงมาแตะเส้น 75 วัน เลยทำให้หุ้นตัวนี้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจขึ้นมาในทันที ยิ่งเห็นหุ้นทรุดตัวลงมาถึงระดับ 19.90 บาท ต่อจากนั้นเด้งเบา ๆ ด้วยการขึ้นมาปิดเสมอตัวที่ระดับ 20.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 718 ล้านบาท ยิ่งทำให้เดี๊ยนมีความมั่นใจในเส้นแนวรับดังกล่าวมากขึ้นไปอีก จึงเหมาะต่อการเคาะสั้น ๆ เช่นกันเจ้าค่ะ

* เม้าท์ถึงหุ้นที่ลงมาใกล้ฐานเก่าขึ้นมาทั้งที ย่อมปรากฏชื่อพี่เบิ้ม PTT ขึ้นมาด้วยอย่างแน่นอน เพราะรอบก่อนก็ลงมาแถว 46 บาท ต่อจากนั้นเด้งกลับขึ้นไปหายอดเดิมบริเวณราคา 52 บาท “โมนิก้า” ถึงมองราคาปิด 47.75 บาท บวกไป 0.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.45 พันล้านบาท คงเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับสายเทคนิคแบบสุดซอย เพราะมันไม่สามารถแปรความเป็นอย่างอื่นไปได้น่ะซี

* ทางด้านในรายของ BGRIM แม้จะมีจังหวะหลุดเส้นแนวรับ 200 วันไปบ้าง แต่ก็วิ่งกลับขึ้นมาเกาะบริเวณดังกล่าวได้เป็นประจำ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นจดบันทึกหุ้นตัวนี้ไว้ในเรคคอร์ดเล่มแดงทันที เพราะมองเห็นสเต็ปที่หุ้นจะไปค่อนข้างชัดเจน อีกทั้งสถานการณ์ล่าสุดพบว่า หุ้นยืนปิดที่ 26.75 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 2.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 208 ล้านบาท แสดงว่า เริ่มเล่นหุ้นรอบใหม่กันแล้วนะคะ

* ส่วนรายที่ “ทรงไม่สวย สเต็ปไม่เป๊ะ” อย่างเช่นหุ้น QH กลายเป็นช็อตที่ “โมนิก้า” ได้แต่นั่งภาวนาให้แรงเทขายสะเด็ดน้ำเสียที เพราะเมื่อมองจากสถานการณ์รอบด้านที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ มันไม่มีตัวแปรไหนที่ทำให้เชื่อว่า หุ้นตัวนี้จะคัมแบ็กได้อย่างโดดเด่น เดี๊ยนถึงมองกรณีดีสุดของเคสนี้คือ “เด้งสั้น ๆ” หลังหุ้นลงมาปิดโลว์เดิมที่ระดับ 2.84 บาท ลบไป 0.06 บาท หรือลงไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 217 ล้านบาทน่ะซี

* สำหรับรายที่ปิดฉากอย่างเป็นทางการ “โมนิก้า” มองไปที่ดาวดับอย่างเช่นหุ้น SPRC เพราะความพ่ายแพ้ของ “เชฟรอน” อย่างราบคาบในเวทีการประมูลแหล่ง บงกช-เอราวัณ ทำให้ผู้คนมากมายคิดไปถึงขั้นเลวร้ายสุดขีด และพากันเทขายหุ้นออกมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายหุ้นลงมายืนอยู่ที่ระดับ 10.90 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 240 ล้านบาท มันหมายความว่า ขาลงยังไม่สิ้นสุดพะยะค่ะ

* หนักหนาสาหัสไม่แพ้กับเจ้าอื่นที่โดนซัดหนัก ๆ แต่ยังดีที่ยังเกาะแนวรับอย่างเหนียวแน่น “โมนิก้า” คงพุ่งเป้าไปยัง MEGA เพื่อทำให้เห็นว่า ใช่ว่าจะดีเสมอไป! เพราะโครงสร้างใหญ่ยังอยู่ในรูปแบบ sideway down ซึ่งเห็นได้จากราคาหุ้นเคยยืนถึงระดับ 45 บาท มาวันนี้ลงมายืนอยู่ที่ 31 บาท ลบไป 0.75 บาท หรือลงไป 2.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 40 ล้านบาท และกำลังจะทำ double bottom ให้เห็นตำตาแบบนี้..ซื้อเล่นสั้นอย่างเดียวนะจ๊ะ

* ส่วนรายที่แปลกประหลาดสุดคงหนีไม่พ้น ECF โดนเทขายหนักทั้งที่ดีลควบรวมยังเป็นไปตามแผน แถมหัวเรือใหญ่อย่าง “อารักษ์” ออกมายืนกรานอย่างหนักแน่นว่า ปีหน้าจะเห็นการเติบโตของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับพิจารณากันเอาเองว่า การทิ้งตัวลงมาปิดที่ 3.82 บาท ลบไป 1.63 บาท หรือลงไป 30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 234 ล้านบาทเหมาะต่อการช้อนเก็บไหม ?

 

Back to top button