จัดธีมเล่นหุ้นพลังงานตัวท็อป พร้อม COD รฟฟ.ยาวถึงปี 68

จัดธีมเล่นหุ้นพลังงานตัวท็อป พร้อม COD รฟฟ.ยาวถึงปี 68

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นพลังงานทางเลือก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ผลการดำเนินงานมีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าที่ทยอยรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไปซึ่งจะหนุนให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยบริษัทหลักทรัพย์เออีซี ระบุในบทวิเคราะห์ โดยมองว่ากลุ่มโรงไฟฟ้ามีลักษณะธุรกิจที่มีความสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ และได้คัดเลือกหุ้นโรงไฟฟ้าที่ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่องได้อีก 4-5 ปีข้างหน้า ได้แก่

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ปี 62 มีแผน COD โรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 682MW ทำให้มีกำลังผลิตรวม 2.77 GW ณ สิ้นปี 62 และมีเป้าหมายระยะยาวในปี 65 ที่ 3.13GW

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ปี 62 มีแผนCOD โรงไฟฟ้าเพิ่มอีก312MW ทำให้มีกำลังผลิตรวม2.48GW ณ สิ้นปี 62 และมีเป้าหมายระยะยาวในปี 68 ที่ 4.3GW

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ปี 62 มีแผน COD โรงไฟฟ้าโซลาร์อีก 105MW ทำให้มีกำลังผลิตรวม 401MW ณ สิ้นปี 62 และมีเป้าหมายระยะยาวในปี 65 ที่ 543MW

บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ปี 62 รับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้าโซลาร์และโซลาร์รูฟท็อปในมือ 87MW และยังมีโรงไฟฟ้าในมืออีก 141MW ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างซึ่งจะทยอย COD ในปี 63 เป็นต้นไป

 

ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” BGRIM ราคาเป้าหมาย 39 บาท/หุ้น โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 4/2561 อยู่ที่ 388 ล้านบาท ลดลง 8% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาล เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นราว 252MW (เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อน) ซึ่งชดเชย GPM ที่ลดลงราว 320bps จากปีก่อน จากค่า Ft ที่ถูกตรึงสวนทางกับต้นทุนค่าก๊าซที่เพิ่มขึ้น และทำให้ผลประกอบการทั้งปี 2018 คาดยังอยู่ในกรอบประมาณการของเรากำไรปกติที่ 1.9 พันล้านบาท

ทั้งนี้ยังคงประมาณการปี 2562 กำไรปกติที่ 3.2 พันล้านบาท เติบโตโดดเด่น 70% จากปีก่อนหนุนโดยกำลังผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีกราว 466MW (เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อน) และรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการที่ COD ในปี 2561 ทั้งนี้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 39.00 บาท

 

ด้าน นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) กล่าวว่า บริษัทคาดกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 62 จะเติบโตดีกว่าปีนี้ จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มอีก 312 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้า SLG 1 ขนาดกำลังการผลิต 198 เมกะวัตต์, โครงการ Luannan 3 ขนาดกำลังการผลิต 52 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิต 62 เมกะวัตต์ ซึ่งจะส่งผลทำให้บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มมาอยู่ที่ 2.46 พันเมกะวัตต์

ส่วนแผนการปิดซ่องบำรุงในปี 62 บริษัทจะปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าหงสา ประเทศลาว หน่วยที่1 เป็นระยะเวลา 17 วันในไตรมาส 1/62 ส่วนหน่วยที่ 2 และ 3 จะทำการปิดซ่อมบำรุงในช่วงไตรมาส 4/62 อีกทั้งจะปิดซ่อมบำรุงในโรงไฟฟ้า BLCP ทั้ง 2 หน่วย เป็นระยะเวลา 17 วัน ภายในช่วงไตรมาส 4/62

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/61 บริษัทคาดว่าจะออกมาดีกว่าไตรมาส 3/61 โดยจะสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้า Nari Aizu ขนาดกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ ในวันที่ 1 ธ.ค.61 คิดเป็นกำลังการผลิตติดตามสัดส่วนการถือหุ้น 15 เมกะวัตต์ จากที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 75% ซึ่งจะส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่จำหน่ายเข้าสู่ระบบ (COD) รวมทั้งสิ้น 2.14 พันเมกะวัตต์

-ขณะเดียวกัน บล.เคทีซีมิโก้ แนะนำ “ซื้อ” GUNKUL ราคาเป้าหมาย 4.54 บาท/หุ้น โดยปรับกำไรปี 2561 เพิ่มขึ้นมาก โดยมีปัจจัยเชิงบวกปี 62 มองแนวโน้มธุรกิจโซล่าร์รูฟดีขึ้นราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ค่อนข้างถูก