สู้ไม่ไหว!

*บทสรุปในเบื้องต้นของตลาดหุ้นไทยเที่ยวนี้ทำให้รู้ว่า แรงซื้อไม่พอที่จะดันให้ดัชนีขึ้นไปยืนเหนือ 1,600 จุดเหมือนที่คาดไว้ ทำให้สถานการณ์หลายอย่างพลิกผันไปจากเดิมค่อนข้างเยอะ ผนวกกับบริเวณแนวต้านดังกล่าวกลายเป็นจุด take profit สำคัญของการเล่นหุ้นในหลายรอบที่ผ่านมา “โมนิก้า” ถึงรู้สึกเฉย ๆ กับอาการผิดหวังของแมงเม่าที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้นะจะบอกให้

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*บทสรุปในเบื้องต้นของตลาดหุ้นไทยเที่ยวนี้ทำให้รู้ว่า แรงซื้อไม่พอที่จะดันให้ดัชนีขึ้นไปยืนเหนือ 1,600 จุดเหมือนที่คาดไว้ ทำให้สถานการณ์หลายอย่างพลิกผันไปจากเดิมค่อนข้างเยอะ ผนวกกับบริเวณแนวต้านดังกล่าวกลายเป็นจุด take profit สำคัญของการเล่นหุ้นในหลายรอบที่ผ่านมา “โมนิก้า” ถึงรู้สึกเฉย ๆ กับอาการผิดหวังของแมงเม่าที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้นะจะบอกให้

*ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า อิทธิพลของตลาดหุ้นต่างประเทศยังเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นไทย จึงกลายเป็นแรงกดดันการเคลื่อนตัวของดัชนีไปโดยปริยาย แถมเมื่อมองภาพเศรษฐกิจโลกไปข้างหน้าอีก 3-6 เดือน “โมนิก้า” กล้าพูดได้ทันทีว่า เต็มไปด้วยความขมุกขมัวอย่างเห็นได้ชัด และยังมองไม่เห็นหนทางที่ทำให้ทั่วโลกอยู่ในอาการแฮปปี้กันอย่างถ้วนหน้าเจ้าค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ดัชนีที่เคยแสดงท่าที “ไปด้วยกัน ไปได้ไกล” ออกอาการยางแตกระหว่างทางขาขึ้นเป็นประจำ “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับมองการพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 1,599.10 จุด ต่อจากนั้นม้วนตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,579.20 จุด แต่สุดท้ายประคองตัวยืนปิดที่ระดับ 1,587.63 จุด ลบไป 2.87 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.35 หมื่นล้านบาท มันเป็นมันนี่เกมของแท้นะเนี่ย

*เนื่องจากช็อตนี้เป็นจังหวะที่ แมงเม่า ฝรั่งตาน้ำข้าว และปอบผีฟ้า ช่วยกันซื้อมากถึง 2 พันล้านบาท ขณะที่กองทุนลุยเดี่ยวสาดหุ้นออกมาเป็นระยะตลอดทั้งวัน “โมนิก้า” ถึงมองเป็นเกมที่ไม่ง่ายอีกต่อไปอย่างแน่นอน เพราะเห็นได้ชัดว่า ทุกคนเล่นเกมแบบตั้งรับ ไม่บุกลุยเหมือนเมื่อก่อน ส่งผลให้การขึ้นไปสร้างฐานแนวรับใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิมกลายเป็นเรื่องยากในทันทีไงล่ะจ๊ะ

*เหมือนกับในรายของ KBANK ทำไปทำมาดันกลายเป็นหุ้นที่มีทิศทางขาลงมากกว่ารายอื่น แถมยังมีข่าวร้ายเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อให้ยักษ์ใหญ่สื่อสารโทรคมนาคมที่โดนค่าปรับจำนวนมหาศาล ราคาหุ้นถึงทิ้งตัวลงมาปิดที่ 180 บาท ลบไป 6 บาท หรือลงไป 3.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.99 พันล้านบาท เท่ากับเป็นแรงกดดันที่ทำให้ราคาหุ้นมุดหัวลงไปอีกนานเลยทีเดียวนะคะ

*ส่วนรายที่เขาเม้าท์กันให้แซดว่า เป็นต้นเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นอย่าง DTAC ก็มีชะตากรรมที่หนักหนาสาหัสกว่าใครเพื่อน แรงเทขายพรั่งพรูออกมาเป็นจำนวนมาก จนฉุดราคาหุ้นลงมากองอยู่ที่ 42 บาท ลบไป 4.25บาท หรือลงไป 9.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.26 พันล้านบาท มันเป็นช็อตที่ต้องเผ่นป่าราบเพียงอย่างเดียว เพราะมรสุมพัดเข้ามาถล่มไม่เลิกสักทีไงล่ะคะ

*เหมือนกับสถานการณ์ของน้องสวย BEAUTY เคยเริ่มแสดงอาการยืนหยัดต้านแรงเทขายให้เห็นเป็นระยะ แต่สุดท้ายไม่เหมือนกับสิ่งที่คาดหวังสักเท่าไหร่ ? “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นลองนั่งคิดทบทวนเรื่องดังกล่าวอีกสักครั้งว่า  การทิ้งตัวลงมาปิดที่ระดับ 6.60 บาท ลบไป 0.35 บาท หรือลงไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 978 ล้านบาท ซึ่งจะมีแพตเทิร์นเป็นแบบ double low มันน่าสนใจหรือเปล่า ?

*เช่นเดียวกับในรายของ COM7 ไป ๆ มา ๆ ก็ถูกเทขายไม่เลิกสักที เลยทำให้ทิศทางของหุ้นเสียศูนย์หนักกว่าเดิม มันกลายเป็นเรื่องที่ทำให้นักเล่นรู้สึกเข็ดขยาดมากขึ้นไปอีก “โมนิก้า” ถึงมองเป็นช็อตที่ต้องถอยฉากแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เพราะแค่เหลือบมองการลงมาปิดที่ 12.70 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 7.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 245 ล้านบาท พร้อมกับทำโลว์ใหม่เป็นที่เรียบร้อย..เดี๋ยวก็มีโลว์ใหม่ตามอีกเชื่อเถอะ !

*ประเด็นดังกล่าวทำให้แมงลือหันมามองหุ้น TKN กันอย่างพร้อมเพรียง พร้อมกับเรียกหาคทาชายที่ชื่อ “เฮียไล้” กันให้ขวักไขว่ หลังเห็นหุ้นลงมาทำโลว์ใหม่ด้วยการยืนปิดที่ 7.60 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 6.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 108 ล้านบาท มันทำให้ทุกคนรู้สึกแหยงกับการเล่นหุ้นตัวนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับกล่าวคำว่า ซาโยนาระกันเป็นแถวนะจะบอกให้

*คล้ายกับกรณีของ PIMO ดันตัวเองจากจุดต่ำสุดของวันที่ 2.34 บาท จนสุดท้ายขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.92 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 90 ล้านบาท “โมนิก้า” กลับมองเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากกว่าดีใจเป็นหลายร้อยเท่า แถมวันนี้หุ้นยังเทรดกันบนค่า P/E 147 เท่า จึงไม่มีจุดไหนที่มองแล้วสบายใจสักอย่าง แถมคู่ค้าที่จะสร้างแวลูในอนาคตดันเกิดอาการล่มปากอ่าวเสียก่อนแบบนี้..มองจากมุมไหนหุ้นตัวนี้ก็ไม่เวิร์กหรอกคะ