เด้งแล้วเดี้ยง ?

*จริง ๆ “โมนิก้า” เป็นคนชอบมองการลงทุนในตลาดหุ้น “ด้านบวก” มากกว่า “ด้านลบ” และยังชอบมองการเคลื่อนตัวของดัชนีเมื่อผ่านแนวต้านแต่ละจุดมีนัยสำคัญไม่ใช่น้อย วันนี้เลยมีข้อสรุปในเบื้องต้นออกมาในโทน “เด้งแล้วลง” เพื่อทำให้นักเล่นได้มีเวลาเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น จึงอยากให้ทุกคนช่วยสละเวลาเงี่ยหูฟังกันสักนิดหน่อยนะจ๊ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*จริง ๆ “โมนิก้า” เป็นคนชอบมองการลงทุนในตลาดหุ้น “ด้านบวก” มากกว่า “ด้านลบ” และยังชอบมองการเคลื่อนตัวของดัชนีเมื่อผ่านแนวต้านแต่ละจุดมีนัยสำคัญไม่ใช่น้อย วันนี้เลยมีข้อสรุปในเบื้องต้นออกมาในโทน “เด้งแล้วลง” เพื่อทำให้นักเล่นได้มีเวลาเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น จึงอยากให้ทุกคนช่วยสละเวลาเงี่ยหูฟังกันสักนิดหน่อยนะจ๊ะ

*เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีตัวแปรไหนที่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายสักเรื่อง รวมทั้งครั้งก่อนดัชนีก็ป้วนเปี้ยนแถวบริเวณ 1,600 จุดวันสองวัน ต่อจากนั้นก็ไหลรูดลงมายังบริเวณ 1,550 จุด จนสุดท้ายวิ่งขึ้นมาปิดที่บริเวณ 1,601.77 จุด บวกไป 13.39 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.92 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นแพตเทิร์นเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง และมีโอกาสจะเกิดซ้ำเป็นครั้งที่สองนะจะบอกให้

*ผนวกกับอารมณ์ของนักเล่นกลุ่มสถาบันค่อนข้างเข้าใจยาก “โมนิก้า” ถึงเลือกมองข้อมูลทางสถิติมากกว่าอารมณ์ของนักเล่น เพราะมันช่วยให้นักเล่นได้เข้าใจการเล่นรอบดีขึ้น และเข้าใจถึงโอกาสในการถีบตัวขึ้นไปสร้างแนวรับใหม่ที่สูงกว่าเดิมมีมากขนาดไหน ? เดี๊ยนถึงมองการเคาะขวารัว ๆ ที่เกิดขึ้นในบางวัน น่าจะเป็นเพียงการดันหุ้นออกของข้างบนธรรมดา ซึ่งเป็นมุกเดิมที่ใช้กันมาแล้วหลายรอบนะคะ

*เหมือนกับการวิ่งขึ้นของหุ้น BDMS มาปิดที่บริเวณ 22.70 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.07 พันล้านบาท พร้อมกับมีคำอธิบายแรงซื้อที่มีเข้ามาในเที่ยวนี้เป็นผลมาจากคนต้นเรื่องตัดใจยอมสละเก้าอี้ ส่งผลให้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับธรรมาภิบาลเบาบางลง พร้อมกับทำให้หุ้นฟื้นคืนสภาพได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ ต้องดูกันต่อไปเรื่อย ๆ เพราะยังมีวิบากกรรมเรื่องคุมค่ายาและค่าบริการต้องเผชิญอีกไงล่ะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ BCH แหวกกระแสขึ้นมาปิดราคาสูงสุดของวันที่บริเวณ 15.90 บาท บวกไป 1.30 บาท หรือขึ้นไป 8.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 903 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ไม่เมกเซนส์สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ จึงขอยืนดูแบบห่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินดีกว่า ส่วนผู้กล้าท้าความตายจะลุยต่อแบบสุดซอยก็เชิญใส่กันให้เต็มที่เจ้าค่ะ

*ส่วนรายที่ไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย เพราะมีตัวเลขกำไรเป็นแบ็กอัพอย่าง MTC เดี๊ยนถือเป็นเรื่องถูกต้องที่นักเล่นช้อนหุ้นเมื่อลงมาแตะเส้น 200 วันบริเวณ 43 บาท หลังเห็นกันอย่างทนโท่ว่า “ป๋าชูชาติ” ยังเพิ่มสาขาได้อีกหลายร้อยสาขา แถมแต่ละสาขาเปิดใหม่มักมีลูกค้าใช้บริการไม่ต่ำกว่า 400 คน “โมนิก้า” ถึงมองการกระชากขึ้นมาปิดที่ 46.50 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 5.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 587 ล้านบาท ก็ถูกต้องแล้วนิ !

*คล้ายกับกรณีของหุ้นขายไก่ CPF มีสตอรี่กำไรเป็นแบ็กอัพเหมือนกันก็จริง แต่ปีที่ผ่านมากลับไม่สามารถกระชากผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 27 บาทขึ้นไปแบบสวย ๆ ได้เลยสักครั้ง “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นจับตาดูการวิ่งขึ้นมาปิดที่ 27 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 1.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 812 ล้านบาทเที่ยวนี้ น่าจะเป็นช็อตที่แตกต่างจากปีก่อนอย่างมีนัย วันนี้ถึงต้องตามไปดูแบบเกาะติดขอบเวทีไงล่ะคะ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้แมงลือป้องปากเม้าท์ถึงอาการของหุ้น COM7 กระชากขึ้นมาปิดที่ 14 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 8.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 200 ล้านบาท มันทำให้นักเล่นนึกถึงชื่อของ เฮีย ล. ขึ้นมาในทันที แถมว่ากันว่าเที่ยวนี้มันมีอะไรที่พิลึกพิลั่นเยอะมาก “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นมองบนความจริงที่ว่า การเด้งขึ้นเที่ยวนี้เป็นเพียงการขึ้นแล้วลงหรือเปล่า ?

*เนื่องจากดาวร่วงอย่างหุ้น KCE เพิ่งแสดงบทดังกล่าวให้เห็นคาตาไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เห็นราคาหุ้นลงมายืนปิดที่ 27.50 บาท ลบไป 0.75 บาท หรือลงไป 2.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 102 ล้านบาท เพราะตามไซเคิลของหุ้นต้องออกมาในรูป w-shape ไปอีกนานเลยทีเดียว ผสมผสานกับผลงานของบริษัทไม่ปังเหมือนปีก่อน ๆ หุ้นถึงมีโอกาสทำ triple bottom บริเวณราคา 25 บาทนะจะบอกให้

*ตบท้ายกันที่หุ้นน้องใหม่ CAZ สามารถยืนปิดเสมอจองที่ราคา 3.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 155 ล้านบาท มันเป็นช็อตที่เป่าปากโล่งใจได้แค่ระยะสั้น ๆ เพราะเมื่อมองดูจากรูปการณ์ที่เกิดขึ้นรอบด้าน ย่อมเป็นจุดที่ “โมนิก้า” ขอตามไปดูอีกสักหน่อย เพราะกลายเป็นหุ้นไอพีโอตัวแรกที่ยืนปิดไม่ต่ำจอง แถมมีคนเม้าท์มอยสนุกสนานเหลือเกินว่า วันนี้จะมีทีเด็ดโชว์อีกแน่นอนพะยะค่ะ