เก็งหุ้นรับอานิสงส์เลือกตั้ง

ดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นรับปัจจัยบวกจากราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ออกมาเพื่อเปิดทางให้ กกต.สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้

เส้นทางนักลงทุน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นรับปัจจัยบวกจากราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ออกมาเพื่อเปิดทางให้ กกต.สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้

กระทั่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศวันเลือกตั้งออกมาอย่างชัดเจน โดยได้กำหนดวันที่ 24 มี.ค.62 เป็นวันเลือกตั้ง แล้วจะใช้วันที่ 4-8 ก.พ.62 เป็นวันรับสมัคร ส.ส. และจะประกาศรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 15 ก.พ.62 สำหรับการลงคะแนนนอกราชอาณาจักร 4-16 มี.ค.62 และจะลงคะแนนนอกเขต 17 มี.ค.62 ที่จะถึงนี้

ดังนั้นเชื่อว่าจากความชัดเจนของวันเลือกตั้งสามารถช่วยส่งผลให้ดัชนีฯ ปรับขึ้นสู่ระดับ “ที่ควรจะเป็น” ต่อไป     สิ่งสำคัญมีมุมมองแบบโลกสวยของนักวิเคราะห์ระบุอีกว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นเช่นไร!!! คาดว่า หลังการเลือกตั้งมีความชัดเจนมากขึ้น จะเริ่มเห็นสัญญาณกระแสเม็ดเงินไหลเข้าจากนักลงทุนต่างชาติ แม้อาจมีจำนวนไม่มากนัก มองว่าหุ้นขนาดใหญ่จะเป็นที่สนใจจากนักลงทุนต่างชาติ อาทิ หุ้นในกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น, กลุ่มธนาคารพาณิชย์, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

นอกจากนี้ ยังมีหุ้นที่คาดได้รับอานิสงส์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยจะได้รับประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งมองไปที่หุ้นกลุ่มมีเดีย (โฆษณา), กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง, กลุ่มธนาคาร, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มค้าปลีก เป็นต้น

สำหรับหุ้นที่คาดว่าได้ประโยชน์ก่อนมีการเลือกตั้ง คือ กลุ่มมีเดีย อาจเป็น บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS เนื่องจากเป็นผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง และมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน หากต้องมีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีความซับซ้อนกว่าเดิม และทางบริษัทก็มีโอกาสจะได้งานพิมพ์เอกสารในการหาเสียงด้วย

เช่นเดียวกับ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO มีโอกาสจะได้งานพิมพ์เอกสารในการหาเสียง เช่น โปสเตอร์ แผ่นพับ และกิจกรรมอื่น ๆ

ขณะเดียวกันกับกลุ่มสื่อนอกบ้านจะได้รับประโยชน์ในช่วงหาเสียงส่วนใหญ่ โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มสื่อนอกบ้านมีการขยับขึ้น ได้แก่ บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ที่จัดทำสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า MACO ที่จัดทำสื่อโฆษณาประเภทบิลบอร์ด และบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ที่ประกอบธุรกิจให้บริการและผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย อย่างเช่น 1. สื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน 2. สื่อโฆษณาภาพนิ่งกลางแจ้ง 3. สื่อโฆษณาดิจิทัลกลางแจ้ง 4. สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้า 5. สื่อโฆษณาภายในซูเปอร์มาร์เก็ต 6. สื่อโฆษณาภายในสนามบิน 7. สื่อโฆษณาออนไลน์ และ 8. สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง อีกทั้งมีบริษัทย่อยจัดทำโฆษณารถไฟฟ้าใต้ดิน

ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ภายหลังจากมีการเลือกตั้ง รัฐบาลใหม่มักจะมีโครงการลงทุนภาครัฐจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้รับประโยชน์ค่อนข้างมาก เลือกหุ้นเด่น คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK, บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO

ขณะที่กลุ่มวัสดุก่อสร้าง จะได้ประโยชน์ต่อจากกลุ่มรับเหมาฯ เมื่อมีการก่อสร้าง ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก จะมีมากขึ้น ซึ่งหุ้นเด่นเลือก บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC

ทั้งนี้ ทำให้ผลบวกต่อไปยังกลุ่มธนาคารพาณิชย์ การปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการลงทุนต่าง ๆ จะขยายตัวดีขึ้น บวกกับจีดีพีที่เติบโต คาดว่าสินเชื่อปี 2562 จะขยายตัว 6.3% โดยคาดจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังของปี รวมทั้งดอกเบี้ยจะเข้าสู่ขาขึ้นปลายปี เลือกหุ้นเด่น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL

นอกจากนี้ กลุ่มที่น่าสนใจ คือ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้รับปัจจัยบวกจากโครงการ EEC อยู่แล้ว เมื่อมีการเลือกตั้ง นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจะเชื่อมั่นมากขึ้นต่อการลงทุน หุ้นเด่นกลุ่มนี้ที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA

เหมือนกับกลุ่มค้าปลีก จะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจที่จะดีขึ้น หลังจากโครงการภาครัฐเดินหน้าตามแผน การลงทุนภาคเอกชนก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เลือก บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL

สำหรับหุ้นข้างต้นเป็นการคาดการณ์จากหลายฝ่าย ว่าด้วยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ก่อนเกิดการเลือกตั้ง และหลังจากเลือกตั้งไปแล้ว ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกและความเชื่อที่ว่าราคาหุ้นจะวิ่งรับอานิสงส์จากการได้ประโยชน์ว่าด้วยเม็ดเงินจะไหลเข้าสู่บริษัทนั้น ๆ ไม่มากก็น้อย!!!