6 หุ้นท่องเที่ยวพร้อมเด้งรับปัจจัยบวกหนา โบรกฯเคาะเป้ากระหึ่ม!

6 หุ้นท่องเที่ยวพร้อมเด้งรับปัจจัยบวกหนา โบรกฯเคาะเป้ากระหึ่ม!

สืบเนื่องจากกรณีที่เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยในการเป็นประธานในการแถลงข่าวบริการ Thailand E-Visa On Arrival เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรับและส่งผ่านข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้โดยสารสามารถขอยื่นเรื่องการตรวจลงตรา Visa On Arrival ในการเข้าประเทศ ช่วยลดความแออัดของนักท่องเที่ยวในการเข้าคิวรอตรวจเอกสาร ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานที่ดี และสนับสนุนด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ตม.และสายการบินไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร สายการบินแห่งชาติ

ด้านพลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า ปัจจุบัน มีจำนวนผู้เดินทางข้ามเขตแดนประเทศไทย โดยผ่านทุกสนามบินเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมีนักท่องเที่ยวประมาณ 7 ล้านคน ที่สามารถขอยื่นเรื่องการตรวจลงตรา Visa On Arrival ในการเข้าประเทศ ซึ่งทำให้เกิดความแออัด ซึ่ง ตม.ได้ร่วมมือกับบริษัท VFS Global ออกแบบและพัฒนากระบวนการทำงานของ “ระบบทำการแทนเพื่อการให้บริการของภาครัฐ” ในการรับและส่งผ่านข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์

โดยจะเริ่มให้บริการได้เริ่มวันที่ 14 ก.พ. 2562 โดย เริ่มจาก 20 ประเทศ ที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอินเดีย ราชรัฐอันดอร์รา สาธารณรัฐบัลกาเรีย ราชอาณาจักรภูฏาน สาธารณรัฐไซปรัส สหพันธ์สาธารณรัฐเอธิโอเปีย สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐลัตเวีย สาธารณรัฐลิทัวเนีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สาธารณรัฐมอลตา สาธารณรัฐมอริเชียส ปาปัวนิวกินี โรมาเนีย สาธารณรัฐมารีโน ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ยูเครน อุซเบกิสถาน รวมทั้ง 1 เขตเศรษฐกิจไต้หวัน โดยไม่ต้องกรอกเอกสารใดๆ ใช้พาสปอร์ตยื่นให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเข้ารับการตรวจลงตราได้ทุกช่องบริการ

ทั้งนี้ช่วงแรกได้ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะสายการบินแห่งชาติ ให้บริการผู้โดยสารของการบินไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อน จากนั้น จะขยายไปสนามบินดอนเมืองและสนามบินอื่นๆ ซึ่งผู้โดยสารที่ลงทะเบียนผ่าน ระบบ E- VOA จะใช้เวลาหน้าเคาน์เตอร์ในการตรวจสอบก่อนเข้าประเทศไม่เกิน 40 วินาที โดยผู้โดยสารจะจ่ายค่าบริการ 600 บาท/ คนให้กับ บริษัท VFS Global ส่วนค่าธรรมเนียมการทำ Visa On Arrival 2,000 บาท ยกเว้นให้ไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2562

สำหรับประเด็นดังกล่าว บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ โดยให้คำแนะนำหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว โดยมองว่า การที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จับมือร่วมกับท่าอากาศยานไทย การบินไทย ไทยสมายล์ และ VFS Global ให้บริการ Thailand E-Visa On Arrival เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว เริ่ม 14 ก.พ. นี้ นำร่อง นักท่องเที่ยวจาก 20 ประเทศ  นั้น มีมุมมองเป็นบวกต่อการให้บริการ Thailand E-Visa On Arrival  ซึ่งจะทำให้มีความสะดวก สบาย และรวดเร็วมากขึ้นในการขอ VoA แบบออนไลน์

โดยจะส่งผลดีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องในระยะยาว โดยกลุ่มท่องเที่ยว ให้น้ำหนักการลงทุนที่ “เท่ากับตลาด” โดยยังคงชอบ ERW และ MINT ราคาเป้าหมายที่ 8.10 บาท และ 44.50 บาท ตามลำดับ และเรามองว่า หุ้นที่มีนักท่องเที่ยวเป็นลูกค้าหลักอย่าง TKN (ซื้อ/16.00) , DDD (ถือ/ 19.00 บาท) , BEAUTY (ซื้อ/10.30 บาท) ก็ได้ประโยชน์ด้วย

 

บริษัท หลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า  ผู้บริหารระดับสูงเปิดเผยว่ายอดผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิช่วงต.ค.-ธ.ค.61 เติบโต 2.78% โดยเป็นผู้โดยสารต่างประเทศ 13 ล้านคน และในประเทศ 12.7 ล้านคน และมีโมเมนตัมดีต่อในเดือนม.ค.62 โดยเฉพาะผู้โดยสารชาวจีนที่กลับมาเพิ่มขึ้นราว 1 หมื่นคนต่อวัน จึงประเมินว่าในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.62 จำนวนผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิมีโอกาสเติบโตได้ 6% จากปีก่อน

โดยถือเป็นข่าวบวกต่อ AOT ที่จำนวนผู้โดยสารยังมีการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราจะอ่อนลงไปบ้างในช่วงที่ภาคท่องเที่ยวชะลอตัว แต่ขณะนี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วและค่อยๆ ฟื้นกลับมา ส่วนการสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 มีกระแสข่าวว่าทาง AOT ได้ประชุมกับคณะกรรมการ ACC (ประกอบด้วยกรรมการจากสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน) และจะเสนอบอร์ด AOT ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ และจะนำเสนอให้คสช.พิจารณาต่อไป โดยในเบื้องต้นเห็นว่าควรก่อสร้างเพราะขณะนี้อาคารผู้โดยสารมีความแออัดมาก สำหรับหุ้น AOT ทาง DBSVTH ให้ราคาพื้นฐานเท่ากับ 75 บาท