สังคมข่าวหุ้น

* ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,632.60 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 8.55 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 4.8 หมื่นล้านบาท

นิวส์เวฟ

* ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,632.60 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 8.55 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 4.8 หมื่นล้านบาท  

*  แรงซื้อที่โถมใส่หุ้นใหญ่ได้ช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกครั้ง เมื่อวานถึงคิว PTTEP-SCC เป็นอีก 2 บริษัทที่ประกาศงบปี 2561 กันออกมา ถือว่ามีนัยสำคัญไม่เบาและไม่ได้เป็นเพียงแค่การประกาศงบให้ภาพรวมตลาดได้รับทราบกันเท่านั้น

* เริ่มจากฝั่ง PTTEP กันก่อน ว่ากันแบบตามความเป็นจริงงบปี 61 ของพี่เทพต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยนักวิเคราะห์ประเมินกำไรแถวเฉียด 4 หมื่นล้านบาท แต่ผลที่ออกมาพี่เทพมีกำไรสุทธิเพียง 3.6 หมื่นล้านบาท

*  แน่นอนถ้ามองในแง่ภาพรวม โอเค กำไรสุทธิปี 61 โตถึง 89% จากงวดปี 60 แต่สิ่งที่เกินคาด (ตลาด) คือ การบันทึกรายการพิเศษจากกรณีพีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย และผลขาดทุนหลังจากการขายสินทรัพย์แหล่งมอนทารา คำถามที่น่าคิดตามต่อมา คือ สรุปแล้ว ณ วันนี้ PTTEP หมดสิ้นความกังวลรายการพิเศษไปแล้วหรือยัง ? และก็คงเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้

*  แต่เอาละอย่างน้อยแรงกดดันประเด็นนี้คงคลายกังวลไปได้มากพอตัว เพราะช่วงหลายปีที่ผ่านมาทางบริษัทได้บันทึกรายการพิเศษหรือด้อยค่าสินทรัพย์ไปแล้วอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในงวดปี 62 น่าจะพอเบาใจจากประเด็นนี้ได้ระดับหนึ่ง

*  ที่นี้ลองย้ายมามองในส่วนของผลการดำเนินงาน (ปกติ) ปัจจัยบวกยังมีพร้อมเช่นกัน โดยเฉพาะการบุ๊กผลตอบแทนโครงการบงกชที่บริษัทได้เข้าไปถือสัดส่วนเพิ่มเป็น 66% แบบเต็มปีครั้งแรก ซึ่งจะช่วยหนุนให้ปริมาณขายปิโตรเลียมขยับตัวสูงขึ้น แต่ที่ยังต้องลุ้นกันแบบตัวโก่งก็คือสถานการณ์ราคาน้ำมันทั้งในเชิงของภาวะ Lagtime ที่จะสะท้อนข้ามมาสู่งวดปี 62 และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบที่ยังคงเป็นเซนติเมนต์สำคัญและกุมชะตาราคาหุ้น PTTEP เสมอมา

*  ดังนั้น จะเห็นได้ว่าแม้มีปัจจัยบวกสนับสนุน แต่งวดปีนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีที่ PTTEP ต้องเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่องและต้องรอดูว่ากลยุทธ์ควบคุมต้นทุนบริษัทนั้นจะทำได้ดีมากน้อยเพียงใด เพราะถือเป็นอีกหนึ่งจุดชี้วัดสำคัญที่จะสนับสนุนงบบริษัทรวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะรับหน้าที่บริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียม “บงกช-เอราวัณ” แบบพร้อมกันอย่างเต็มตัวหลังจากที่ชนะประมูลเมื่อช่วงปลายปี 61

*  อีกจุด ที่น่าจับตาคือมุมมองของนักวิเคราะห์หลัง PTTEP ประกาศงบเป็นทางการ เพราะหลังจากแจ้งงบออกมาช่วงบ่ายวานนี้ ยังคงไม่ได้เห็นมุมมองอัปเดตของฝ่ายโบรกฯ กันเลย จึงสะท้อนให้เห็นว่าต้องมีการรีวิว PTTEP กันแบบครั้งใหญ่ ซึ่งผลสุดท้ายแล้วจะออกมาเป็นเชิงบวกหรือลบหรือแค่เป็นกลาง วันนี้ได้รู้คำตอบแน่นอน

*  หุ้น SCC จากฐานราคาตั้งต้นที่ราคา 426 บาท ได้ทยอยไล่บวกแบบนอนสต็อปตลอดเกือบ 2 สัปดาห์ จนล่าสุดทำราคาปิดสูงถึง 472 บาท เท่ากับเพิ่มขึ้นมาแล้วเกือบ 50 บาท ขนาดเมื่อวานควรถึงเวลาลงตามแรงขายทำกำไรได้แล้ว แต่หุ้นยังยืนแข็งลุยต่อจนปิดบวกกันได้อีกวัน

*  สำหรับใครที่เล็งจะเข้าไปเก็บหุ้นตอนนี้คงช้าเกินไปหน่อย แต่ถ้าสนใจจริงรอจังหวะหุ้นถอยลงมา (สถานเดียว) น่าจะปลอดภัยกว่านะ ส่วนทางพื้นฐานล่าสุดผู้บริหารอัปเดตข้อมูลว่า ยอดขายจะเติบโตราว 5% ด้วยแรงสนับสนุนหลักจากธุรกิจซีเมนต์ ซึ่งเป็นไปตามแรงขับเคลื่อนการลงทุนสาธารณูปโภคของภาครัฐ

*  และเข้าใจว่าอีกส่วนหนึ่งที่ทำ SCC คึกคักเป็นพิเศษตลอดช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ กรณีการเลือกตั้งมีความคืบหน้าชัดเจน ยิ่งทำให้ภาพรวมของตลาดเชื่อมั่นว่า ต่อไปจะได้เห็นการลงทุนมากยิ่งขึ้น (หลังเลือกตั้ง) และส่งผลให้ดีมานด์ซีเมนต์เติบโตขึ้นสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็นเพียงปัจจัยในเชิงคาดหวัง ส่วนในแง่ดีมานด์จริงนั้นจะดีตามที่หลายคนประเมินหรือไม่คงต้องลุ้นดูกันต่อไป

*  หุ้นร้อนประจำวัน 30 ม.ค. 2562 ที่มีราคาและมูลค่าซื้อขายปรับขึ้นแรงและอยู่ระหว่าง (Trading Alert List) คือ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE, บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL ทำให้เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ต้องใช้เกณฑ์ Cash Balance (ซื้อขายด้วยเงินสดทั้งจำนวน) มีผลตั้งแต่ 31 ม.ค.-20 ก.พ. 2562

*  ปิดท้ายด้วยหุ้น VGI มีโอกาสทำผลการดำเนินงานออกมาได้ดีไม่เบา ล่าสุดงบไตรมาส 3 (ต.ค.-ธ.ค. 2561) โบรกฯ คาดมีโอกาสทำกำไรสุทธิประมาณ 300 ล้านบาท โตกว่า 60% จากปีก่อน ด้วยผลบวกทั้งไฮซีซั่นธุรกิจและบุ๊กรายได้จาก MACO จึงถือเป็นเสือซุ่มอีกรายที่น่าจับตาไม่เบาเช่นกัน *