เก็บ 3 หุ้นอาหาร เน้นแนวโน้มผลงานโตแกร่ง! เคาะเป้าสูงดันอัพไซด์กระฉูด

โบรกฯแนะเก็บ 3 หุ้นอาหาร เน้นแนวโน้มผลงานโตแกร่ง! เคาะเป้าสูงดันอัพไซด์กระฉูด

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ ได้ทำการสำรวจรวบรวมบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์ผู้ดำเนินธุรกิจเกษตรและอาหาร หลังจากราคาไก่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้นจากเทศกาลตรุษจีน หนุนราคาไก่เป็นทำระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน สำหรับแนวโน้มตลาดส่งออกไก่ไทยยังดีต่อเนื่อง

โดย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ โดยให้น้ำหนักกลุ่มเกษตร-อาหาร “มากกว่าตลาด” ซึ่งราคาไก่เป็น ณ วันที่ 4 ก.พ. 62 เท่ากับ 37 บาท/กก. ปรับเพิ่มขึ้นถึง 15.6% จากวันก่อนหน้า ทั้งนี้ ราคาไก่เป็นปรับเพิ่มขึ้นแรงจากวันก่อนหน้า หลังจากที่ทรงตัวต่ำที่ระดับ 32 บาท/กก. มานานกว่า 3 เดือน

ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากแนวโน้มความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้นจากเทศกาลตรุษจีน หนุนราคาไก่เป็นทำระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน (สอดคล้องกับราคาหมูที่ยังทรงตัวสูงที่ 70 บาท/กก.) ซึ่งจะส่งผลบวกต่อราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้ของไก่ (By product) ให้ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย เช่น โครงไก่ เลือดไก่ ขนไก่และเท้าไก่ เป็นต้น ถือเป็นผลบวกต่อผู้ประกอบการไก่ไทย ได้แก่ GFPT, TFG และ CPF ที่มีโครงสร้างรายได้จากธุรกิจไก่ในไทยราว 70% 65% และ 9% ตามลำดับ

สำหรับแนวโน้มตลาดส่งออกไก่ไทยยังดีต่อเนื่อง ได้แก่ ตลาดญี่ปุ่นและจีน โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีความต้องการนำเข้าชิ้นส่วนไก่จากไทยมากขึ้น อาทิ เท้าไก่และปีกไก่ ซึ่งมีราคาสูงกว่าการขายในประเทศไทยมาก ถือเป็นช่องทางการระบายชิ้นส่วนไก่สู่ต่างประเทศที่ดี หักล้างผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง จนล่าสุดอยู่ที่ 31.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปได้ทั้งหมด โดยค่าเงินบาทเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 2562 อยู่ที่ 31.78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่ากว่าสมมติฐานค่าเงินบาทเฉลี่ยปี 2562 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่   33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เล็กน้อย

ทั้งนี้ ราคาไก่เป็นเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 2562 เท่ากับ 32.21 บาท/กก. ลดลง 5.4% จากราคาไก่เป็นเฉลี่ยปี 2561 และต่ำกว่าสมมติฐานราคาไก่เป็นเฉลี่ยปี 2562 ที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ที่ 34.0 บาท/กก. เล็กน้อย ทั้งนี้ หากจะให้ราคาไก่เป็นเฉลี่ยปี 2562 เป็นตามสมมติฐานที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ ราคาไก่เป็นในช่วงที่เหลือของปี 2562 จะต้องเฉลี่ยอยู่ที่ 34.2 บาท/กก. ซึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง

โดย ฝ่ายวิจัยแนะนำเข้าลงทุน CPF (FV@B32) TFG (FV@B5.50) และ GFPT (FV@B17)

ด้าน บล.กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” CPF ราคาเป้าหมาย 32 บาท/หุ้น โดยคาดว่า CPF จะรายงานกำไรปกติไตรมาส 4/2561 ที่แข็งแกร่งที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11 เท่าจากปีก่อน แต่ลดลง 35% จากไตรมาสก่อน ปัจจัยหนุนการเติบโตในเชิง จากปีก่อน คาดมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เติบโตขึ้นจากราคาสุกรที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2561 ขณะที่การคาดว่าจะอ่อนตัวลงในเชิงไตรมาสก่อนมาจากผลกระทบจากช่วงโลว์ซีซันในไตรมาส 4 คงคำแนะนำ “ซื้อ” CPF ด้วยราคาเป้าหมายเดิมปี 2562 ที่ 32 บาท โดยเชื่อว่าการฟื้นตัวจะยังดีต่อเนื่องในปี 2562 และคาดว่าจะเห็นการรายงานกำไรปกติที่ขยายตัวขึ้นมากที่สุดในกลุ่มฯ ในปี 2562 จึงยังเลือก CPF เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม Soft Commodity

ขณะเดียวกัน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” GFPT ราคาเป้าหมาย 16.70 บาท/หุ้น โดยมีมุมมองเป็นบวกต่อการประชุมกลุ่มย่อยกับ GFPT เมื่อวานนี้ เราคาดว่าราคาไก่ในประเทศปี 2019 จะปรับตัวสูงขึ้น เราคาดกำไรปี 2018 อยู่ที่ 1.14 พันล้านบาท -35.7%  เนื่องจากผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2561 ที่อ่อนตัวจากราคาไก่ที่ลดลงและค่าเงินบาทแข็ง อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรปี 2019 จะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน จากราคาไก่ในประเทศที่จะปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงภาวะการส่งออกที่ดี เราประเมินมูลค่า GFPT โดยอิงวิธี PER ที่ 15 เท่า (เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี +1SD) กับกำไรต่อหุ้นปี 2019 ซึ่งเป็นระดับที่ซื้อขายกันเมื่อธุรกิจไก่อยู่ในช่วงที่ดี จากเดิมที่ซื้อขายกันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อธุรกิจไก่ตกต่ำ ซึ่งจะได้มูลค่าเป้าหมายที่ 16.70 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาหุ้นปรับตัวลงมากกว่าตลาดในช่วงปลายปี 2018 ได้สะท้อนผลการดำเนินงานที่ลดลงไปแล้ว ในขณะที่ปีนี้ กำไรจะกลับมาเติบโตดีที่ +23%  แต่ราคาหุ้นปัจจุบัน เทรดที่ค่า PER ถูกเพียง 12.9 เท่า