จังหวะซื้อ STEC โบรกฯชี้ไตรมาส 4/61 พลิกกำไร พ่วง backlog แสนลบ.-อัพไซด์เฉียด 30%

จังหวะซื้อ STEC โบรกฯชี้ไตรมาส 4/61 พลิกกำไร พ่วง backlog แสนลบ.-อัพไซด์เฉียด 30%

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลและบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC หลังราคาหุ้นปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มผลการดำเนินการประจำไตรมาส 4/61 มีโอกาสพลิกเป็นกำไร จากปีก่อนที่ขาดทุน และจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนด้วย

โดย นักวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” STEC ประเมินราคาเป้าหมายที่ 29 บาทต่อหุ้น คาดว่า STEC จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 58% เมื่อเทียบจากปีก่อนเป็น 9.5 พันล้านบาทในไตรมาส 4/61 และน่าจะยังสามารถควบคุม SG&A ได้ดี

ดังนั้นจึงประมาณการกำไรปกติอยู่ที่ 405 ล้านบาท (โต 120% เทียบจากปีก่อน และโต 6% เทียบจากไตรมาสก่อน) ในไตรมาส 4/61 ซึ่งหากผลประกอบการเป็นไปตามคาด STEC จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาทในปี 2561 หรือเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 201% เมื่อเทียบจากปีก่อน

ทั้งนี้ STEC ให้แนวทางว่าบริษัทจะมีรายได้เติบโต 18% เมื่อเทียบจากปีก่อนเป็น 3.2 หมื่นล้านบาทในปี 2562 และเติบโต 38% เมื่อเทียบจากปี เป็น 2.7 หมื่นล้านบาทในปี 2561 หรือสูงกว่าประมาณการของบล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ก่อนหน้านี้ 4% และ 10% ตามลำดับ จึงปรับประมาณการกำไรของ STEC ขึ้น 4-11% ในปี 2561-2563

นอกจากนี้ STEC เผยว่ายอด backlog ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.145 แสนล้านบาท เทียบเท่ารายได้ประมาณ 3.7 ปี ซึ่งมองว่ายังเป็นระดับที่ปลอดภัย จึงเชื่อว่ากำไรที่เติบโตแข็งแกร่งรายไตรมาสจะช่วยผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ส่วนการตั้งสำรองเพิ่มสำหรับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่อาจกลายเป็น downside risk ต่อประมาณการ

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STEC ประเมินราคาเป้าหมาย 29 บาทต้อหุ้น ได้อานิสงส์ภาครัฐเร่งเปิดประมูลงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการเพื่อทิ้งทวนก่อนเลือกตั้ง อาทิ รถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท และรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง มูลค่ารวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท เลือก STEC เป็น Top pick

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมาย STEC ที่ 28 บาทต่อหุ้น คาดกำไรไตรมาส 4/61 ที่ 400 ล้านบาท พลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบจากปีก่อน และเติบโต 5% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน จากมีตั้งสำรองพิเศษในปีก่อนหน้า และหากเป็นไปตามคาดจะหนุนให้กำไรทั้งปี 61 สูงกว่าตลาดคาดกว่า 17% ต่อเนื่องถึงปี 62 ได้อานิสงส์จากรายได้รถไฟฟ้าสีส้ม ชมพูและเหลือง ดันกำไรเติบโต 27% เมื่อเทียบจากปีก่อน แตะ 1.7 พันล้านบาท

ด้าน Valuation ราคาย่อลงมาเป็นจุดซื้อสะสมที่ดี และซื้อขายเพียง P/BV ปี 2562 ที่ 2.8 เท่า ยังเหมาะสมจากความสามารถในการทำกำไรสูง, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง upside เปิดกว้าง 26% และมี Hidden value จากการถือ GULF 40 ล้านหุ้น@ทุน 45 บาท/หุ้น

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องโครงการรถไฟฟ้าส้มตะวันตกผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แล้ว และเตรียมเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการเลือกตั้ง และ STEC ยังเป็นบริษัทในกลุ่มที่ครบเครื่องที่สุดทั้งแนวโน้มผลประกอบการ, Backlog, ฐานะการเงิน และกลุ่มรับเหมามักเกิด Election rally ก่อนการเลือกตั้ง และภาพระยะกลาง-ยาว การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนยังมีความจำเป็นสูง

ขณะที่ ราคาหุ้น STEC ปิดตลาดวานนี้ (11 ก.พ.) อยู่ที่ 22.50 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 1.35% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 479.21 ล้านบาท ส่งผลให้ยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายสูงสุด 29 บาท ที่ 28.88%