หุ้นพร้อมลง(อยู่แล้ว)

ข่าวลือ ข่าวปลอม และความไม่แน่นอนทางการเมือง กำลังเข้ามาป่วนตลาดหุ้น

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร 

ข่าวลือ ข่าวปลอม และความไม่แน่นอนทางการเมือง กำลังเข้ามาป่วนตลาดหุ้น

นักลงทุนเกิดความระแวง ต้องปรับพอร์ต ด้วยการขายหุ้นออกไปก่อน

“ข่าวลือ” ที่ว่านี้มีทั้งจะเกิดปฏิวัติซ้อน จะไม่มีการเลือกตั้ง หรือหากเลือกตั้งเป็นไปตามกำหนด ก็ลือกันไปอีกว่า จะมีความวุ่นวายตามมา ฯลฯ

ส่วนข่าวปลอม ไม่ค่อยอยากจะกล่าวถึง เพราะมันคือข่าวปลอม

แต่ก็พอจะสร้างแรงกระเพื่อม หรือแพนิกได้บ้าง

เป็นการแพนิกที่ไม่ได้หมายความว่า (นักลงทุน) จะเชื่อ

แต่เป็นการมองข้ามไปยังข้างหน้าว่า อาจจะมีเรื่องวุ่น ๆ อะไรตามมาอีกหรือไม่ จากกลุ่มบุคคลที่พยายามสร้างให้สังคมเกิดความสับสนต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์ต่างมองว่า จริง ๆ แล้วจากความเคลื่อนไหวเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

น่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นวันจันทร์ (11 ก.พ.)

มีการวิเคราะห์กันว่า ตลาดหุ้นไทยเปิดขึ้นมา ดัชนีอยู่ในแดนลบทันที

โดยตลาดหุ้นจะปรับลงตามแรงขายขายของหุ้นใน “กลุ่มชิน” หรือที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชิน เช่น ADVANC INTUCH  THCOM SC และรวมถึง PR9

หลังจากนั้น ดัชนีอาจจะค่อย ๆ ดีดกลับมาได้

ทว่ากลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เปิดตลาดภาคเช้าดัชนีทรุดมากกว่า 10 จุด และเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน

หุ้นหลาย ๆ ตัวมีแรงขายมากกว่าซื้อค่อนข้างมาก

ทำให้ปิดตลาดภาคเช้า ดัชนีร่วงลงไป 11.31 จุด และมาอยู่ที่ 1,640 จุดพอดี

เปิดตลาดภาคบ่าย หุ้นยังร่วงต่อจากข่าวลือต่าง ๆ ที่ประดังเข้ามาเพิ่ม และแรงขายหุ้นในกลุ่มชิน ยังถูกถล่มอย่างหนักทำให้กดดัชนีลงไปลึกถึง  1,632 จุด (-18.86 จุด)

แต่พอปิดตลาด ดัชนีดีดขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อยและมาปิด 1,638 จุด ร่วงไป 13.68 จุด

แน่นอนว่าสิ่งที่นักลงทุนกังวลมากสุดคือความไม่แน่นอนทางการเมือง

และไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่อยู่นอกเหนือจากที่ได้คาดหมาย หรือนักวิเคราะห์ทำ scenario ไว้หรือไม่

กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ค่อนข้างอ่อนไหวกับบางประเด็นอย่างมาก

พวกเขาขายหุ้นไทยมา 2 วันทำการติดต่อกัน รวมกว่า 2,200 ล้านบาท หลังจากก่อนหน้านี้ได้ซื้อสุทธิมา 3 วันทำการติดต่อกัน (แต่หากนับจากต้นปี ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 6,018 ล้านบาท)

ทราบกันดีว่านักลงทุนนั้นชอบ “ความชัดเจน” ครับ

นักลงทุนต่างคาดหวังกับการเลือกตั้งค่อนข้างมาก

ความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งที่เคยดันหุ้นไทยขึ้นไปก่อนหน้านี้จากระดับ 1,563 จุด เมื่อสิ้นปี 2561 และขึ้นมาที่ 1,653 จุด ก่อนที่จะลงไปอีกครั้งด้วยประเด็นการเมืองเรื่องเลือกตั้งนี่แหละ

ก่อนหน้านี้เคยเขียนไปแล้วว่า

หุ้นไทยที่ปรับขึ้นมาจากสิ้นปี 2561 กว่า 6-7% และยังไม่ได้ปรับฐาน

นั่นเพราะมันยังไม่มีปัจจัยอะไรที่จะเข้ามาทำให้เกิดการปรับฐาน แม้ว่าสัญญาณทางเทคนิคจะบอกว่า น่าจะเข้าเขตซื้อมากเกินไป แต่นักลงทุนยังสนุกกับการไล่ซื้อหุ้นอยู่

ดังนั้น เมื่อมีปัจจัยเชิงลบกดดัน หรือเข้ามากระแทกแรง

ตลาดหุ้นที่พร้อมลงอยู่แล้ว

ก็จะปรับลงทันที

อย่างที่เราเผชิญกันอยู่ตอนนี้