ข้อมูลเล็กๆ แต่พลังขับเคลื่อนแรง

ในขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์และทำให้เกิดมุมมองในด้านบวกขึ้นได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่แล้วก็มีข้อมูลเล็ก ๆ ที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับตลาดไม่น้อย นั่นคือข้อมูลยอดขายปลีกของสหรัฐฯ ลดลงอย่างน่าตกใจ ซึ่งได้หักล้างความเชื่อมั่นในตลาดไปเสียดื้อ ๆ และทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาใหม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

เส้นทางนักลงทุน

ในขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์และทำให้เกิดมุมมองในด้านบวกขึ้นได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่แล้วก็มีข้อมูลเล็ก ที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับตลาดไม่น้อย นั่นคือข้อมูลยอดขายปลีกของสหรัฐลดลงอย่างน่าตกใจ ซึ่งได้หักล้างความเชื่อมั่นในตลาดไปเสียดื้อ และทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาใหม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ

ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ชี้ว่า ยอดขายปลีกลดลงถึง 1.2% ในเดือนธันวาคมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือว่าลดลงมากสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2552  จากที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากเดือนพฤศจิกายน 0.2%

การใช้จ่ายในภาคค้าปลีกมีมูลค่า 505,800 ล้านดอลลาร์ เมื่อปรับตัวเลขตามฤดูกาลแล้วโดยยอดขายของปั๊มน้ำมันดิ่งลงมากเนื่องจากราคาน้ำมันลดลงอย่างรุนแรง แต่มีข้อสังเกตว่า การใช้จ่ายผ่านบริษัทค้าปลีกออนไลน์ บาร์ ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้า ร้านเสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ก็ลดลงเช่นกัน

ยอดขายปลีกที่ลดลงอย่างน่าตกใจนี้ได้ทำให้นักเศรษฐศาสตร์พากันลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสสี่ลงเหลือไม่ถึง 2% โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐแอตแลนตา คาดว่าจะโตเพียง 1.5% จากที่เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนนี้เท่านั้นที่คาดว่าจะโตถึง 2.7%

ผลการสำรวจความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ 110 คนของรอยเตอร์ถึงขนาดชี้ว่า มีโอกาสหนึ่งในสี่ที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งควรจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐหยุดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้า

จิม โอซัลลิแวน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไฮ ฟรีเควนซี่ อีโคโนมิคส์ บอกว่ามีความไม่แน่นอนมากและมีเหตุผลที่ดีที่จะประมาณการว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาโดยบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่ชะลอตัวลงในปีนี้ในขณะที่การเติบโตทั่วโลกลดลง ภาวะการเงินตึงตัวมากขึ้น และมาตรการกระตุ้นทางการคลังกำลังเหือดแห้งลง

มีนักเศรษฐศาสตร์บางคนออกมาแย้งว่า ตัวเลขที่ลดลงมากเป็นพิเศษนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปิดที่ทำการรัฐบาล เนื่องจากสังเกตได้ว่าตัวเลขยอดขายปลีกแตกต่างจากข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ มาก เช่น ข้อมูลการจ้างงาน เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนธันวาคมและมกราคม

อย่างไรก็ดี ยังมีข้อมูลอื่น ๆ ที่ออกมาชี้ไปในทางเดียวกับยอดขายปลีกเช่นกัน  เช่น ข้อมูลการขอให้สิทธิประโยชน์ของผู้ตกงานมีจำนวนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปีเลยทีเดียว และนั่นทำให้ตราสารดอกเบี้ย เฟด ฟันด์ คาดการณ์ว่ามีโอกาส 15% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดดอกเบี้ยในปีนี้

ขณะเดียวกันผลการสำรวจในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ก็ได้ย้ำให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ว่า  สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงในด้านลบต่อเศรษฐกิจอเมริกา  นักเศรษฐศาสตร์กว่าครึ่งที่รอยเตอร์สำรวจมาเตือนว่า สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย

ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลงในวันศุกร์ หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในชั่วข้ามคืนเพราะยอดขายปลีก  แต่การซื้อขายก็อยู่ในโหมดรีรอก่อนที่จะรู้ผลการประชุมระหว่างสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และโรเบิร์ต ไลธีเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กับรองนายกรัฐมนตรี หลิว เหอ ของจีน

แต่การหารือในวันศุกร์ก็จบลงโดยที่ไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยความคืบหน้า มีเพียงสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ได้ทวีตเพียงว่า ผู้เจรจาการค้าของจีนและสหรัฐฯ ได้ประชุมอย่างมีประสิทธิผลแต่ก็ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม

แหล่งข่าวหลายรายที่ได้รับรู้เกี่ยวกับการประชุมก็บอกว่า มีการบ่งชี้เพียงเล็กน้อยว่าการเจรจามีความคืบหน้ามากในประเด็นที่ติดขัดกันอยู่  จึงยากที่จะให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบกันในเร็ว ๆ นี้เพื่อที่จะทำข้อตกลงให้ได้

สถานการณ์ในยามนี้ดูเหมือนยังไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายไหนทั้งสิ้น แล้วจะไม่ให้ตลาดตกใจได้อย่างไรเมื่อข้อมูลเล็ก ๆ อย่างยอดขายปลีกช่วยสนับสนุนว่าเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกที่ถือว่ามีการเติบโตดีที่สุดในขณะนี้กำลังจะมีปัญหา

ก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ ได้มีความกังวลอยู่แล้วเกี่ยวกับการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก และเศรษฐกิจในยูโรโซน ในเมื่อเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกอย่างสหรัฐกำลังจะทรุดลงไปอีกราย ก็ยิ่งทำให้มีความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะขับเคลื่อนไปได้อย่างไร

ไม่ต้องพูดถึงเศรษฐกิจเล็ก อย่างประเทศไทยที่ยังก้าวผ่านความขัดแย้งทางการเมืองไปไม่ได้