สังคมข่าวหุ้น

* ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,645.38 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 9.67 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 5.8 หมื่นล้านบาท

นิวส์เวฟ

* ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,645.38 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 9.67 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 5.8 หมื่นล้านบาท

* หลังจากตลาดหุ้นหยุดพักกันไปเมื่อวันอังคาร เปิดฉากกลับมาวันพุธวอลุ่มการซื้อขายซัดกระหน่ำเต็มที่ โดยเฉพาะหุ้น PTTGC มูลค่าการซื้อขายขยับขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยวอลุ่มเทรดรวมกว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากที่บริษัทประกาศงบปี 2561 มีกำไรสุทธิโต 4 หมื่นล้านบาท พ่วงด้วยจ่ายปันผลส่งท้ายอีก 2.50 บาทต่อหุ้น

* งานนี้ ถ้าให้ว่ากันตามความเป็นจริง ที่ PTTGC วิ่งโดดเด่นเป็นการขานรับน้ำหนักเรื่องการจ่ายปันผลมากกว่าตัวพื้นฐาน สะท้อนได้จากราคาหุ้นเมื่อวานทำราคาปิดที่ 71.75 บาท เพิ่มขึ้นมา 2.50 บาท หรือคิดเป็น 3.61% ถือเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับเงินปันผลที่บริษัทประกาศจ่ายแบบพอดิบพอดี

* โดยปันผลก้อนนี้มีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 5 มี.ค. จึงมีความเป็นไปได้ว่าภายในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ หุ้น PTTGC จะยังได้รับแรงซื้อเข้ามาเก็งกำไร (ขานรับปันผล) ต่อเนื่อง แต่ดูทรงราคาแล้วอาจเริ่มขยับตัวอยู่ในกรอบจำกัดและไม่ได้ร้อนแรงเหมือนเมื่อวาน เพราะหุ้นได้วิ่งขึ้นมารับประเด็นบวก (เต็มที่) ไปแล้วนั่นเอง

* ถ้าว่าไปตามสูตรของนักลงทุนสมัยนี้ จะใช้วิธีเก็งกำไรหุ้นแล้วขายหุ้นก่อนขึ้น XD และถือเป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำกันในปัจจุบัน เพราะเผลอ ๆ อาจได้ผลตอบแทนดีกว่าการถือยาวเพื่อรอช่วงบริษัทจ่ายปันผลด้วยซ้ำไป เพราะหุ้นจ่ายปันผลสูงเวลาแขวน XD ราคามักถอยลงแรงกว่าตัวเงินปันผลค่อนข้างมาก ยกตัวอย่าง เช่น ADVANC ที่ล่าสุดจ่ายปันผล 3.30 บาท แต่พอขึ้น XD เมื่อวานหุ้นปิดลบไปถึง 6 บาท ลงหนักมากกว่าที่จ่ายปันผลเสียอีก

* ย้อนกลับมาที่ตัว PTTGC กันต่อ จากเนื้อหาข้างต้นได้เล่าให้ฟังกันในแง่ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุหุ้นวิ่งร้อนแรงไปแล้ว คราวนี้ขอพูดถึงตัวพื้นฐานกันบ้าง แม้งบปี 2561 จะโชว์กำไรทุบสถิติ 4 หมื่นล้านบาท แต่จุดที่น่าเป็นห่วงคือการเติบโตชักเริ่มอยู่ในกรอบที่จำกัด สะท้อนได้จากตัว Adjusted EBITDA ซึ่งเป็น EBITDA ที่ไม่รวมผลของสต๊อกน้ำมันอยู่ที่ระดับ 6.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดปีก่อนเพียง 1% เท่านั้น

* ขณะที่แนวโน้มในงวดปี 2562 (อ้างอิงข้อมูลจากคำอธิบายงบใน SET ของบริษัท) ทาง PTTGC คาดทิศทางราคาน้ำมันดิบจะเคลื่อนไหวอยู่แถว 64-69 เหรียญสหรัฐ ส่วนอะโรเมติกส์สเปรดพาราไซลีนกับคอนเดนเสตอยู่แถว 488 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยถึงแม้จะมีซัพพลายเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตจีน แต่ขณะเดียวกันจะได้ดีมานด์จากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาสนับสนุน

* แต่ที่น่ากังวลคือฝั่งของโอเลฟินส์ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของสงครามการค้าที่ไม่เคยมีความแน่นอน หรือ ผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่อาจปรับตัวลงตามตลาด จึงเห็นได้ว่า PTTGC ยังมีประเด็นที่ต้องเผชิญความท้ายอยู่อีกมาก

* ดังนั้น หลังแขวน XD ในวันที่ 5 มี.ค. ไปแล้ว จึงเชื่อว่าหุ้น PTTGC จะกลับมาเคลื่อนไหวอิงประเด็นพื้นฐานเป็นหลัก (หมดปัจจัยบวกปันผล) จึงทำให้มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงแรงได้ จึงขอฝากให้นักลงทุนที่กำลังสนใจ เลือกใช้กลยุทธ์ลงทุนให้เหมาะกับตัวเอง ถ้าอยากเก็งกำไรเล่นกับตัวปันผลให้เทรดดิ้งแล้วขายก่อน XD แต่ถ้าต้องการเข้าซื้อเพื่อถือลงทุนเชิงฐานพื้นฐาน ไปรอหลังแขวน XD ไปเลยดีกว่า

* ส่งท้ายด้วยหุ้น ZEN ทำราคาปิดบวกที่ 15.20 บาท สูงกว่าราคาเสนอขายไอพีโอ 13 บาท นับว่าเป็นการทำราคาปิดเหนือจองที่มีความหมายเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากทำให้นักลงทุนที่มีหุ้น ZEN ได้รับผลตอบแทนกันถ้วนหน้า แต่ยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับหุ้นไอพีโอรายอื่นที่มีกำหนดเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยเช่นกัน

* สำหรับหุ้น ZEN ในแง่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกที่ผ่านมา สามารถทำกำไรสุทธิไปแล้วสูงถึง 108 ล้านบาท มากกว่าภาพรวมงบทั้งปี 2560 ไปแล้ว ซึ่งมีกำไรสุทธิ 81 ล้านบาท จึงเหลือให้ลุ้นกันที่ตัวงวดไตรมาส 4/2561 แหละว่า ทางบริษัทจะทำออกมาได้ดีขนาดไหน แต่ถ้าทำได้สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ย่อมมีสิทธิช่วยหนุนให้ราคาหุ้นเดินหน้าไปต่อแน่นอน