สรุปภาวะตลาดต่างประเทศวานนี้

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศวานนี้ ประจำวันที่ 1 มี.ค. 2562


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อผลการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือที่ปิดฉากลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และความไม่แน่นอนของการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยความวิตกกังวลในเรื่องเหล่านี้ได้บดบังปัจจัยบวกจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในไตรมาส 4/2561

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,916.00 จุด ลดลง 69.16 จุด หรือ -0.27% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,784.49 จุด ลดลง 7.89 จุด หรือ -0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,532.53 จุด ลดลง 21.98 จุด หรือ -0.29%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) หลังนักลงทุนปรับตัวรับสถานการณ์การเมืองทั่วโลกซึ่งรวมถึงการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือที่สิ้นสุดลงเมื่อวานนี้โดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ  ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลจีดีพีไตรมาส 4/2561 ของสหรัฐที่ดีเกินคาด และข่าวเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทยุโรปช่วยหนุนตลาด

ดัชนี Stoxx Europe บวก 0.06% ปิดที่ 372.80 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,240.53 จุด เพิ่มขึ้น 15.18 จุดหรือ +0.29% และ ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,515.64 จุด เพิ่มขึ้น 28.31 จุด หรือ +0.25% ขณะที่ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,074.73 จุด ลดลง 32.47 จุด หรือ -0.46%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากเงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนผิดหวังกับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่สิ้นสุดลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,074.73 จุด ลดลง 32.47 จุด หรือ -0.46%

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในไตรมาส 4/2561

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 5.10 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ปิดที่ 1,316.10 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 13.2 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 15.634 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 5.30 ดอลลาร์ หรือ 0.61% ปิดที่ 875.20 ดอลลาร์/อนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 24.30 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 1,501.50 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ร่วงลงในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดปรับตัวลง หลังจากทางการจีนเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตชะลอตัวลงในเดือนก.พ.

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 28 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 57.22 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 36 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 66.03 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวผันผวนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) โดยดอลลาร์ได้รับปัจจัยหนุนส่วนหนึ่งจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในไตรมาส 4/2561 แต่ขณะเดียวกันดอลลาร์ก็ถูกกดดันจากการที่นักลงทุนผิดหวังต่อผลประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือซึ่งปิดฉากลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียกับเงินเยน ที่ระดับ 111.39 เยน จากระดับ 111.03 เยน แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9976 ฟรังก์ จากระดับ 1.0010 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3141 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3148 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1378 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1370 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3268 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3308 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7093 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7140 ดอลลาร์

Back to top button