“บล.เออีซี”ชี้ SET วันนี้เสี่ยงแกว่งลงต่อ ชู 9 หุ้นเด่นเน้นกลุ่ม Defensive-Turnaround

“บล.เออีซี”ชี้ SET วันนี้เสี่ยงแกว่งลงต่อ ชู 9 หุ้นเด่นเน้นกลุ่ม Defensive-Turnaround

บล.เออีซี ประเมินดัชนีวันนี้ (5 มี.ค.62) คาดดัชนี SET เสี่ยงแกว่งลงต่อ ด้วยปัจจัยลบจาก Flow ของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขาย หกวันติดต่อกัน บวกกับ Consensus ปรับคาดการณ์กำไรปีนี้ลดลง ระวัง SET หลุดแนวรับที่ระดับ 1,630 จุด คาดจะเผชิญรับถัดไปที่ระดับ 1,600 จุด

Investment Strategy

สัปดาห์นี้เรามอง SET Index แกว่งย่อลงต่อหลังประกาศงบปี 61 เสร็จ ซึ่งจากข้อมูลของ Bloomberg Consensus ได้ทยอยปรับลดประมาณการ EPS ของดัชนีต่อเนื่องโดยตั้งแต่ต้นปี62EPS อยู่ที่ 114.89 บาท

ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 110.17 บาท หรือลดลง 4.11%Year To Date ซึ่งทำให้ PE Valuation ของ SET Index ปรับตัวสูงขึ้นปัจจุบัน FWD PE ปี 62 อยู่ที่ระดับ 14.84x และ EPS Growth ปี 62 อยู่ที่ระดับ 12.75%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ประเทศอื่นใน TIP Market ล้วนแล้วแต่มี PEG ต่ำกว่า 1x ได้แก่ JCI Index (อินโดนีเซีย) FWD PER ปี 62 อยู่ที่ระดับ 15.58x และ EPS Growth ปี 62 อยู่ที่ระดับ 32.35%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ PCOMP Index (ฟิลิปปินส์) FWD PER ปี 62 อยู่ที่ระดับ 16.29x และ EPS Growth ปี 62 อยู่ที่ระดับ 18.02%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ถ้าพิจารณาจาก A Share Index จะพบว่า FWD PER ปี 62 อยู่ที่ระดับ 11.35x และ EPS Growth ปี 62 อยู่ที่ระดับ 25.93%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนดังนั้นมองความน่าสนใจในการลงทุนของตลาดหุ้นไทยน้อยกว่าภูมิภาค และมองว่าเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจะ Switch ออกจากตลาดหุ้นไทยไปยังภูมิภาคอื่นที่น่าสนใจกว่าโดยSET หากหลุด 1,630 จุด คาด   แนวรับถัดไปที่ระดับ 1,600 จุด ทั้งนี้การปรับตัวลงของ SET เป็นโอกาสเข้าซื้อ 3 กลุ่ม หุ้นเด่น ดังนี้

Turnaround Stock: โดยเลือกหุ้นที่กำไรปี 61 ชะลอลงแต่จะกลับมาฟื้นตัวโดดเด่นในปี 62เลือก TKS (ปี 62 คาดกำไรโตเด่น 29.8%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากงานบัตรเลือกตั้งและการเพิ่มสินค้าและบริการด้านนวัตกรรม + แนวโน้มสดใส นอกจากนี้มี Upside Risk หากได้งาน E-Passport), TWPC (ปี 62 คาดกำไรโตเด่น 146.6%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแผน Inorganic Growth และสภาวะขาดแคลนวัตถุดิบเริ่มดีขึ้น), BEC (คาดเห็นการ Turnaround ของกำไรตั้งแต่ช่วง 1Q62 โดยมีปัจจัยบวกหลักจาก 1) ไม่มี one-time expense ที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างพนักงาน 2) Rating เริ่มฟื้นตัวขึ้นจากเพียง 1.108 ในเดือน ธ.ค. เป็น 1.292 ในช่วงเดือน ก.พ. หลังละคร “ทองเอก หมอยาท่าโฉลง” และ “ตุ๊กตาผี” ได้รับความนิยมสูง 3) เม็ดเงินโฆษณาของสื่อทีวีในเดือน ม.ค. ปรับขึ้น 3.25%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางอุตสาหกรรม), TVD ปี62 ตั้งเป้ารายได้รวม 4,800 ลบ. เพิ่มขึ้น 20% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจของทีวี ไดเร็ค 3,300 ลบ. และจาก 6 บริษัทในเครืออีก 1,500 ลบ. ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์หลักจากการทำ Omni Channel Direct Marketing Experience โดยผสมผสานการทำตลาดผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

กลุ่มโรงพยาบาล: มองเป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่น่าสนใจยามตลาดผันผวน จากกระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเราคัดกรองหุ้นจากข้อมูลของ Bloomberg Consensus ที่มี Earning Growth ปี 62 โต และยังมี Upside เลือก EKH (ปี 62 ตั้งเป้ารายได้โตหนุนด้วยการเปิดให้บริการศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) พระราม 9 สามารถให้บริการได้เต็มปีทำให้สามารถรองรับคนไข้เข้ามาใช้บริการได้เพิ่มขึ้นจาก 300 ราย/ปีจากเดิมที่ 200 ราย/ปีนอกจากนี้เตรียมเปิดอาคารกุมารเวชแห่งใหม่ในช่วงต้นปี 62 ซึ่งจะมีจำนวนห้องและเตียงเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 53 เตียงจากเดิมที่มี 86 เตียง), BCH (แรงหนุนจากการปรับปรุงโรงพยาบาลในเครือ และการเพิ่มศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิ พร้อมกับแนวโน้มสดใสของ WMC และ IVF), BDMS (คาดกำไรปี 62 โต เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากแผนยกระดับการให้บริการที่เน้นกลุ่มโรคซับซ้อนมากขึ้น และพัฒนาการของโครงการWellness Clinic  รวมทั้งคาดมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น RAM ซึ่งคาดจะบันทึกในช่วง 1Q62 (4.6 ล้านนหุ้น ที่ราคา 2,800 บาท/หุ้น) ซึ่งบริษัทมีแผนจะนำมาชำระหนี้เพื่อลดภาระทางการเงิน)

กลุ่มจำนำทะเบียนรถ: รับผลบวกจากกฎระเบียบมีความชัดเจนยิ่งขึ้น แนะนำSAWAD (คาดปี 62 กำไรโต 30.8%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากแผนขยายสินเชื่อใหม่ 20-30%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนสอดรับกับจำนวนสาขาที่จะเพิ่มขึ้นอีก300-400 สาขาบวกกับรับรู้ผลของYield ที่ฟื้นตัวแบบเต็มปีและต้นทุนทางการเงินที่มีแนวโน้มลดลงหลังได้รับเงินเพิ่มทุนจากพันธมิตรราว 2,500-2,600 ลบ.) และMTC (คาดกำไรปี 62 โต 33.7%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนด้วยแผนเปิดสาขาใหม่อีก 600 สาขาเพื่อเพิ่มพื้นที่บริการให้ครอบคุมมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่อีก 35%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมีNPL ต่ำสุดในกลุ่ม) 

Quantitative Screening

หุ้นกลุ่มที่มี Performance Improvement น่าสนใจ หลังประกาศงบปี 61 ทั้งในแง่ของการเติบโตของรายได้และกำไร รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่ระดับ PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER ของ Sector ย้อนหลัง 3 ปี แนะนำ MAJOR, PORT, TVO, PSH, AMANAH และ ASK

คำค้น