เอกซเรย์หุ้นโรงพยาบาล รับมือตลาดฯผันผวน!

ช่วงครึ่งแรกเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา พบว่า SET Index แกว่งตัวผันผวนแต่ยังอยู่ในกรอบแคบจำกัด

เส้นทางนักลงทุน

ช่วงครึ่งแรกเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา พบว่า SET Index แกว่งตัวผันผวนแต่ยังอยู่ในกรอบแคบจำกัด หลังจากมองการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของนักวิเคราะห์เห็นพ้องต้องกันว่าจะชะลอลง ประกอบกับการที่รอดูความชัดเจนในเรื่องการเลือกตั้งในประเทศ และสถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน

ส่วนช่วงที่เหลือในครึ่งหลังของเดือนมีนาคมคาดว่า  SET Index ยังเคลื่อนไหวผันผวนอยู่ในกรอบแคบเพื่อรอดูความชัดเจนเรื่องการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่ยังไม่จบ และในไทยเริ่มเข้าใกล้วันเลือกตั้งเต็มที เนื่องจากจะมีการเลือกในวันที่ 24 มี.ค.62 แต่อย่างไรก็ตามหากเลือกตั้งจบคาดจะทำให้มุมมองของนักลงทุนต่างชาติที่กังวลความเสี่ยงทางการเมืองของประเทศไทยจะลดลง พร้อมกลับมามีความเชื่อมั่นมากขึ้นคาดส่งผลให้ทั้งการลงทุนและการท่องเที่ยวดีขึ้น

หรืออาจทำให้ SET Index จะหยุดการปรับตัวลงและช่วงปลายเดือนมีโอกาสพลิกกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งมองภาพรายเดือนดัชนีมีแนวรับ 1,620 จุด และแนวต้าน 1,670 จุด

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วง SET Index ยังมีความผันผวนอย่างไร้ทิศทาง ควรมองหาหุ้นเชิงป้องกัน

ทั้งนี้หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล มองเป็นหุ้นกลุ่มเชิงป้องกัน (Defensive) ที่น่าสนใจยามตลาดฯผันผวน จากกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ไม่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง

โดยมีการคัดกรองหุ้นจากข้อมูลของ Bloomberg Consensus ที่มีอัตราเติบโตของกำไรแข็งแกร่งในปี 2562  และยังมี Upside ให้นักลงทุนเข้าไปลงทุน เลือก บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH, บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS

สำหรับ บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH คาดผลการดำเนินงานในช่วงปี 2562 ยังเติบโตด้วยทิศทางธุรกิจปีนี้ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยบริษัทมีแผนรุกขยายศูนย์ให้บริการด้านต่าง ๆ อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะศูนย์กุมารเวช, ศูนย์ไตเทียม รวมถึงการปรับปรุงห้องพักผู้ป่วย ซึ่งจะทำให้มีจำนวนเตียงเพิ่มขึ้นอีก 60 เตียงจากเดิม 86 เตียง

ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) สาขาพระราม 9  เปิดให้บริการได้เต็มปี ทำให้สามารถรองรับคนไข้ที่มาใช้บริการได้เพิ่มขึ้น บริษัทจึงได้ปรับเป้าหมายจำนวนคนไข้ที่จะมาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 300 รายต่อปี จากเดิมที่ 200 รายต่อปี สูงขึ้นจากปี 2561 ที่ 120 รายต่อปี  จึงทำให้มั่นใจว่ารายได้ของ EKH ในปีนี้จะเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 8-10% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35-40%

นอกจากนี้เมื่อนำราคาเป้าหมายจากการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ พบว่า ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 7.85 บาท ซึ่งหากนำมาเทียบกับราคาหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค.62 ปิดที่ระดับ 5.40 บาท เท่ากับว่าราคาหุ้นของ EKH ยังมีอัพไซด์ราว 45.37%

เหมือนกับ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH คาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2562 ยังเติบโต เนื่องจากตั้งเป้าการเติบโตของจำนวนผู้ประกันตนที่ 10% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมาจากการเติบโตที่ 70,000-75,000 ราย จากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง และการเปิดศูนย์บริการคนไข้ต่างชาติที่จะมาสนับสนุนการเติบโตรายได้กลุ่มเงินสด จึงคาดกำไรที่ 1.1 พันล้านบาท

อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุน 1) การเปิดบริการศูนย์ IVF ครบวงจรที่ WMC ซึ่งมี Demand จากชาวต่างชาติอยู่สูง และการรับรู้กำไรเต็มปีเป็นปีแรก 2) การเพิ่ม Quota ผู้ประตนเป็น 1.08 ล้านราย และคาดว่าจะมีผู้ประกันตนที่ 8.8 แสนราย 3) การเปิดศูนย์การแพทย์เพิ่มที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ไตเทียม ศูนย์ทางเดินอาหาร และศูนย์ Cath-Lab ที่จะมาสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในส่วนของ IPD

นอกจากนี้เมื่อนำราคาเป้าหมายจากการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ พบว่า ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 22 บาท ซึ่งหากนำมาเทียบกับราคาหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค.62 ปิดที่ระดับ 16.60 บาท เท่ากับว่าราคาหุ้นของ BCH ยังมีอัพไซด์ราว 32.53%

เช่นเดียวดับ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS คาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2562 ยังเติบโต โดยปัจจัยหนุนหลักจะยังมาจากรายได้กลุ่มผู้ป่วยประกันตนที่มีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่อง จากที่เติบโต 14% ในปีก่อน รวมถึงค่ารักษาพยาบาลตามความซับซ้อนของโรคที่สูงขึ้นเป็นผลจากการอัพเกรด CoE

รวมถึงยังมีปัจจัยหนุนจากโรงพยาบาลใหม่ ซึ่งบริษัทได้เปิดทำการโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงรายแล้วตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และวางแผนจะเปิดโรงพยาบาลอีกแห่งในเดือน พ.ค. ได้แก่ International Hospital อีกทั้ง ความร่วมมือกันระหว่างบริษัทและ Ping An Good Doctor คาดจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 2/2562 ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสแก่ BDMS ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวจีน

ประกอบกับ Movenpick BDMS Wellness Resort Bangkok คาดจะเปิดบริการในเดือน พ.ค. ด้านผลกระทบการควบคุมค่ายาและเวชภัณฑ์อาจไม่มากอย่างที่กังวลมาก่อนหน้า เนื่องจากมาตรการเบื้องต้นที่ออกมาจะมุ่งกำหนดให้ผู้บริการเปิดเผยราคายาและต้นทุนให้ชัดเจน

ที่สำคัญคาดมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น RAM ซึ่งคาดจะบันทึกในช่วงไตรมาส 1/2562 (4.6 ล้านหุ้น ที่ราคา 2,800 บาท/หุ้น) ซึ่งบริษัทมีแผนจะนำมาชำระหนี้เพื่อลดภาระทางการเงิน)

นอกจากนี้เมื่อนำราคาเป้าหมายจากการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ พบว่า ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 32.20 บาท ซึ่งหากนำมาเทียบกับราคาหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค.62 ปิดที่ระดับ 23.60 บาท เท่ากับว่าราคาหุ้นของ BDMS ยังมีอัพไซด์ราว 36.44%

ดังนั้นหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าลงทุนช่วงภาวะตลาดฯผันผวน เพราะปกติหากไม่มีประเด็นร้ายแรงเข้ามากระทบ ราคาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจะไม่ปรับตัวลงมากนัก ประกอบกับจะเคลื่อนไหวไม่อิงไปกับตลาดหุ้นสักเท่าไรนัก !

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลนับเป็นหุ้นปลอดภัย เนื่องจากผลประกอบการของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจะเติบโตสม่ำเสมอ “พื้นฐานดี” นั่นเอง