REIT ทางเลือกปลอดภัยช่วงอสังหาฯสุ่มเสี่ยง!

หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 มีแนวโน้มกำไรลดลง และอาจกระทบไปถึงการปรับลดอัตราเงินปันผล REIT จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการลงทุนเพื่อความปลอดภัย ช่วงอสังหาริมทรัพย์สุ่มเสี่ยง

เส้นทางนักลงทุน

ปกติการลงทุนที่ให้ปันผลจูงใจราว 6% ต่อปีขึ้นไป มักจะอยู่ในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ จึงเป็นแรงดึงดูดและมัดใจนักลงทุนให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นระยะ ๆ ช่วงก่อนหน้า “เพื่อหวังผลตอบแทนจากการจ่ายเงินปันผลที่สูง” เพราะหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มักสร้างผลกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง

แต่ทว่าจากนี้ไปในช่วงปี 2562 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างท้าทาย เพราะมีปัจจัยเสี่ยงค่อนข้างมาก อาจส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวได้โดยเฉพาะยอดขายที่อาจซบเซา ซึ่งมีโอกาสฉุดกำไรลดลงตามช่วงไตรมาส 4/2561 ที่ผ่านมามีหุ้นอสังหาริมทรัพย์กำไรต่ำกว่าตลาดคาดการณ์หลาย ๆ หุ้นด้วยกัน

ด้วยจากอุปสรรคที่สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อโครงการกำลังซื้อที่ยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดกลาง-ล่าง และมาตรการคุม LTV (สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.62  ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ ปัจจัยลบไม่ได้มีเฉพาะในประเทศ แต่ปัจจัยเศรษฐกิจในต่างประเทศ เรื่องสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ก็มีส่วนทำให้เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบ ตลาดจีนที่เคยเป็นลูกค้าสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีที่ผ่านมา ก็อาจชะลอตัวหรือหดหายไปจำนวนมาก เนื่องจากมาตรการชะลอการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศของรัฐบาลจีน

ประกอบกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของลูกค้าต่างชาติ เป็นเรื่องที่น่าจับตา จะเห็นว่าที่ผ่านมามีบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายราย ขายโครงการให้ลูกค้าต่างชาติจำนวนมาก กลุ่มนี้เสี่ยงเพราะซื้อไว้แต่เมื่อถึงวันโอนอาจไม่โอนก็ได้นั้นเอง

ประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และจะทำให้หุ้นอสังหาริมทรัพย์หมดเสน่ห์ไปชั่วขณะ

ดังนั้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงอีกต่อไป แต่หากนักลงทุนยังสนใจที่จะลงทุนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนใน REIT นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากให้ผลตอบแทนปันผลสูง และสม่ำเสมอ เฉลี่ย 6% ต่อปี ประกอบกับความผันผวนด้านราคาค่อนข้างต่ำ

เช่น ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท หรือ AIMIRT ลงทุนในกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (กลุ่ม JWD) ซึ่งประกอบด้วยอาคารคลังห้องเย็นจำนวน 3 อาคาร และคลังสินค้าเอกสารจำนวน 1 อาคาร และกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม TIP ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารคลังสินค้าของกลุ่มบริษัท ทิพย์โฮลดิ้ง จำกัด (TIP) จำนวน 5 อาคาร แบ่งเป็น 5 ยูนิต จากโครงการทิพย์ 7 คาดการณ์อัตราเงินปันผลที่ 7.3% ต่อปี

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอมตะซัมมิทโกรท หรือ AMATAR ลงทุนในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารโรงงานจำนวน 88 โรง ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ระยอง คาดการณ์อัตราเงินปันผลที่ 6.9%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง ออฟฟิศ หรือ B-WORK ลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารสำนักงานและพื้นที่เกี่ยวข้องของโครงการทรู ทาวเวอร์ 1 และทรู ทาวเวอร์ 2 ระยะเวลา 30 ปี คาดการณ์อัตราเงินปันผลที่ 6.7% ต่อปี

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา หรือ  SRIPANWA ลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสิ่งปลูกสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และระบบสาธารณูปโภคของโครงการโรงแรมศรีพันวา ประกอบด้วย ที่ดิน 27 ไร่ อาคารบ้านพักแบบวิลล่า 39 หลัง อาคารโรงแรม 30 ห้อง เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 7 ห้อง และอาคารส่วนกลางที่ใช้ในโครงการโรงแรมศรีพันวา คาดการณ์อัตราเงินปันผลที่ 6.9% ต่อปี

ทั้งนี้ยังมี REIT หลาย ๆ ตัวที่อัตราเงินปันผลที่สูงดูรายละเอียดจากตารางประกอบ

ด้วยตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ค่อนข้างท้าทาย และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่อาจฉุดทางด้านกำไรที่อาจลดลง และอาจกระทบไปถึงการปรับลดอัตราเงินปันผลไปด้วย

REIT จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการลงทุนเพื่อความปลอดภัยช่วงอสังหาริมทรัพย์สุ่มเสี่ยง!…เพราะอย่างไรอัตราเงินปันผลสูง !!!