ว่ากันด้วยสถิติ !

*ถือเป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ขอหยิบยกข้อมูลทางสถิติที่เคยพูดเอาไว้มาตีแผ่ให้เห็นภาพชัดเจนกันอีกทีถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย ว่ากันว่าก่อนเลือกตั้งดัชนีจะวิ่งขึ้น และทุกสิ่งก็เป็นไปตามคาด ดัชนีท้ายสัปดาห์ถึงขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,646.29 จุด บวกไป 12.29 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.65 หมื่นล้านบาท หากแต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อเป็นเรื่องของการปรับตัวลงภายหลังการเลือกตั้ง ฉะนั้นสิ่งที่นักเล่นต้องรับมือวันนี้เป็นเรื่องของแรงขายที่ต้องบริหารพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ตลอดเวลาจึงจะอยู่รอดเจ้าค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ถือเป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ขอหยิบยกข้อมูลทางสถิติที่เคยพูดเอาไว้มาตีแผ่ให้เห็นภาพชัดเจนกันอีกทีถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย ว่ากันว่าก่อนเลือกตั้งดัชนีจะวิ่งขึ้น และทุกสิ่งก็เป็นไปตามคาด ดัชนีท้ายสัปดาห์ถึงขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,646.29 จุด บวกไป 12.29 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.65 หมื่นล้านบาท หากแต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อเป็นเรื่องของการปรับตัวลงภายหลังการเลือกตั้ง ฉะนั้นสิ่งที่นักเล่นต้องรับมือวันนี้เป็นเรื่องของแรงขายที่ต้องบริหารพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ตลอดเวลาจึงจะอยู่รอดเจ้าค่ะ

*เมื่อผู้เล่นหลักท้ายสัปดาห์ยังเป็นกองทุน ดังนั้นสิ่งที่มิตรรักแฟนคลับต้องระวังเป็นพิเศษคือเรื่องของอิทธิพลของนักลงทุนสถาบันที่แรงซื้อแรงขายจะปรับเปลี่ยนทิศทางของดัชนี สิ่งที่น่ากังวลเที่ยวนี้จึงเป็นเรื่องของหุ้นที่ถูกเก็บเข้าพอร์ตกองทุนไปก่อนหน้านี้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจะถูกขายทำกำไรออกมาได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะหุ้นที่ราคาวิ่งเกินพื้นฐานคงถึงเวลาขายทำกำไรให้หุ้นลงมาอยู่ในจุดที่ควรอยู่นั่นแหละเจ้าค่ะ

*เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรจะเป็นแล้ว ประเด็นที่น่าติดตามต่อเดี๊ยนมองว่าเป็นเรื่องของนโยบายของรัฐบาลว่าจะมีผลดีผลเสียต่อบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มไหนมากน้อยเท่าไหร่ ? เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าหุ้นตัวไหนจะปังหรือตัวไหนจะดับเพราะต้องแบกรับปัจจัยกดดัน ถือเป็นแนวทางการเล่นหุ้นระยะยาวให้นักเล่นได้มองปัจจัยรอบด้านก่อนจะเลือกลงทุนนะเจ้าค่ะจะบอกให้ !

*สำหรับ TPCH ไต่ระดับขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 9.80 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป  2.08% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21.62 ล้านบาท ตามกระแสข่าวดีเก็บเกี่ยวงานใหม่เข้ามาต่อเนื่องตอกย้ำถึงพื้นฐานอันแข็งแกร่ง ผนวกกับบรรยากาศการลงทุนที่ช่างเป็นอกเป็นใจเสียเหลือเกิน นักลงทุนถึงได้ลงขันกระโจนเข้าใส่ไม่ยั้ง “โมนิก้า” ถือเป็นช็อตที่นักเล่นต้องกลับไปคิดเป็นการบ้านว่ารอบนี้จะวิ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 10  บาทได้หรือเปล่านะเจ้าค่ะ

*ในรายของ AJA เริ่มกลับมามีกระแสกับเขาบ้าง หลังมีมือดีแอบดันแล้วทุบ ทุบแล้วดันหลาย ๆ วันติดต่อกัน ทำให้มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่าปกติที่เทรดเพียงไม่ถึงวันละ 1 ล้านบาท เหตุผลที่ “โมนิก้า” ยกหุ้นตัวนี้ขึ้นมาพูดเพราะเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเรื่องของการลากไปเชือด เพราะเป็นหุ้นที่ดันง่ายยกง่ายถึงไม่แปลกใจที่ราคาหุ้นจะสวิงขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่หลายวัน จนสุดท้ายมาปิดที่ระดับ 0.22 บาท บวกไป 0.01 บาท หรือขึ้นไป 4.76% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.27 ล้านบาท พร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

*ฟากหุ้นพื้นฐานขวัญใจนักเทรดอย่าง KTC หลังจากชะลอความร้อนแรงลงไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว มาถึงท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ถึงคราวกลับมาวิ่ง (แรง) อีกครั้ง ด้วยปัจจัยบวกหลายด้าน อีกทั้งสัญญาณเทคนิคที่กลับเข้ามาเป็นขาขึ้นเต็มตัวทำให้รูปแบบการเคลื่อนไหวครั้งนี้ดูดึงดูดขึ้นมาทันที ถึงไม่แปลกใจที่ได้เห็นราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 34.24 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.74% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 449.61 ล้านบาทยังไงล่ะเจ้าค่ะ

*อีกรายที่ท้ายสัปดาห์มีการเคลื่อนไหวแบบน่าสนใจอย่าง LH ราคาหุ้นขึ้นมาทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 10.70 บาท จากนั้นได้มีการขายทำกำไรกันออกมา ก่อนจะวกกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 10.70 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 3.88% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 567.84 ล้านบาท เป็นเกมการเล่นของนักลงทุนที่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เท่าที่เดี๊ยนมองปัจจัยพื้นฐานที่ดูดี บวกกับสัญญาณเทคนิคผ่านด่านหินเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง งานนี้เชื่อว่าหุ้นยังไปต่อได้อีกเจ้าค่ะ

*มากันที่หุ้นน้องใหม่ป้ายแดงอย่าง GSC เปิดตัวมาได้อย่างร้อนแรง แต่เพียงแค่ข้ามคืนกลับถูกเทกระจาดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหมิ่นเหม่จะหลุดราคาไอพีโอ 1.70 บาท อยู่รอมร่อ และการที่เห็นราคาหุ้นไหลลงมาปิดที่ระดับ 1.75 บาท ลบไป 0.09 บาท หรือลบไป 4.89% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 54.66 ล้านบาท ถือเป็นสัญญาณให้นักเล่นเห็นว่า กว่าราคาจะฟื้นตัวอีกรอบคงจะยากเอาการนะสิ !

*ส่วนในรายของ PTTEP ขยันปล่อยข่าวดีออกมาไม่หยุดหย่อน ส่งผลให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นตอบรับมาปิดที่ระดับ 126.50  บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 2.02% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.51 พันล้านบาท แถมช่วงนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังพุ่งเอา ๆ  ทำให้ “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะที่นักลงทุนต้องโหนกระแสในทันที เพราะสตอรี่ที่หลั่งไหลเข้ามา ช่วยตอกย้ำถึงอนาคตที่สดใส อีกทั้งสัญญาณทางเทคนิคที่ดูดีไม่แพ้พื้นฐาน จึงถือเป็นช็อตของการเล่นแบบ Follow Buy แบบไม่ต้องสงสัยเลยเจ้าค่ะ

*ปิดท้ายที่หุ้น TSE ฟื้นคืนชีพรอบใหม่มาปิดที่ระดับ 2.48 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือ 8.77% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 18.08 ล้านบาท คาดนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรแผนธุรกิจลงทุนโซลาร์ฟาร์มในอยุธยามูลค่า 132.50 ล้านบาท นอกจากนี้ ราคาหุ้นในปัจจุบันยังถือว่าต่ำกว่าบุ๊กที่ระดับ 2.50 บาท “โมนิก้า” มองว่าหุ้นตัวนี้หากว่ากันด้วยเรื่องของปัจจัยพื้นฐานราคาหุ้นยังมีแรงบวกได้อีกเจ้าค่ะ